News Logo
หน้าแรก
กิจกรรมเดินเล่นพาเพลิน: เคล็ดลับการบริหารหัวใจหลังเกษียณ

กิจกรรมเดินเล่นพาเพลิน: เคล็ดลับการบริหารหัวใจหลังเกษียณ

2 ส.ค. 2569 15:24
ผู้ชม 2 คน

หากมีใครถามว่า หลังเกษียณมาเกือบสองปีผมใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับอะไร คำตอบคงมีได้สารพัด ตั้งแต่การอ่านหนังสือ ดูหนัง เขียน Weekly Mail เรียนรู้เรื่อง AI กินข้าวกับเพื่อน ไปจนถึงการท่องเที่ยว แต่หากถามต่อว่า “สถานที่ไหนที่ไปบ่อยที่สุด” นอกเหนือจากบ้าน คำตอบคงมีเพียง
แห่งเดียวคือ สวนวชิรเบญจทัศ หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกติดปากว่า “สวนรถไฟ” สวนแห่งนี้อยู่ห่างจากบ้านเพียงสิบกว่านาที และกลายเป็นสถานที่ที่เติมเต็มชีวิตหลังเกษียณได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เกือบทุกเช้า เวลาเจ็ดโมงตรง ผมกับพี่ ๆ อดีตพนักงานแบงก์ชาติอีกสามคน1/ จะนัดกันเดินรอบสวน เดินไปคุยไป เรื่องที่คุยกันไม่มีขอบเขตตั้งแต่การเมือง เศรษฐกิจ สังคม การลงทุน ไปจนถึงเรื่องพ่อแม่ ลูกหลาน สุขภาพ และชีวิตหลังเกษียณ บางครั้งรู้สึกเหมือนได้อัปเดตข่าวสารทั้งโลก
โดยไม่จำเป็นต้องเปิดโทรทัศน์หรือหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน เมื่อเดินครบหนึ่งรอบพวกเราจะไปจบที่ร้านกาแฟ Roger หน้าสวน สั่งกาแฟกับไข่ลวก แล้วนั่งคุยกันต่ออีกพักใหญ่ก่อนแยกย้ายกลับบ้านราวเก้าโมงเช้า กลายเป็นกิจวัตรครึ่งวันที่ร่างกายและหัวใจต่างเฝ้ารอแม้บางเช้าจะต้องต่อสู้กับ
ความขี้เกียจลุกจากเตียงอย่างยากเย็นก็ตาม

เช้าวันหนึ่งเมื่อต้นปี ระหว่างเดินกันอยู่ในสวนมีใครคนหนึ่งโยนคำถามขึ้นมาว่า "ทำไมเราไม่ชวนเพื่อน ๆ ที่เกษียณแล้วมาเดินสวนรถไฟด้วยกันสักครั้งล่ะ" ประโยคสั้น ๆ นั้น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรมที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นได้

เป้าหมายของเราไม่ได้มีแค่การพาพี่และเพื่อนมาเดินออกกำลังกายแต่เราอยากให้ทุกคนได้รู้จักสวนแห่งนี้ ได้เห็นว่ากลางกรุงเทพฯ ยังมีพื้นที่สีเขียวที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ดอกไม้นานาพันธุ์ นกน้อยนานาชนิด มีสระว่ายน้ำ มีฟิตเนส และผู้สูงอายุสามารถสมัครสมาชิกได้ในราคาเพียงปีละ 20 บาท
ที่สำคัญกว่านั้น เราอยากให้ทุกคนได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง

พวกเราใช้เวลาหลายสัปดาห์เดินสำรวจเส้นทาง ทดลองระยะทาง แวะดูจุดที่ดอกไม้กำลังบาน จุดที่นกฮูกเค้าลายออกมานอนบนต้นสนประดิพัทธ์ รวมทั้งชวนเพื่อน ๆ ที่เป็นขาประจำของสวน
มาช่วยกันเป็นผู้นำกลุ่ม ทั้งการยืดเส้นยืดสาย การแนะนำพันธุ์ไม้ การส่องนก รวมถึงการถ่ายรูป ทุกอย่าง
ถูกเตรียมไว้เพียงเพื่อให้เช้าวันนั้นเป็นความทรงจำที่ดีที่สุด2/

แม้จะมีผู้ลงทะเบียนกว่า 80 คน แต่พวกเราก็อดลุ้นไม่ได้ว่าจะมีใครยอมตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างมาร่วมกิจกรรมมากน้อยเพียงใด เช้าวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม ฟ้าครึ้ม มีฝนโปรยลงมาเบา ๆ ราวกับ
จะทดสอบความตั้งใจของทุกคน แต่ก่อนเวลาเริ่มกิจกรรมไม่นานฝนก็หยุดพอดี เจ็ดโมงเช้า ผู้ร่วมกิจกรรมทยอยเดินเข้ามาจนมีมากกว่าเจ็ดสิบคน

 

เสียงทักทาย เสียงหัวเราะ และอ้อมกอดของเพื่อนเก่าที่ไม่ได้พบกันมานานทำให้เช้าวันนั้นอบอุ่นกว่าสายฝนเสียอีก แต่คนที่สร้างความประหลาดใจที่สุดคือ พี่อุดมและพี่กาญจน์วลัย อ่ำกลาง
สองสามีภรรยาที่บินมาจากจังหวัดขอนแก่นเพียงเพื่อมาร่วมกิจกรรม ทั้งสองเกษียณมานานเกือบสิบปี
ใช้ชีวิตเรียบง่าย เดินออกกำลังกายที่บึงแก่นนคร เข้าฟิตเนสทุกสองวัน ท่องเที่ยวเมื่อมีโอกาสและยังดูแข็งแรงกว่าวัยอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อทราบข่าวกิจกรรมนี้ ทั้งคู่เฝ้ารอวันเปิดรับสมัคร รีบลงทะเบียน จองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรมใกล้สวนรถไฟ แล้วบินมากรุงเทพฯ เพื่อมาเจอเพื่อน ๆ เพียงได้ยินเรื่องราวนี้ ผมก็รู้ทันทีว่า สำหรับบางคน มิตรภาพมีค่ามากพอที่จะเดินทางข้ามจังหวัด ระหว่างเดินพวกเราพากันแวะชมดอกไม้ที่กำลังผลิบาน
สวนบัวหลวง ทุ่งดาวกระจาย ดาวเรือง หางนกยูง ยี่โถสีชมพู และต้นไม้นานาชนิดที่เรียงรายตลอดเส้นทาง

