News Logo
หน้าแรก
การพนัน : เงาทอดยาวของสังคมไทย (ตอนจบ)

การพนัน : เงาทอดยาวของสังคมไทย (ตอนจบ)

15 ก.พ. 2569 13:59
ผู้ชม 103 คน

ใน Weekly Mail สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้เขียนถึงกลุ่มเครือข่ายที่ลุกขึ้นมาทำงานกับเด็กและเยาวชนในต่างจังหวัด เพื่อสร้าง “ภูมิคุ้มกันชีวิต” ให้พวกเขาห่างไกลจากอบายมุข ไม่ว่าจะเป็น
บุหรี่ เหล้า หรือการพนัน ซึ่งผมมีโอกาสได้โทรศัพท์ไปสัมภาษณ์ตัวแทนจากสองเครือข่ายสำคัญ ได้แก่ กลุ่มไม้ขีดไฟ และ กลุ่มกิ่งก้านใบ สัปดาห์นี้จึงขอชวนพวกเรามาทำความรู้จักกับทั้งสองกลุ่ม
ให้ลึกยิ่งขึ้นครับ

คุณศรัทธา ปลื้มสูงเนิน หรือ “กุ๋ย” หนึ่งในผู้ริเริ่มกลุ่มไม้ขีดไฟเล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของกลุ่มเกิดจากการทำกิจกรรมนักศึกษาในชมรมค่ายอาสา มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536
โดยออกไปทำงานกับเด็ก ๆ ในต่างจังหวัด เปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน ไปจนถึงการก่อตั้งสภาเด็กในระดับ อบต. ต่อมาในปี พ.ศ. 2549 กุ๋ยและเพื่อนอีก 4 คน ซึ่งมีอุดมการณ์เดียวกัน ตัดสินใจย้ายกลับไปตั้งหลักที่บ้านเกิด อำเภอปากช่อง และก่อตั้ง “กลุ่มไม้ขีดไฟ” ขึ้นมา ชื่อกลุ่มต้องการสื่อว่า หากเด็กมีความฝันมีไฟในตัวเองโอกาสที่จะเติบโตเป็นคนดีและมีคุณภาพของสังคมย่อมเพิ่มขึ้นเพราะชีวิตมีพลังและเป้าหมายให้เดินต่อ

ในระยะแรก กลุ่มไม้ขีดไฟมุ่งพัฒนาความคิดของเด็กเล็กด้วยการจัดทำหนังสือนิทานสะท้อนภัยของการพนันจำนวน 5 เล่ม แล้วนำไปแจกจ่ายตามโรงเรียนในอำเภอปากช่องและเขาใหญ่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ปัญหาการพนันกลับทวีความรุนแรงขึ้น คนในชุมชนจำนวนไม่น้อยมองว่าการพนันคือการหาเงินง่าย เป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง

กลุ่มจึงปรับแนวทางการทำงาน หันมาโฟกัสกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็กวัยรุ่นมากขึ้น โดยใช้ “ละคร” เป็นเครื่องมือหลัก กุ๋ยและทีมงานได้ไปเรียนรู้การเขียนบทและการแสดงจากกองทุนสหประชาชาติเพื่อการพัฒนาสตรีหรือ UNIFEM (United Nations Development Fund for Women) ซึ่งส่ง
ครูละครจากประเทศฟิลิปปินส์มาถ่ายทอดความรู้ ละครที่จัดแสดงเป็นละครสด ความยาวราว 40 นาที เนื้อหาเน้นการต่อสู้ภายในใจ ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของโลกการพนัน พร้อมปลูกฝังค่านิยมเรื่องความอดทน การออม และการรู้จักเก็บก่อนใช้ระหว่างการแสดง นักแสดงจะชวนเด็ก ๆ มีส่วนร่วมตัดสินใจเลือกทางในสถานการณ์ต่าง ๆ ว่าจะ “ไปต่อหรือพอแค่นี้” กระบวนการนี้ได้ช่วยสร้างทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (critical thinking) ไปพร้อมกัน

  

การจัดกิจกรรมของกลุ่มไม้ขีดไฟ

คุณศรัทธา ปลื้มสูงเนิน
หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มไม้ขีดไฟ

นอกจากละครแล้ว ทีมงานยังพัฒนา “โต๊ะเกม” ขึ้นมาเป็นเครื่องมือการเรียนรู้อีกรูปแบบหนึ่ง เป็นเกมที่ทำให้เด็กสนุกได้โดยไม่ต้องพนัน เกมถูกออกแบบให้เห็นบทเรียนสำคัญ เช่น เล่นมากยิ่งแพ้ ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ใช้แรงมากกว่าความคิด และแฝงกลโกงที่ทำให้ไม่มีวันชนะ เพื่อสะท้อนธรรมชาติของการพนันอย่างชัดเจน

กลุ่มไม้ขีดไฟได้รับความสนใจจากเยาวชนจำนวนมากที่สมัครเข้ามาเป็นอาสาสมัคร รวมถึงอาสาสมัครชาวต่างชาติ เกิดการเรียนรู้ร่วมกันอย่างหลากหลาย ปัจจุบันกลุ่มออกไปแสดงละครและจัดกิจกรรมโต๊ะเกมตามโรงเรียนต่าง ๆ กว่า 160 แห่งทั่วภาคอีสาน โดยเน้นพื้นที่อำเภอปากช่องเป็นหลัก

กุ๋ยกล่าวทิ้งท้ายว่า กลุ่มไม้ขีดไฟจะพัฒนาเครื่องมือสร้างค่านิยมที่ถูกต้องให้กับเด็ก ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง ตราบใดที่การพนันยังคงอยู่ในสังคมไทย

