News Logo
หน้าแรก
อสม กลไกสร้างสุขภาพ หรือตัวแทนขายอาหารเสริม

อสม กลไกสร้างสุขภาพ หรือตัวแทนขายอาหารเสริม

30 ก.ย. 2569 16:47
ผู้ชม 5 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. เป็นกลไกสำคัญของสาธารณสุขมูลฐาน ทำหน้าที่เชื่อมประชาชนกับระบบสุขภาพ ทั้งการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค เฝ้าระวังปัญหาสุขภาพ และประสานการดูแลในชุมชน

บทบาทนี้สอดคล้องกับแนวคิดการสาธารณสุขมูลฐาน Primary Health Care (PHC) ตามปฏิญญา Alma-Ata ค.ศ. 1978 ซึ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน การพึ่งตนเอง และการนำบริการสุขภาพเข้าใกล้ประชาชน

หัวใจของ อสม. จึงไม่ใช่การเป็นผู้ขาย แต่คือการเป็น คนกลางด้านสุขภาพของชุมชน ความไว้วางใจที่สั่งสมมาหลายทศวรรษคือทุนทางสังคมที่ต้องได้รับการปกป้อง ไม่ใช่ทุนทางการตลาด

เหตุการณ์จังหวัดน่านคือสัญญาณเตือนภัย

กรณีผู้เข้าร่วมอบรม อสม. ในอำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เกิดอาการผิดปกติหลังรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ระหว่างวันที่ 25–27 กันยายน เป็นเรื่องที่ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงอาการแพ้ผลิตภัณฑ์รายหนึ่ง

ข้อมูลที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยระบุว่า มีผู้มีอาการผิดปกติ 119 ราย ในจำนวนนี้ 21 รายเข้าห้องฉุกเฉิน และ 7 รายต้องนอนโรงพยาบาล อาการมีตั้งแต่ใจสั่น ความดันโลหิตสูง หน้ามืด เป็นลม แน่นหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน ชา และผื่นบวมแดง

อย. ระบุว่าผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องคือ KOREA PURE เลขสารบบอาหาร 11-4-03260-5-0007 รุ่น Lot 18015 และได้อายัดผลิตภัณฑ์กว่า 83,000 กล่อง พร้อมส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ดังนั้น ยังไม่ควรสรุปว่าสารใดเป็นสาเหตุของอาการจนกว่าผลตรวจจะยืนยัน

อย่างไรก็ตาม อย. ยังพบข้อความโฆษณาที่อาจเข้าข่ายเท็จหรือเกินจริง เช่น “ล้างสารพิษ” “เพิ่มออกซิเจนในเลือด” และ “ลดความเสี่ยงโรคร้าย” รวมถึงการอธิบายอาการผิดปกติว่าเป็น “ภาวะกระทุ้งพิษ” ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดและชะลอการเข้ารับการรักษา

ประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่ผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่า ผลิตภัณฑ์เข้าถึง อสม. ได้อย่างไร และกิจกรรมอบรมถูกใช้เป็นช่องทางการตลาดหรือไม่

อสม. ต้องไม่เป็นพื้นที่การตลาด

การอบรม อสม. มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความรู้และทักษะด้านสุขภาพ ไม่ใช่เพื่อสาธิต ทดลอง หรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพ หากผู้จัดหรือผู้มีบทบาทในเครือข่าย อสม. ใช้ความน่าเชื่อถือชักชวนให้ทดลองหรือซื้อสินค้า ความไว้วางใจของชุมชนก็อาจถูกเปลี่ยนเป็นเครื่องมือทางธุรกิจ

ยิ่งไปกว่านั้น การนำผลิตภัณฑ์ที่มีคำโฆษณาเกินจริงเข้าสู่บริบทการอบรม อาจทำให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจว่าได้รับการรับรองจากหน่วยงานสาธารณสุข ทั้งที่ยังไม่มีข้อสรุปด้านความปลอดภัยหรือประสิทธิผล

อสม. ต้องช่วยประชาชนรู้เท่าทันผลิตภัณฑ์สุขภาพ ไม่ใช่เป็นช่องทางกระจายสินค้า

ภารกิจเร่งด่วน : ต้องตรวจสอบทั้งผลิตภัณฑ์และระบบ

การสอบสวนควรครอบคลุมอย่างน้อย 4 ประเด็น

1. ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ตรวจส่วนประกอบ การปนเปื้อน การแสดงฉลาก และกระบวนการนำเข้า

