News Logo
หน้าแรก
เนเน่ เสน่ห์แห่งความไม่สมบูรณ์แบบ

เนเน่ เสน่ห์แห่งความไม่สมบูรณ์แบบ

19 ก.ค. 2569 15:05
ผู้ชม 175 คน

การปรากฏตัวของเนเน่  เด็กหญิงวัย 16 ปี จากดนตรีเปิดหมวกที่ตลาดนาคา ภูเก็ต ไปผงาดบนเวทีประกวด America’s Got Talent (AGT) เมื่อ 8 กค. 69  ได้เสียงไปต่อ 4 คะแนน จากกรรมการ ทำให้เข้ารอบสู่การแข่งขันรอบต่อไป สร้างปรากฏการณ์สะเทือนโลกดนตรีและการแสดงทำให้เนเน่ กลายเป็นเสน่ห์ดึงดูดใจคนทั่วโลกในชั่วข้ามคืน มีคนเข้ามาดูถึง 300 ล้านวิว มีคนแชร์กว่า 1 ล้านแชร์

ธรรมดาการแสดง การเล่นดนตรีไม่ว่าเวทีไหนในโลก ล้วนมีแบบฉบับและต้องการความสมบูรณ์แบบในการปรากฎตัว การร้องเพลง การเล่นดนตรี การเต้น การใช้ท่าทาง และการพูด ที่ต้องเป็นไปตามสคริพต์ทุกย่างก้าว

            ความคาดหวังคือ ลีลาสุภาพ สุ้มเสียงที่ไพเราะหวานแหวว ตรงตามมาตรฐานดนตรีสากล

            แต่บนเวที AGT เนเน่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่แปลกต่างไปจากเวทีที่เป็นแบบแผน (Pattern)

สมบูรณ์แบบ (Perfection) ซึ่งฝ่ายจัดการมักจัดวางไว้เรียบร้อยแล้วล่วงหน้า ตามวิถีปฏิบัติที่นิยมกัน

 

สื่อของสหรัฐอเมริกา รายงานว่า

            “เธอสลัดความประมาททิ้งไป ยกกีตาร์ขึ้นมาสะพายบ่า เร่งเสียงแอมป์ดังสุด แล้วสาดพลังร็อก ในเพลงประท้วง ยุค 90 ของวง The  Cranberries  แบบไม่ยั้ง

สิ่งที่ทุกคนได้ยินไม่ใช่เพลงป๊อป โชว์เสียงสวยๆ หรือการร้องแบบใส่เทคนิคยิมนาสติกโชว์ Power อะไรแบบนั้น แต่เป็นร็อกที่ดิบเถื่อนและใส่สุดพลัง จังหวะที่เธอปล่อยเสียงคำรามหรือเสียงว้าก ที่ทำให้เลือดในกายสูบฉีด ก่อนจะดึงจังหวะกลับเข้าสู่แกนหลักของเพลงร็อกได้อย่างเนียนตา.....เธอสามารถสั่งการให้คนดูและกรรมการต้องร้องตามในท่อนฮุคได้.... เสียงของเธอรับมือกับเรนจ์เสียงของ โดโลเรส โอริออร์แดน นักร้องต้นฉบับได้อย่างสมบูรณ์แบบ สลับอารมณ์จากความนุ่มนวลไปสู่ความเกรี้ยวกราดได้เนียนกริบ ปิดท้ายโชว์ด้วยการโชว์กีตาร์ที่ร้อนแรง รับพลังจากคนดูทั้งหมด ที่ลุกยืนปรบมือให้เธอไปพร้อมๆ กัน”

ไซมอน โคเวล  หนึ่งใน 4 กรรมการบอกว่า

“โทนเสียงของเธอ มีความเป็นของแท้ และความเลอะเทอะนิดๆ หน่อยๆ ในโชว์นั้นแหละ      ที่ทำให้การออดิชั่นครั้งนี้ ออกมาดีเยี่ยม”

วิจารณ์ของไซมอน โคเวล ต่อเนเน่ ในความเลอะเทอะหรือความดิบนี้ สะท้อนมุมมองใหม่

ที่มองข้ามความสมบูรณ์แบบที่ไร้ที่ติ กลับกลายเป็นว่าจิตวิญญาณที่แสดงออกอย่างจริงใจต่างหาก  ที่มีอานุภาพเหนือความสมบูรณ์แบบ

