ตอนนี้ ข่าวที่เกิดขึ้นกับวงการเงินๆ ทองๆ การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่มีข่าวใดจะดัง และได้รับความสนใจเกินกว่า บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เรื่อง การเรียกประชุมผู้ถือหุ้นโดยกลุ่มบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (CPG) ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (จดหมายลงวันที่ 16 เมษายน 2569) โดยเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย เพื่อขอให้คณะกรรมการ CPALL จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาในหลักการว่าจะให้ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด, บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด และบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด เข้ามาอยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของ Virtual Bank ของบริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด (ACMH) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม CPG (ซึ่งเข้าข่ายเป็นการทำรายการกับบุคคลที่มีความเกี่ยวโยงกัน) หรือไม่ โดยมีการเปิดเผยข้อมูลจากการแจ้งสารสนเทศของ CPALL ไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ฉบับลงวันที่ 20 เมษายน 2569
เบื้องต้น ต้องชื่นชมกับธรรมาภิบาลที่ดีของ CPALL ที่ให้ความสำคัญกับผู้ถือหุ้น ในการเรียกประชุมคณะกรรมการของ CPALL ทันที ภายในวันถัดไป คือวันที่ 17 เมษายน 2569 เพื่อพิจารณาการร้องขอจากผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยกรรมการทุกท่านจำนวน 16 คน สามารถเข้าร่วมประชุมที่มีการนัดอย่างกระทันหัน และไม่มีกรรมการท่านใดขาดประชุมเลย ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงวันหยุดยาวของเทศกาลสงกรานต์ก็ตาม
อย่างไรก็ดี จากสารสนเทศของ CPALL ได้กล่าวถึง ACMH ว่าเป็นบริษัท ในกลุ่ม CPG โดยถือหุ้นประมาณ 25.03% แล้วอีกประมาณร้อยละ 75% ใครเป็นผู้ถือหุ้นบ้าง
จากบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของ ACMH เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า บริษัท แอสเซนต์ มันนี่ จำกัด เป็นผู้ถือหุ้นเกือบ 100% ซึ่งบริษัท แอสเซนต์ มันนี่ จำกัด เป็นผู้ประกอบธุรกิจ E-Payment หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ที่เรารู้จักกันดีในนาม “True Money” สำหรับการจ่ายบิล เติมเงิน ซื้อของออนไลน์ และสแกนชำระเงินต่างๆ โดยเฉพาะ 7-Eleven ที่ทำให้ลูกค้า 7-Eleven ขุ่นข้องหมองใจกันหนักหนาว่า ต้องใช้ True Money เท่านั้น ในการสแกนจ่ายเงินเพื่อชำระค่าสินค้า การสแกนจ่ายผ่าน Thai QR (โอนเงินจากบัญชีธนาคาร) หรือ QR Payment ที่สุดแสนจะปกติในชีวิตประจำวันไม่สามารถใช้ได้ใน 7-Eleven
ดังนั้น ในการพิจารณาว่าใครเป็นผู้ถือหุ้นที่แท้จริง ใน ACMH จึงต้องไปดูเพิ่มเติมว่า ใครเป็นผู้ถือหุ้น ในบริษัท แอสเซนต์ มันนี่ จำกัด รายชื่อผู้ถือหุ้นที่น่าสนใจที่ปรากฏในบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ฉบับลงวันที่ 2 มีนาคม 2569 มีดังนี้
บริษัท อไรซ์ เวนเจอร์กรุ๊ป จำกัด ถือหุ้นประมาณ 6.87%
นายอดิเรก ศรีประทักษ์ ถือหุ้นประมาณ 0.75%
นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีภักดิ์ ถือหุ้นประมาณ 0.75%
นายภัคพล งามลักษณ์ ถือหุ้นประมาณ 3.25%
นายขจร เจียรวนนท์ ถือหุ้นประมาณ 0.32%
นายอำรุง สรรพสิทธิ์วงศ์ ถือหุ้นประมาณ 0.32%
นางอรุณี วัชรามาพันธ์ ถือหุ้นประมาณ 0.32%
นายสุเมธ เหล่าโมราพร ถือหุ้นประมาณ 0.16%
นายสมชาย ถังสมุทร ถือหุ้นประมาณ 0.16%
นายสุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข ถือหุ้นประมาณ 0.32%
นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ถือหุ้นประมาณ 0.16%
นายธานินทร์ บูรณมานิต ถือหุ้นประมาณ 0.32%
นายพิทยา เถียรวิสิฐกุล ถือหุ้นประมาณ 0.16%
นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล ถือหุ้นประมาณ 0.16%
นายนริศ ธรรมเกื้อกูล ถือหุ้นประมาณ 0.16%
นายสุเมธ ภิญโญสนิท ถือหุ้นประมาณ 0.16%
บริษัท แอสเซนต์ กรุ๊ป จำกัด (CPG ถือหุ้นผ่าน) ถือหุ้นประมาณ 22.17%
บริษัท อุบลกาญจน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ถือหุ้นประมาณ 16.92%
ASP Thailand L.P. (บริษัทในสหรัฐอเมริกา) ถือหุ้นประมาณ 4.51%
บริษัท ฟรีวิลล์ โซลูชั่นส์ จำกัด (CPG ถือหุ้นผ่าน) ถือหุ้นประมาณ 2.86%