2. กระบวนการจัดกิจกรรม ตรวจว่าใครเป็นผู้จัด ผู้สนับสนุน และนำผลิตภัณฑ์เข้ามาได้อย่างไร

3. ผลประโยชน์ทับซ้อน เปิดเผยความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ค่าตอบแทน หรือแรงจูงใจของผู้แนะนำ

4. การสื่อสารความเสี่ยง ตรวจสอบว่ามีการลดทอนความรุนแรงของอาการ หรืออธิบายอาการผิดปกติในลักษณะที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดหรือไม่

การดำเนินการต้องยึดหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่ายังไม่มีผู้ใดผิดจนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น แต่ในเวลาเดียวกัน หน่วยงานรัฐต้องเร่งคุ้มครองผู้บริโภคและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

ข้อเสนอเชิงนโยบาย

กระทรวงสาธารณสุขควรดำเนินการอย่างน้อย 6 เรื่อง

หนึ่ง ออกหลักเกณฑ์ห้ามการตลาดแฝงในกิจกรรม อสม.

ห้ามการทดลอง แจก จำหน่าย หรือชักชวนซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพในกิจกรรมที่หน่วยงานรัฐจัดหรือรับรอง เว้นแต่เป็นกิจกรรมทางวิชาการที่ผ่านการกลั่นกรองและไม่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจ

สอง เปิดเผยผู้สนับสนุนและผลประโยชน์ทับซ้อน

ทุกการอบรมควรระบุผู้จัด ผู้สนับสนุน งบประมาณ และความเกี่ยวข้องทางธุรกิจของวิทยากรหรือผู้แนะนำผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน

สาม จัดทำระบบรับรองหลักสูตรและสื่ออบรม

เนื้อหาและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการอบรมต้องผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ อย. และหน่วยบริการในพื้นที่

สี่ เพิ่มทักษะรู้เท่าทันสุขภาพและคุ้มครองผู้บริโภค

อสม. ควรได้รับการฝึกให้ตรวจสอบเลขสารบบอาหาร อ่านฉลาก แยกแยะคำโฆษณา รู้จักสัญญาณอันตราย และส่งต่อผู้มีอาการผิดปกติอย่างถูกต้อง

ห้า ให้อสม. เป็นเครือข่ายเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพ

ควรมีช่องทางแจ้งเบาะแสที่ใช้งานง่าย ระบบติดตามผล และการคุ้มครองผู้แจ้ง เพื่อให้อสม. ทำหน้าที่ปกป้องประชาชน ไม่ใช่เป็นผู้กระจายสินค้า

หก จัดระบบเยียวยาและสื่อสารความเสี่ยง

ผู้ได้รับผลกระทบต้องเข้าถึงการรักษา การติดตามอาการ และการชดเชยตามกฎหมายอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันรัฐต้องสื่อสารข้อเท็จจริงโดยไม่กล่าวโทษผู้ป่วยหรือสรุปสาเหตุก่อนผลตรวจยืนยัน

รักษา อสม. ให้เป็นเกราะของชุมชน

เหตุการณ์จังหวัดน่านควรนำไปสู่การทบทวนระบบ ไม่ใช่จบลงเมื่อทราบผลตรวจผลิตภัณฑ์ เพราะคำถามสำคัญกว่าคือ เราจะป้องกันไม่ให้ความไว้วางใจของ อสม. ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดได้อย่างไร

หาก อสม. กลายเป็นผู้ขาย ความสัมพันธ์ระหว่างคนสุขภาพกับประชาชนจะเปลี่ยนเป็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขายกับลูกค้า และความน่าเชื่อถือของระบบสุขภาพจะเสียหาย

แต่หาก อสม. เป็นผู้ให้ข้อมูล ผู้เฝ้าระวัง และผู้เชื่อมประชาชนกับบริการสุขภาพ อสม. จะยังคงเป็นหัวใจของสาธารณสุขมูลฐาน

อสม. ต้องเป็นเกราะป้องกันสุขภาพของชุมชน ไม่ใช่ช่องทางขายอาหารเสริม

การรักษาหลักการนี้ไม่ใช่เพียงการปกป้อง อสม. แต่คือการปกป้องความไว้วางใจของประชาชนและทิศทางของระบบสุขภาพไทย.

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มรดกแห่งความซื่อสัตย์: สิ่งที่ถูกต้องแม้ไม่มีใครเห็น
มรดกแห่งความซื่อสัตย์: สิ่งที่ถูกต้องแม้ไม่มีใครเห็น