การใส่อารมณ์ที่ไม่ต้องปรุงแต่งลงไป ในสีหน้า ท่าที การแผดเสียงร้อง ถ่ายอารมณ์ลงไปที่ปลายนิ้ว สู่เส้นสายกีตาร์ เป็นความหาญกล้าตามธรรมชาติ ที่ไม่ห่วงสวย ไม่ต้องฝืนใจตามขนบการแสดงในอดีต  ส่งผ่านเพลง Zombie ที่เธอเลือกสรรด้วยตนเองอย่างมีอารมณ์หนึ่งเดียวกันกับจิตวิญญาณของเพลง ทำให้ออดิชั่นครั้งนี้เป็นโชว์ประวัติศาสตร์ที่โลกต้องจดจำ

ในเวลาใกล้กันอีกโอกาสหนึ่ง น้องเนเน่ไปโชว์สดในรายการโหนกระแส  แล้ว “เล่นหลุด”  ในเพลง “ซมซาน”

นักจิตวิทยาที่ใช้ชื่อว่า  Dr. Pongsatorn  and Dr.Peeranuch  โพสต์ใน FB ว่า

“ในทางจิตวิทยา  มีทฤษฎี  Pratfall Effect ระบุว่า ‘คนที่มีความสามารถสูงมากๆ’ เก่งระดับโลกแบบเนเน่บนเวที AGT จะยิ่งดูน่ารัก น่าเอ็นดู และเข้าถึงง่ายขึ้น เมื่อพวกเขาแสดงความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ ออกมาให้เห็น....

นิ้วหลุดได้ คอร์ดเพี้ยนได้ แต่ ‘เสน่ห์และแววตา’ ของน้องไม่ได้หลุดตามไปด้วยเลยครับ วินาทีที่น้องเล่นหลุด แล้วยิ้มสู้ในโหนกระแส คือนาทีทอง ทางจิตวิทยาที่เปลี่ยนจากความตื้นตันในฝีมือให้กลายเป็น ‘ความรักและเมตตาแบบไร้เงื่อนไข’ ที่คนไทยทั้งประเทศมีให้กับเด็กผู้หญิงสู้ชีวิตคนนี้ครับ”

 

เริ่มจากความไม่สมบูรณ์แบบ 

น้องเนเน่ มีชื่อจริงว่า รัตติกานต์ อำลอย พ่อชื่อ ณรงค์  พื้นเพเป็นคน จ.ตรัง  แม่ชื่อ อ้อม จาก จ. นครศรีธรรมราช  พ่อเป็นพนักงานโรงแรม มีรายได้จำกัดจากเงินเดือน

เมื่ออายุ 7 ขวบ ตอนอยู่ ป.1  เทศบาลนครภูเก็ตจัดเรียนซัมเมอร์พิเศษให้เด็กไปเรียนช่วงเช้า  แต่เพราะวันนั้นตื่นสาย เนเน่ไปไม่ทัน นักเรียนสมัครคอมพิวเตอร์เต็มแล้ว เหลือแต่ดนตรียังว่างอยู่  จึงตกกระไดพลอยโจน สมัครเข้าเรียนดนตรีสากล แต่ต้องซื้อกีตาร์เอง  พ่ออุตส่าห์ไปซื้อกีตาร์โปร่งที่บิ๊กซีมา ไม่เคยรู้ไม่เคยจับกีตาร์มาก่อนเลย แต่พอเล่นไป ได้เรียนกีตาร์ ฝึกอยู่ 3 วัน  พ่อชวนไปเล่นกีตาร์เปิดหมวกที่ตลาดนาคา ในเมืองภูเก็ต

แรกๆ คิดว่าจะได้ทิปสักวันละ 200 บาท ก็ดีใจแล้ว ที่ไหนได้วันแรกที่เล่น ได้ทิป 3,000 กว่าบาท จึงเปิดหมวกตรงนั้นเล่นวันอาทิตย์ เดือนละ 2 ครั้ง มีรายได้เกินกว่าที่คิดไว้

