News Logo
หน้าแรก
สัตว์การเมือง  ANIMAL  FARM

สัตว์การเมือง ANIMAL FARM

28 ก.ย. 2569 10:09
ผู้ชม 22 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

จอร์จ ออร์เวลล์ (George Orwell) เป็นคนอังกฤษเกิดในอินเดีย เมื่อปี 2446  เคยไปทำงานที่พม่า ไปช่วยฝ่ายซ้ายในสงครามกลางเมืองสเปน สุดท้ายกลับไปทำงานให้ BBC ที่อังกฤษ

เขาเห็นความไม่เป็นธรรมในการล่าอาณานิคมของอังกฤษ เขาปฏิเสธการแบ่งแยกชนชั้นในสังคมอังกฤษยุคนั้น เขาเห็นการเอาเปรียบของฝ่ายขวา เห็นความไม่เอาไหนของฝ่ายซ้าย และเห็นความน่ารังเกียจของการโฆษณาชวนเชื่อ เขาเขียนนิยายบันลือโลก เรื่อง Animal Farm  เมื่อปี 2496

เรื่องย่อมีว่า บรรดาสัตว์ในฟาร์มปศุสัตว์เห็นว่า นายโจนส์  ซึ่งเป็นเจ้าของฟาร์ม เป็นคนโหดร้าย ขี้เหล้า และไร้ความรับผิดชอบ ทำให้ชีวิตของสัตว์ในฟาร์มย่ำแย่ ในค่ำคืนหนึ่ง หมูเฒ่า ชื่อเมเจอร์ จึงชวนสัตว์ทั้งหมดลุกขึ้นปฏิวัติและได้รับชัยชนะ อีกสองวันต่อมา เฒ่าเมเจอร์ตาย หมูหนุ่มสองตัวคือ หมูสโนว์บอล และหมูนโปเลียน ได้ยึดอำนาจ และเปลี่ยนชื่อฟาร์มเดิมจาก แมเนอร์ฟาร์ม เป็น แอนนิมอลฟาร์ม

หมูสโนว์บอล สอนให้บรรดาสัตว์ได้อ่านเขียน ส่วนหมูนโปเลียนสอนลูกสุนัขให้รู้จักทฤษฎีของสัตว์ แม้ว่าในฟาร์มจะมีอาหารอุดมสมบูรณ์ แต่อาหารที่ดีเลิศถูกเก็บไว้ให้ หมูที่ตั้งตัวเป็นผู้นำของฟาร์ม

นายโจนส์  เจ้าของฟาร์มพยายามทวงคืนฟาร์มของตนเอง แต่ก็ล้มเหลว หมูสโนว์บอลจะเปลี่ยนฟาร์มให้ทันสมัยด้วยการสร้างกังหันลม แต่แล้วหมูนโปเลียนได้ใช้สุนัขไล่หมูสโนว์บอลออกไป แล้วประกาศตนเป็นผู้นำ

ในฐานะผู้นำ หมูนโปเลียนได้เปลี่ยนโครงสร้างการปกครองโดยให้มีคณะกรรมการหมู และบอกว่า การสร้างกังหันลมเป็นความคิดของ หมูสควีลเลอร์ สัตว์ในฟาร์มทุกตัว ทำงานหนัก เพราะหวังว่าชีวิตจะดีขึ้นหลังจากมีกังหันลมแล้ว  วันหนึ่งพายุพัด กังหันลมพังทลายลง แต่หมูสควีลเลอร์กับหมูนโปเลียนบอกว่า หมูสโนว์บอลสมคบคิดกับนายโจนส์ ทำลายกังหันลม หมูนโปเลียนยังทวงบุญคุณว่าเขาเป็นวีรบุรุษสู้กับนายโจนส์ ตอนที่นายโจนส์มาทวงฟาร์มคืน ทั้งๆที่ตอนนั้น หมูนโปเลียนไปหลบมุมอยู่ โดยปล่อยให้สัตว์อื่นๆ สู้กับนายโจนส์

