News Logo
หน้าแรก
นราธิวาสสู่เส้นชัย จังหวัดปลอดภัยจากบุหรี่ ด้วยวิถีมุสลิม

นราธิวาสสู่เส้นชัย จังหวัดปลอดภัยจากบุหรี่ ด้วยวิถีมุสลิม

22 เม.ย. 2569 18:04
ผู้ชม 4 คน

“ในขณะที่หลายพื้นที่ของประเทศยังคงเผชิญความท้าทายในการลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ จังหวัดนราธิวาสได้สร้างบทเรียนสำคัญให้กับประเทศไทย ว่าการควบคุมยาสูบสามารถทำได้จริง หากมีการขับเคลื่อนทั้งระบบ”

การสูบบุหรี่ยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญของปัญหาสุขภาพของคนไทย ก่อให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง หรือโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง ซึ่งล้วนสร้างภาระต่อทั้งคุณภาพชีวิตของประชาชนและระบบสาธารณสุขของประเทศ

จากการร่วมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานร่วมกับ สำนักควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) ระหว่างวันที่ 16-17 เมษายน ในพื้นที่ชายแดนใต้ของประเทศไทย ที่จังหวัดนราธิวาส 

นายแพทย์กู้ศักดิ์ บำรุงเสนา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส ได้นำเสนอการดำเนินการของจังหวัด  พบว่าการควบคุมการบริโภคยาสูบอย่างจริงจังและเป็นระบบ สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงสังคมได้จริง

 

ทั้งนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จังหวัดนราธิวาสได้พัฒนากลไกการทำงานด้านการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบอย่างต่อเนื่อง จนสามารถยกระดับสู่การเป็น “จังหวัดต้นแบบระดับประเทศ” พร้อมสร้างแนวทางการทำงานที่เรียกว่า “นราธิวาสโมเดล”

 

การดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการสำคัญของ กฎบัตรออตตาวาเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ  อ้างอิงจาก https://en.wikipedia.org/wiki/Ottawa_Charter_for_Health_Promotion

ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดสากลด้านการสร้างเสริมสุขภาพที่เน้นการดำเนินงานแบบบูรณาการ ทั้งด้านนโยบาย สังคม ชุมชน ระบบบริการสุขภาพ และ ทักษะบุคคล

 

💠นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ💠

หนึ่งในปัจจัยสำคัญของความสำเร็จคือการกำหนด นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพในระดับจังหวัด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบจังหวัด และกำหนดเป้าหมายร่วมกันอย่างชัดเจน คือ

“ลดนักสูบรายเก่า ไม่เพิ่มรายใหม่”

 

นายแพทย์เอกวิทย์ จินดาเพ็ชร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า  จังหวัดนราธิวาสได้นำแนวทางการบริหารจัดการเชิงข้อมูล (Data-Driven Governance) มาใช้ในการกำหนดยุทธศาสตร์ พร้อมขับเคลื่อนกลยุทธ์ Narathiwat 6G ( ส่วนร่วม ต่อเนื่อง ยืดหยุ่น สร้างสรรค์ ข้อมูล เครือข่าย ) และจัดทำข้อตกลงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายในทุกอำเภอ

การดำเนินการดังกล่าว อาจถือได้ว่า มีการดำเนินการเป็นหนึ่งเดียว หรือ ซาตู (Satu) ตามวิถีมุสลิม และมีการบริหารจัดการ ด้วยพลังปัญญา Wisdom หรือ  ฮิกมะห์ (Hikmah)  มาจากภาษาอาหรับ حكمة (ḥikmah) คือ การใช้ปัญญา ความสุขุมรอบคอบ หรือความรู้ที่ลึกซึ้งและใช้ได้อย่างเหมาะสม  มีการกำหนดทิศทางร่วมกันทำให้การควบคุมยาสูบไม่เป็นเพียงภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่กำหนดเป็น วาระสำคัญของทั้งจังหวัด

 

💠นิเวศสังคมที่เอื้อต่อสุขภาพ 💠

นอกจากการขับเคลื่อนเชิงนโยบายแล้ว จังหวัดนราธิวาสยังให้ความสำคัญกับการสร้าง นิเวศสังคมที่เอื้อต่อสุขภาพ (Health Ecology)