Prosperous Financials Limited (บริษัทในฮ่องกง) ถือหุ้นประมาณ 2.39%
Glory Financial Group Limited (บริษัทในฮ่องกง) ถือหุ้นประมาณ 0.33%
Ant International Technologies (Hong Kong) Holding Limited ถือหุ้นประมาณ 26%
MUFG Bank, Ltd (บริษัทในประเทศญี่ปุ่น) ถือหุ้นประมาณ 9.48%
ทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุนฟินโนเวนเจอร์ ไพรเวด อิควิตี้ ทรัสต์ หนึ่ง ถือหุ้นประมาณ 0.51%
สำหรับหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่เกี่ยวโยงกันที่คณะกรรมการ CPALL พิจารณานั้น ตามหลักเกณฑ์ ไม่ได้ห้ามไม่ให้ดำเนินการ แต่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้เป็นการเอาเปรียบผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ โดยเฉพาะผู้ถือหุ้นรายย่อย แต่เป็นที่น่าแปลกใจว่า กรรมการใน CPALL จำนวน 13 ท่าน พิจารณาข้อมูลใด จึงมีมติไม่เห็นด้วยโดยทันที ทั้งๆ ที่ยังไม่มีข้อเสนออย่างเป็นทางการจาก ACMH แต่อย่างใด เรื่องเหล่านี้ควรจะต้องเปิดเผยให้ผู้ถือหุ้น และผู้ลงทุนรับรู้
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น่าสนใจจากการให้ข้อมูลโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ว่าเกณฑ์การจัดตั้งเวอร์ชวลแบงค์ (ACMH ได้รับความเห็นชอบในการจัดตั้ง Virtual Bank “VB” เมื่อปี 2568) กรณีที่ ACMH จะได้รับใบอนุญาต จะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา ที่ประกาศไว้เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2567 ให้ครบถ้วน เช่น
(1) โอนเฉพาะธุรกิจทางการเงิน (ซึ่งไม่จำเป็นต้องโอนมาทั้งกิจการ) ให้เข้ามาอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจเดียวกันกับ VB
(2) ลดสัดส่วนการถือหุ้นในธุรกิจทางการเงินเพื่อไม่ให้มีอำนาจควบคุม
(3) คืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจทางการเงินที่ไม่มีนัยสำคัญ
(4) ดำเนินการอื่นใดเพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของประกาศ
หรือ (5) ยื่นขออนุญาตโดยไม่ปรับโครงสร้างธุรกิจพร้อมให้เหตุผลความจำเป็นประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ ผู้ขอจัดตั้ง VB จะต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ ธนาคารแห่งประเทศไทย. และกระทรวงการคลัง เพื่อร่วมกันพิจารณาความเหมาะสมในการให้ใบอนุญาต VB ต่อไป
รวมถึงบทสัมภาษณ์ของคุณศุภชัย เจียรวนนท์ (จากอินโฟเควสท์) ระบุว่าไม่มีแนวคิดในการนำธุรกิจค้าปลีกที่อยู่ในเครือซีพีเข้าไปรวมกับธุรกิจ VB แต่ที่เสนอให้คณะกรรมการ CPALL แยก 3 บริษัทในเครือเข้าไปรวมกับธุรกิจการเงินของ VB ของ ACMH นั้น เครือซีพีก็เพื่อให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เท่านั้น แต่หากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น CPALL ในวันที่ 29 พ.ค. ไม่เห็นด้วย เช่นดียวกับมติของคณะกรรมการ CPALL ก็พร้อมจะแจ้ง ธปท.ไปตามนั้น
ดังนั้น คงต้องติดตามข้อมูลกันต่อไปว่า CPG กำลังจะทำอะไรต่อไป และที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ CPALL ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นี้ จะมีการอธิบายในที่ประชุมผู้ถือหุ้นอย่างไรบ้าง ผู้ถือหุ้นจะมีมติไปในทิศทางใด
หากผู้ถือหุ้นมีมติไม่อนุมัติ เพราะจริงๆ แล้ว CPG ไม่ได้คิดจะโอนกิจการทั้ง 3 อยู่แล้ว เรื่องทั้งหมดน่าจะเป็นเรื่องของการออกใบอนุญาตเวอร์ชวลแบงค์ให้แก่ ACMH ใช่หรือไม่
ถ้าใช่ การดำเนินการจัดประชุมผู้ถือหุ้นของ CPALL ย่อมเป็นเพียงแค่พิธีกรรม เพื่อที่จะได้มีเหตุผลไปแจ้งธนาคารแห่งประเทศไทยว่าผู้ถือหุ้น CPALL มีมติไม่อนุมัติให้โอนกิจการทั้ง 3 แห่ง
หากเป็นแบบนี้ จะเป็นมวยล้มต้มคนดูไหม เพราะข่าวที่ออกมาอย่างอึกทึกครึกโครมตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาหุ้น CPALL ตกทุกวัน
แต่ที่แน่ๆ หากเป็นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ หรือข้อความอันอาจะก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญ ที่จะทำให้มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์หรือต่อการตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพย์ กรณีนี้ มีโทษจำคุกกันเลย (มาตรา 240 และมาตรา 296 พรบ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) ก.ล.ต. ต้องเข้ามาดูแล้ว จะกล่าวอ้างว่าเหมือน ดีล The Happitat ไม่ได้