แต่ไฮไลต์ที่ทุกคนตื่นเต้นที่สุดกลับไม่ใช่ดอกไม้ หากเป็นนกฮูกสองตัวที่กำลังหลับสนิทอยู่บนต้นไม้ เมื่อได้ส่องผ่านกล้องดูนก ทุกคนต่างยิ้มเหมือนเด็ก ๆ ที่เพิ่งค้นพบของขวัญชิ้นใหม่ ไม่นานนัก พี่ประสาณฐ์ เอื้อสัมฤทธิผล อดีตพนักงานและนักดูนกมืออาชีพ ก็ได้ยินเสียงนกจาบคาหัวเขียว ก่อนจะชี้ให้ทุกคนดูผ่านกล้อง สีเขียวสดของลำตัว ตัดกับสีฟ้าและสีเหลืองบริเวณใบหน้า งดงามกว่าที่หลายคนเคยเห็นในหนังสือเสียอีก ธรรมชาติที่อยู่ใกล้ตัวบางครั้งก็ซ่อนความมหัศจรรย์ไว้มากกว่าที่เราคิด

ระหว่างทาง ผมยังได้คุยกับพี่เสาวณี สุวรรณชีพ อดีตผู้ช่วยผู้ว่าการ แม้อายุใกล้ 84 ปีและต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุง แต่ก็ยังตั้งใจมาร่วมกิจกรรม พี่เสาวณีเล่าว่า ตั้งแต่สมัยทำงาน ชอบเข้าร่วมกิจกรรมของแบงก์ชาติเสมอ เพราะนอกจากจะช่วยผ่อนคลายจากงานหนักแล้วยังทำให้ได้พบปะน้อง ๆ
สร้างความผูกพันที่ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้

ประโยคหนึ่งที่พี่เสาวณีพูด ทำให้ผมประทับใจมาก “การเดินสวนรถไฟเป็นเรื่องปกติสำหรับพี่ ไม่มีความกลัวอะไรอยู่ในใจเลย” บางทีความแข็งแรงของคนเราอาจไม่ได้เริ่มจากหัวเข่าหรือกล้ามเนื้อ แต่เริ่มจากหัวใจที่ยังอยากออกไปใช้ชีวิต

พี่อุดมและพี่กาญจน์วลัย อ่ำกลาง
คนที่ 5 และ 6 จากขวา




พี่เสาวณี สุวรรณชีพ คนที่ 3 จากขวา

 

 

คณะผู้ริเริ่มจัดกิจกรรมฯ

 

กิจกรรมจบลงที่ร้านกาแฟ Roger เหมือนเช่นทุกวัน แต่ความรู้สึกในวันนั้นแตกต่างออกไป
ทุกคนแยกย้ายกลับบ้านพร้อมรอยยิ้ม หลายคนสัญญาว่า ครั้งหน้าจะกลับมาเดินด้วยกันอีก ส่วนพี่อุดมกับพี่กาญจน์วลัยก็ยังเที่ยวต่อในกรุงเทพฯ ก่อนบินกลับขอนแก่นในวันรุ่งขึ้น

มองย้อนกลับไป ผมรู้สึกว่ากิจกรรมครั้งนี้ประสบความสำเร็จเกินกว่าที่คาดหวังไว้ เราไม่ได้เพียงชวนคนมาออกกำลังกาย แต่เราได้ชวนให้ผู้คนกลับมาพบกันอีกครั้ง และให้ธรรมชาติทำหน้าที่เยียวยาหัวใจ และได้ชวนให้หลายคนค้นพบว่า ชีวิตหลังเกษียณยังเต็มไปด้วยโอกาสที่จะสร้างความสุขใหม่ ๆ ได้เสมอ

สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากพี่อุดมและพี่กาญจน์วลัยคือ การมีอายุยืนไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของชีวิต ต่อให้เรากินอาหารที่ดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และดูแลสุขภาพอย่างดีที่สุด หากทุกวันยังเต็มไปด้วยความเหงา ความกังวล หรือความทุกข์ ชีวิตที่ยืนยาวก็คงไม่ได้มีความหมายมากนัก

 

ในทางกลับกัน คนที่มีเหตุผลให้ลุกจากเตียงทุกเช้า มีเพื่อนให้หัวเราะด้วย มีธรรมชาติให้เดินชม และมีความสุขกับเรื่องเล็ก ๆ ของชีวิต แม้อายุจะมากขึ้นแต่หัวใจกลับยังคงหนุ่มสาวเสมอ บางทีเคล็ดลับของการมีชีวิตที่ดีอาจไม่ได้มีเพียงการบริหารร่างกาย แต่อยู่ที่การบริหารหัวใจให้ยังมีความสุขในทุก ๆ วัน
ที่เราได้ตื่นขึ้นมาใช้ชีวิต

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข้อสังเกตสิบประการ :  ก่อนคลอดกฎหมายมะนาว
ข้อสังเกตสิบประการ : ก่อนคลอดกฎหมายมะนาว