มาตรการสำคัญที่ดำเนินการในพื้นที่ ใช้หลักการ  “ฮาลาลันตอยยีบัน” (Halalan Tayyiban / حلالاً طيباً)  ซึ่งหมายถึง ความเหมาะสมต่อการบริโภคและการดำรงชีวิต  ได้แก่ การพัฒนามัสยิดและร้านค้าเขตปลอดบุหรี่  รวมทั้งในส่วนนักเรียน มี การดำเนินโครงการโรงเรียนปลอดบุหรี่ 100% ในระดับมัธยมศึกษา การควบคุมการจำหน่ายบุหรี่ในพื้นที่รอบสถานศึกษา และการบังคับใช้กฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มงวด โดยการปรับเป็นพินัย มีคณะกรรมการสามชุดของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดดำเนินการ

มาตรการเหล่านี้ช่วยสร้างบรรทัดฐานใหม่ของสังคม ที่ทำให้การไม่สูบบุหรี่กลายเป็นพฤติกรรมที่ได้รับการยอมรับในชุมชน

 

💠พลังการมีส่วนร่วมของชุมชน💠

โดยอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญคือ การมีส่วนร่วมของชุมชน  การใช้หลักการฮูกุม ปากัท (Hukum Pakat) คือการสร้าง กฎหรือข้อตกลงที่ชุมชนเห็นพ้องร่วมกันและใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ ในเรื่อง การควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า

 

จังหวัดนราธิวาสได้เชื่อมโยงเครือข่ายภาคีในพื้นที่อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นผู้นำศาสนา อาสาสมัครสาธารณสุข ผู้นำชุมชน โรงเรียนตาดีกา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ตัวอย่างสำคัญคือ “ระแงะโมเดล” ซึ่งเป็นรูปแบบความร่วมมือของหน่วยงานในพื้นที่มากกว่า 20 หน่วยงาน รวมถึงการสร้างเครือข่ายสนับสนุนระหว่างอำเภอ และการทำงานเชิงรุกของอาสาสมัครสาธารณสุขในการค้นหาผู้สูบบุหรี่ในชุมชน พร้อมเชื่อมโยงเข้าสู่กระบวนการช่วยเลิกบุหรี่

 

💠การปรับระบบบริการสุขภาพ💠

ในขณะเดียวกัน ระบบบริการสุขภาพของจังหวัดยังถูกปรับบทบาทให้เน้น การป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยง ในกิจกรรมคลินิกอดบุหรี่  โดยเฉพาะ ที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเจ๊ะเก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส นำโดยนายฮัสนาน หะยีเจ๊ะเล๊าะ ผอ.รพ.สต.บ้านเจ๊ะเก  จัดระบบบริการที่ไม่ทำให้เกิดการตีตรา (Stigmatization) ว่าเป็น คนติดบุหรี่หรือขี้ยา โดยปรับเป็นการชวนมาเข้าคอร์ส หลักสูตรการพัฒนาตนเอง ทำให้ผู้มาสบายใจในการเข้าร่วม

 

การดำเนินการบำบัดรักษาการติดบุหรี่นี้ตามสุขภาวะวิถีมุสลิม เรียกว่า  ชีฟาอ์โมเดล (Shifa Model) หมายถึง รูปแบบหรือแนวทางการดูแลสุขภาพและการป้องกันโรค ที่มุ่งสู่การเยียวยา โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อ “เยียวยาสังคม”

 

 

การร่วมขับเคลื่อนการลดละเลิกการสูบบุหรี่ดำเนินการเชิงรุก อย่างจริงจัง ในโรงพยาบาล มีคลินิกเลิกบุหรี่ มี รางจืดแคปซูล (พัฒนาโดยโครงการลังกาสุกะ ที่นำโดย ศาสตราจารย์ ดร กฤษณา ไกรสินธ์ ) สเปรย์อดบุหรี่จากหญ้าดอกขาว ให้บริการผู้เลิกบุหรี่ เนื่องจากตัวยามีโปแตสเซียม ในกรณี ผู้รับบริการเป็น โรคหัวใจ หรือ โรคไต จะใช้กานพลู มะนาวเคี้ยวแทน ผลการบำบัดทำให้ผู้สูบบุหรี่สามารถเลิกได้ต่อเนื่องไม่น้อย