เล่นไปก็หลงรักกีตาร์ ฝันอยากเป็นศิลปิน จึง ฝึก ฝึก  ฝึก วันละ 4-5 ชั่วโมง หลังเลิกเรียน โดยใช้เพลง Zombie เป็นเพลงแรกที่ฝึกเล่นฝึกร้อง ซื้อกีตาร์ไฟฟ้ามาเล่น มีคนมาดูกันมากขึ้น ถ่ายรูปไปลงสื่อออนไลน์ คนก็สนใจมากขึ้น มาเป็นแขกประจำตรงเวทีเปิดหมวกก็มี มีฝีมือดีขึ้นจึงสมัครเข้าประกวดหลายเวที เช่นเวทีของคิงส์เพาเวอร์ โดยมีพ่อแม่เป็นกำลังสนับสนุน ทำคลิพส่งผ่านชาวต่างชาติที่หวังดีให้ไปแพร่กระจายตามสื่อต่างๆ  แล้วสมัครขอไปประกวดเวทีใหญ่ America’s Got Talent

ตอนขึ้นเวที AGT

เนเน่บอกว่า  “ขาสั่นมาก  ตอนแรกคิดว่ากรรมการให้ผ่านสอง ก็แฮปปี้แล้ว แต่นี่ผ่าน 4 เลย  ไซมอน  บอกว่า Yes  หนูก็โอมายก็อด ทำไมเขาให้ผ่านแบบ 100 %  ผมบังหน้าหนูหมดแล้ว ก็ไม่เป็นไร มันธรรมชาติค่ะ”

ความไม่สมบูรณ์แบบตลอดเส้นทาง ตั้งแต่ฐานะครอบครัว การเรียน ความไม่รู้เรื่องดนตรี การเปิดหมวกข้างถนน การหาซื้ออุปกรณ์มาใช้ การฝึกฝนด้วยตนเอง แกะคอร์ดเอง ไม่เคยผ่านสถาบันดนตรีไหนเลย แต่มีความซื่อใส จริงใจ และตั้งใจ ทำให้เส้นทางสู่ศิลปินระดับโลกเปิดให้แก่เนเน่

 

ในเพจของ Nok Peaceful อ้างถึง ธรรมะจากซอมบี้ ของพระไพศาล วิสาโล ให้ข้อคิดว่า

“เนื้อหาในเพลง มีความหมายมาก แต่ว่าคนมองข้าม เพราะไปสนใจทำนอง แล้วก็การกรีดกีตาร์แบบร็อก ที่มันให้ความรู้สึกเมามันมาก จนลืมไปว่าเพลงนี้มีที่มาจากความเจ็บปวด

มันเกิดระเบิดกลางเมืองอังกฤษ เด็กตาย 2 คน คนหนึ่งอายุ 3 ขวบ อีกคนหนึ่งอายุ 12 ขวบ ตายในคราวนั้น เพราะความขัดแย้งระหว่างคนไอร์แลนด์กับคนอังกฤษ”

พระไพศาล วิสาโล  ยังโพสต์อีกว่า

“Zombie  ซอมบี้คือว่าไม่มีความเป็นมนุษย์หลงเหลือ  ซอมบี้มันคือศพที่เดินได้  แต่ว่าในใจมันสูญสิ้นความเป็นคนไปแล้ว เขาต้องการบอกว่าความโกรธในหัวของเรา มันคือศัตรูที่ร้ายที่สุด เพราะมันทำให้เราสูญเสียความเป็นมนุษย์....

