News Logo
หน้าแรก
ขับขี่ปลอดภัย สูงวัยต้องระวัง

ขับขี่ปลอดภัย สูงวัยต้องระวัง

12 มี.ค. 2569 11:03
ผู้ชม 95 คน

ในประเทศไทย แม้สถิติผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนโดยรวมจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัย แต่ สถิติการเกิดอุบัติเหตุในกลุ่มผู้สูงอายุกลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในขณะที่กลุ่มประชากรอื่นลดลง นี่เป็นสัญญาณเตือนที่ต้องให้ความสนใจอย่างจริงจัง เพราะสะท้อนว่าระบบความปลอดภัยในปัจจุบันอาจยังไม่ตอบโจทย์ “ผู้ขับขี่สูงวัย” อย่างเพียงพอ

1. ทำไมผู้สูงอายุต้องระวังในการขับรถมากขึ้น

การขับรถเป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยความสามารถหลายด้านพร้อมกัน ทั้งการมองเห็น การประมวลผลข้อมูล การตัดสินใจ และการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การสูญเสียความสามารถเชิงประสาทและการประมวลผล (executive function) ส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจขณะขับ เช่น การเลี้ยวขวาข้ามกระแสจราจรที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่พบได้บ่อยในอุบัติเหตุของผู้สูงอายุ

อ้างอิง

https://www.healthed.com.au/clinical_articles/elderly-and-fitness-to-drive-how-to-assess/

เหนือกว่านั้น ความสามารถในการเลือกโฟกัสสิ่งสำคัญจากภาพที่มีรายละเอียดซับซ้อน (visual selective attention) จะลดลงตามวัย ทำให้การรับรู้คนเดินถนนหรือสัตว์เลี้ยงที่วิ่งออกมาโดยไม่ทันตั้งตัวเป็นเรื่องยากขึ้น

2. เรื่องใดที่สามารถป้องกันได้

แม้การเสื่อมสภาพบางอย่างเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่หลายปัจจัยเสี่ยงสามารถจัดการได้:

• ประเมินสมรรถนะอย่างเป็นระบบ

การประเมินจริงจังเกี่ยวกับความสามารถในการขับขี่ เช่น การทดสอบการสังเกต การตัดสินใจ และการประสานงาน เพื่อช่วยตัดสินใจว่า “ยังปลอดภัยไหม” ก่อนเสี่ยงขับจริง

• อุปกรณ์ช่วยขับและการฝึกซ้อม

การใช้เทคโนโลยีช่วยขับ เช่น เซนเซอร์เตือนระยะ กล้องมองหลัง หรือการเข้าอบรมเสริมทักษะ สามารถลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

• ตรวจสุขภาพประจำปี

ตรวจสายตา การได้ยิน และสมรรถภาพร่างกายเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีปัญหาที่จะส่งผลต่อการขับขี่

3. เรื่องใดที่จำเป็นมากต้องระวัง

บางสถานการณ์ที่มักเป็นปัจจัยนำอุบัติเหตุ ได้แก่:

• การตัดสินใจในเวลาจำกัด

เช่น การเลี้ยวข้ามเลนกลางที่ซับซ้อน หรือการเข้าทางแยกในช่วงรถหนาแน่น ซึ่งต้องใช้การตัดสินใจเร็วและแม่นยำ

• ขับในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย

การขับทางไกลหรือเส้นทางแปลกใหม่ จะเพิ่มภาระในการตัดสินใจและหาข้อมูลรอบตัว

• สภาพร่างกายที่เสื่อมลงอย่างชัดเจน

เช่น ปัญหาทางสายตา โรคทางระบบประสาท หรือการเคลื่อนไหวที่จำกัด ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉับพลันได้

4. มาตรการใดที่ไม่ได้ผล

หลายครั้งมีแนวคิดที่ตีตราว่า “ผู้สูงอายุอายุเกินเท่านี้ไม่ควรขับรถ” ซึ่งอาจไม่ได้ผลจริง เพราะ:

• อายุมิได้เท่ากับสมรรถนะ

แม้วัยสูงอายุอาจเสี่ยงขึ้น แต่ผู้สูงอายุบางคนยังมีความสามารถในการขับรถที่ดี ดังนั้นการยกเลิกสิทธิขับโดยใช้เกณฑ์อายุเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถสะท้อนความปลอดภัยได้อย่างถูกต้อง

• จำกัดการขับแบบไม่เป็นระบบ

เช่น การกำหนดให้ขับได้เฉพาะระยะทางสั้น ๆ หรือเฉพาะพื้นที่ ซึ่งอาจไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงจริง เพราะอุบัติเหตุมักเกิดขึ้นใกล้บ้านเนื่องจากการใช้เส้นทางคุ้นเคยมากกว่า

5. เราควรเริ่มอย่างไร

เพื่อสร้างสังคมที่ทั้ง “ปลอดภัย” และ “เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ” ควรดำเนินการดังนี้:

• ส่งเสริมการประเมินความพร้อมขับเป็นประจำ

ระบบสุขภาพและการขนส่งควรร่วมมือกันสร้างมาตรฐานการประเมินสมรรถนะ (fitness to drive) ให้ผู้สูงอายุสามารถได้รับการตรวจประเมินอย่างเหมาะสมก่อนการต่ออายุใบขับขี่

• ให้ความรู้และคำแนะนำแก่ครอบครัว

ครอบครัวสามารถสังเกตพฤติกรรมการขับ และสนับสนุนการประเมินหรือเตรียมทางเลือกหากเห็นความเสี่ยง

• พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงง่าย

การมีทางเลือกอื่น เช่น ระบบขนส่งสาธารณะ รถรับส่งชุมชน หรือตัวเลือกบริการเรียกรถ จะช่วยลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคลของผู้สูงอายุ

สู่ถนนที่ปลอดภัยสำหรับทุกวัย

การสร้างความปลอดภัยบนถนนไม่ใช่เรื่องของกลุ่มอายุใดอายุหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของการเข้าใจและจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ โดยสังคมทั้งหมดทั้งหน่วยงานทางการ ขนส่ง สุขภาพ และครอบครัว ต้องร่วมกันสร้าง “มาตรฐานการขับขี่ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ” ให้เท่าเทียมและเป็นธรรม เพื่อให้ทุกคนสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิกฤตซ้ำ “ตั๋วแพง” เที่ยวบินยกเลิก เบรกขึ้นค่าธรรมเนียม
วิกฤตซ้ำ “ตั๋วแพง” เที่ยวบินยกเลิก เบรกขึ้นค่าธรรมเนียม