อีกตัวอย่างหนึ่งของการส่งเสริมการเลิกบุหรี่ ที่น่าประทีบใจ คือ นายอาห์มัด สาเมาะ นายกเทศมนตรีตำบล มะรือโบตก กล่าวว่า ท่านมีชมรมผู้สูบบุหรี่ 48 คน ที่รวมกลุ่มกันตั้งใจเลิกบุหรี่ โดยปัจจุบัน หลังสองปีทุกคนเลิกสูบกันทั้งหมด ท่านได้ไปพูดตามมัสยิดชักชวนให้เลิกบุหรี่ ย้ำแล้วย้ำอีกถึงโทษภัย มีผู้เลิกบุหรี่จากที่ได้ฟังท่านได้นำเงินมาให้ท่านหนึ่งพันบาท ท่านไม่รับ โดยผู้เลิกสูบบอกว่า เมื่อเลิกบุหรี่เดือนหนึ่งประหยัดไป 3000 บาท สองเดือนก็ได้เงิน 6000 บาท จึงอยากนำเงินมาให้ท่านที่ทำให้ไม่เสียสุขภาพและมีเงินเหลือใช้จ่ายถือเป็นสิ่งดีที่ท่านได้สอนให้เลิกบุหรี่สำเร็จ

 

💠ทักษะบุคคลลดปัจจัยเสี่ยง💠

การขับเคลื่อนในจังหวัดนราธิวาสอย่างเป็นกระบวนการมีผลต่อ ทักษะบุคคลในการลดปัจจัยเสี่ยงจากบุหรี่  ข้อมูลการดำเนินงานพบว่า มีประชาชนได้รับการคัดกรองการสูบบุหรี่จำนวน 224,330 คน หรือร้อยละ 45.26 ของประชากรกลุ่มเป้าหมาย พบผู้สูบบุหรี่ 34,852 คน หรือร้อยละ 15.54 และในจำนวนนี้เข้าสู่กระบวนการบำบัดเลิกบุหรี่ถึง 26,233 คน คิดเป็นร้อยละ 75.27 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายระดับประเทศที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 50

 

ผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงประสิทธิภาพของการบูรณาการระบบบริการสุขภาพร่วมกับเครือข่ายชุมชนในระดับพื้นที่

ความสำเร็จนี้ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ ปี 2566 ด้านการบำบัดรักษาเลิกบุหรี่  ปี 2567 ป้องกันนักสูบหน้าใหม่ ปี 2568 ด้านขับเคลื่อนระดับจังหวัดยอดเยี่ยม  โดยในปี พ.ศ. 2569 จังหวัดนราธิวาสได้รับรางวัลจาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

ในสองสาขาสำคัญ ได้แก่ การบังคับใช้กฎหมายและการสร้างสิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่ และ จังหวัดต้นแบบความเป็นเลิศด้านการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบระดับประเทศ

 

 

💠จังหวัดต้นแบบความเป็นเลิศด้านการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ💠

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ (คผยช) โดย

นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานที่ประชุม

เห็นชอบให้จังหวัดนราธิวาส เป็นต้นแบบความเป็นเลิศด้านการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบจังหวัดแรกของประเทศไทย เนื่องจากมีผลงานเชิงประจักษ์ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานควบคุมยาสูบ ครบทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การขับเคลื่อนกลไกการดำเนินงานควบคุมยาสูบ การป้องกันนักสูบหน้าใหม่ การบำบัดรักษาผู้เสพยาสูบ และการบังคับใช้กฎหมายและการดำเนินการสร้างสิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่

อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่: https://www.hfocus.org/content/2026/03/37503

 

ประสบการณ์ของจังหวัดนราธิวาสสะท้อนให้เห็นว่า การควบคุมการบริโภคยาสูบให้เกิดผลอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยการดำเนินงานแบบบูรณาการทั้งระบบ สอดคล้องกับคำประกาศออตตาวา ด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ทั้งห้าด้าน คือ นโยบายสาธารณะ การสร้างสิ่งแวดล้อมทางสังคม การเสริมพลังชุมชน ไปจนถึงการปรับระบบบริการสุขภาพให้เน้นทักษะของบุคคลในการป้องกันปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ

 

“นราธิวาสโมเดล” จึงไม่ใช่เพียงเรื่องราวความสำเร็จของจังหวัดหนึ่งในชายแดนใต้ แต่เป็นบทเรียนสำคัญที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนานโยบายควบคุมยาสูบของประเทศไทยในระยะยาวได้เป็นอย่างดี

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Kindleberger Trap กับดักความสัมพันธ์ ที่นำไปสู่ความร่วมมือจีน-สหรัฐฯ
Kindleberger Trap กับดักความสัมพันธ์ ที่นำไปสู่ความร่วมมือจีน-สหรัฐฯ