ท่อนที่บอกว่า But you see, it’s not me  ไม่ใช่ฉัน

It’s not my family  ไม่ใช่ครอบครัวของฉัน

In your head, in your head,  แต่มันอยู่ในหัวของคุณ

ตีความในแบบของอาตมา มองว่าคนเขียนเพลงต้องการบอกว่า

ศัตรูของเรามันไม่ใช่คน ศัตรูของคนอังกฤษไม่ใช่ฉัน

ไม่ใช่ครอบครัวของฉัน แต่มันอยู่ในหัวคุณ

หมายความว่าศัตรูที่แท้มันอยู่ในหัวของคุณ ไม่ใช่คนอื่น”

 

เมื่อกลับมาจากเวที AGT  เนเน่ดังเป็นพลุแตก แต่แล้วเธอก็กลับไปสู่เวทีเปิดหมวกที่ตลาดนาคา ภูเก็ต คืนสู่พื้นที่เดิมที่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นพื้นที่ที่สร้างตัวตนของเธอขึ้นมา

10 มค. 1931 ณ โรงภาพยนตร์ที่ ลอส แองเจลิส สหรัฐอเมริกา ในวันฉายหนังรอบปฐมทัศน์ เรื่อง “City Lights ”  ของ Charlie Chaplin  ผู้สร้าง ผู้กำกับ ผู้แสดง หนังไร้เสียง ที่โลกไม่ลืม

            เป็นครั้งแรกที่นักฟิสิกส์รางวัลโนเบล ชื่อ Albert Einstein  ได้พบกับ Charlie Chaplin   ทั้งสองคนแต่งกายใส่สูทชุดทันสมัย  มาถึงโรงภาพยนตร์เกือบจะพร้อมกัน

            พอบุคคลทั้งสองเดินเข้าสู่โรงภาพยนตร์ ผู้คนพากันปรบมือให้เกียรติกันกึกก้อง แล้วไอน์สไตน์ เอ่ยชื่นชมชาลีกันซึ่งๆหน้า

            Einstein  :  “ What I admire most about your art , is its universality. You do not say  a word , and yet the world understands you. ”

            “ ผมชื่นชมการแสดงของคุณจริงๆ สิ่งที่คุณทำมันเป็นสากลอย่างยิ่ง คุณไม่เห็นต้องพูดอะไรสักคำ แต่คนทั้งโลกเข้าใจคุณได้ ”

            Chaplin  :  “ It ,s true. But Your Fame is even greater , the world admires you , when nobody understands you. ”

            “ จริงอยู่ครับ  แต่คุณน่ะ  เยี่ยมกว่าผมเสียอีก  คนทั้งโลกพากันชื่นชมคุณ ทั้งๆที่ไม่มีใครเข้าใจคุณเลย ”

            ทั้งสองฝ่ายต่างหัวเราะให้แก่กันและกันอย่างร่าเริง

            ไอน์สไตน์  เป็นอัจฉริยะบุรุษที่ฉลาดล้ำ เป็นทั้งนักวิทยาศาสตร์ และนักปรัชญาที่โลกยกย่อง แต่ก็มีปัญหาว่า พูดทฤษฎีสัมพันธภาพที่ยากจะเข้าใจ  แชปปลิน เป็นทั้งนักแสดง คนเขียนบทหนัง ที่แต่งตัวและมีท่าทางประหลาดไม่เหมือนคนทั่วไป

            ทั้งสองอัจฉริยะบุคคล มีความไม่สมบูรณ์แบบในตนเองที่โลกต้องค้อมคารวะ

คนเราปรารถนาความสมบูรณ์แบบ ซึ่งไม่มีอยู่จริง โลกเจริญขึ้นเพราะความขาดพร่องที่ต้องเติมเสริมต่อ ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้มนุษย์สร้างสรรค์สรรพสิ่งขึ้นมาอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ทำให้อิสรภาพเป็นยอดแห่งความปรารถนาของมนุษย์ เราจึงควรต้อนรับความไม่สมบูรณ์แบบไว้ด้วยความเข้าใจ

            ใช่หรือไม่ว่า ความไม่สมบูรณ์แบบนั้นเองที่เปิดทางให้แก่การสร้างสรรค์ หนูน้อยเนเน่กำลังประกายแสงศักยภาพแห่งการสร้างสรรค์ ที่ควรค่าแก่การเกื้อหนุนให้กำลังใจ ไม่ควรที่ใครหรือองค์กรใดจะถือโอกาสเข้าไปบงการหรือแทรกแซงใดๆ เลย.

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปัตตานี เอฟซี: ชัยชนะที่เริ่มต้นก่อนวันแข่ง
ปัตตานี เอฟซี: ชัยชนะที่เริ่มต้นก่อนวันแข่ง