ในอีกด้านหนึ่ง กลุ่มกิ่งก้านใบ คุณทองแสง ไชยแก้ว หรือ “อ๊อด” ผู้จัดการกลุ่มเล่าว่า กลุ่มก่อตั้งโดยคุณชาญ สร้อยสุวรรณ ร่วมกับกลุ่มนักศึกษารุ่นใหม่จากมหาวิทยาลัยรามคำแหงที่ออกค่ายอาสา จนรวมตัวเป็นกลุ่มอย่างจริงจังมานานกว่า 26 ปี และปักหลักทำงานบนพื้นที่กว่า 5 ไร่ ในจังหวัดอุตรดิตถ์ พื้นที่ดังกล่าว ถูกพัฒนาให้เป็นทั้งเวทีละครสดและฐานการเรียนรู้ เด็ก ๆ สามารถมาทำกิจกรรมแบบไปกลับ หรือพักค้างคืนก็ได้

อ๊อดเล่าว่า เมื่อครั้งยังเป็นวัยรุ่น เขาเองเคยตกเป็นทาสของอบายมุขแทบทุกอย่าง ทั้งเหล้า บุหรี่ และการพนัน จากความรู้เท่าไม่ถึงการและสภาพแวดล้อมที่พาไปทำให้เขาเข้าใจดีว่าการบอกเด็กตรง ๆ ว่าสิ่งเหล่านี้ “ไม่ดี” นั้น ไม่ทรงพลังเท่าการเปิดโอกาสให้เด็กได้สร้างภูมิคุ้มกันด้วยตัวเอง

ดังนั้น ละครของกลุ่มกิ่งก้านใบ จึงมุ่งสร้างจินตนาการ ตัวเอกในเรื่องเปรียบเสมือนเพื่อน
ของเด็ก ๆ ที่ชวนกันออกตามหา “ขุมทรัพย์ที่แท้จริง” ซึ่งหมายถึงเป้าหมายชีวิต การเห็นคุณค่าในตัวเอง
การค้นพบพื้นที่เรียนรู้ และการมีความสุขโดยไม่พึ่งพาอบายมุข

พื้นที่กว่า 5 ไร่ ถูกเนรมิตให้เป็นสนามผจญภัย เด็ก ๆ ได้ร่วมเล่นเกมล่าขุมทรัพย์ ท่ามกลางสวน ต้นไม้ใหญ่ และใต้ถุนบ้าน พร้อมภารกิจทายคำถามแบบ 20 คำถาม ซึ่งล้วนถอดบทเรียนจากการ
ใช้ชีวิตจริง ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอารมณ์ การตั้งสติ และความรอบคอบ

ไฮไลต์ของเกมอยู่ในช่วงท้าย เมื่อเด็ก ๆ ได้ขุมทรัพย์ก้อนใหญ่เพื่อนำไปแลกกับรางวัล
ที่ถูกปิดซ่อนไว้ แต่เด็กส่วนใหญ่กลับเลือก “ไม่แลก” และเมื่อเฉลยออกมาก็พบว่า สิ่งที่ซ่อนอยู่เป็นเพียงก้อนหินไร้ค่า เป็นบทเรียนชัดเจนว่า การพนันคือสิ่งที่ไม่มีวันชนะอย่างแท้จริง

อ๊อดเสริมว่า กลุ่มได้ทำงานร่วมกับโรงเรียนกว่า 40 แห่ง จากทั้งหมด 140 แห่ง ในจังหวัดอุตรดิตถ์ แม้กิจกรรมจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กได้แต่วัคซีนย่อมมีวันหมดอายุ หากสังคมไม่ช่วยกัน “ฉีดซ้ำ” เด็กก็อาจกลับไปเสี่ยงกับการพนันได้อีก

การจัดกิจกรรมของกลุ่มกิ่งก้านใบ

คุณทองแสง ไชยแก้ว
ผู้จัดการ กลุ่มกิ่งก้านใบ


            การป้องกันจึงต้องอาศัยการทำงานร่วมกันทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน ชุมชน หรือภาครัฐ ซึ่งล้วนเป็นข้อต่อสำคัญ และท้ายที่สุดหากผู้ใหญ่บอกว่าเหล้า บุหรี่ และการพนันไม่ดี แต่ในงานรื่นเริงกลับเต็มไปด้วยสิ่งยั่วยุเหล่านี้ ก็ยากที่จะคาดหวังให้เด็กปฏิเสธได้อย่างเต็มปาก

แม้กลุ่มไม้ขีดไฟ และกลุ่มกิ่งก้านใบ จะเป็นเพียงเครือข่ายเล็ก ๆ ในต่างจังหวัด แต่จากการได้พูดคุยผมสัมผัสได้ถึงพลังและความมุ่งมั่นของทั้งสองกลุ่มในการร่วมกันสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ เพื่อบ่มเพาะเยาวชนให้ห่างไกลจากอบายมุข ดังที่ท่านพุทธทาสภิกขุเคยกล่าวไว้ว่า “เล่นการพนัน ทำให้สูญเสียความเป็นมนุษย์”

รณดล นุ่มนนท์
9 กุมภาพันธ์ 2569

แหล่งที่มา:
1/ FB ของกลุ่มไม้ขีดไฟ
https://www.facebook.com/profile.php?id=100066791905162
2/ FB ของกลุ่มกิ่งก้านใบ
https://www.facebook.com/profile.php?id=100066876517236

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิกฤตซ้ำ “ตั๋วแพง” เที่ยวบินยกเลิก เบรกขึ้นค่าธรรมเนียม
วิกฤตซ้ำ “ตั๋วแพง” เที่ยวบินยกเลิก เบรกขึ้นค่าธรรมเนียม