หลายปีผ่านไป มีการสร้างกังหันลมขึ้นใหม่ แต่ไม่มีการติดไฟฟ้า ไม่ติดเครื่องทำความร้อน หมูนโปเลียนยืนยันว่าสัตว์ที่มีความสุข ต้องเป็นอยู่อย่างเรียบง่ายไม่ฟุ้งเฟ้อใดๆ สัตว์หลายตัวที่เป็นกลุ่มนำล้มตายลง นายโจนส์ก็ตายไป เหล่าหมูผู้นำเริ่มทำตัวเหมือนมนุษย์ ทั้งเดินด้วย 2 ขา ใส่เสื้อผ้า ดื่มเหล้า ถือแส้ นอนเตียง  เริ่มฆ่าสัตว์อื่น และบัญญัติ 7 ประการที่วางไว้ถูกเปลี่ยนเป็น “ สัตว์ทุกตัวเท่าเทียมกัน แต่สัตว์บางชนิดมีความเท่าเทียมมากกว่าสัตว์ชนิดอื่นๆ ”    ( All animals are equal but some animals are more equal than others. )

หมูนโปเลียนหันไปคบค้ากับคนจากฟาร์มอื่น ฉากของเรื่องจบลงตรงที่ กลุ่มคนนั่งมองหมูและมนุษย์เล่นไพ่กัน โดยแยกไม่ออกว่าคนหรือหมูต่างกันอย่างไร

เมื่อหมูทำตัวเหมือน “คน” พวกมันก็พบว่า ตัวเองไม่ต่างไปจาก “คน” ที่มันยึดอำนาจมา นั่นเอง

หันมาดูทางนี้

ประเทศสารขัณฑ์  มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ได้สภาล่างที่มีเสียงสนับสนุนท่วมท้น ซึ่ง รู้กันดีว่า ส.ส. จำนวนไม่น้อย มาจากการซื้อเสียง ผนวกกับอิทธิพลของระบบอุปถัมภ์ ส่วนสภาบน เสียงท่วมท้นไม่แพ้กัน ที่มาของสภาบนควรบริสุทธิ์โปร่งใส กลับกลายเป็นอุตสาหกรรม   การโกงอย่างเป็นระบบขนาดใหญ่ เหมือนการป้อนวัตถุดิบแบบเดียวกันเข้าสายพานโรงงานอุตสาหกรรม ออกมาเป็นพิมพ์เดียวกันหมด ราว 137 คน

หลักฐานชี้ว่า  โพยฮั้วมีคะแนนเกาะกลุ่มเป็นลำดับ 1-7 ใน 20 กลุ่มอาชีพที่ได้เป็น ส.ว. แบบตรงเป๊ะไม่ขาดไม่เกิน มีเส้นทางโอนเงิน รับเงิน มีการนัดหมายในโรงแรม มีการซื้อตั๋วเครื่องบิน ให้เพื่อเดินทางเป็นคณะเดียวกัน ที่เทปเสียงเทปภาพ มีแทปไลน์  มี 77 คนที่ถูกส่งศาลฎีกาเป็นคนในกลุ่มก้อนการเมืองสีเดียวกันทั้งหมด หลักฐานทั้งหมด ประชาชนเห็นเหมือนเห็นช้างอยู่ในห้อง กรรมการเลือกตั้งก็เห็น แต่ไม่ยอมรับว่ามีช้าง จึงต้อง “ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ”

สภาบนจึงมีเสียงกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ และทั้งๆ ที่มาจากการเลือกตั้งฉ้อฉล แต่ก็มีหน้าที่ให้การรับรองคนกุมอำนาจในองค์กรอิสระ ซึ่งจะส่งผลให้ฉ้อฉลไปด้วยกัน

กรณีการสอบเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น มีผู้เกี่ยวข้องนับแสนคน ตรวจพบคนผิด      อย่างน้อย 5,000 คน มีการเรียกรับผลประโยชน์มากกว่า 9,000 ล้านบาท เป็นมหกรรมโกงแบบสายพานอุตสาหกรรม เช่นกัน โดยมีปลาซิวปลาสร้อยรับกรรมไปเต็มๆ ส่วนปลาใหญ่รอดแหรอดอวนไปอยู่ไหนก็ไม่รู้

รัฐบาลสารขัณฑ์  มีเสนาบดีส่วนใหญ่ ไม่ใช่คนที่มีความสามารถและคุณธรรม แต่มาจากระบบโควตาของกลุ่มก๊วนภายในพรรค หลายคนจึงเป็นเสนาบดีโลกลืมที่ทำอะไรไม่เป็น  คนหนึ่งนั้นถึงกับประกาศว่า “น้ำท่วมเอาอยู่” แล้วเอาอยู่ได้ จริงหรือไม่ สุดท้ายจบด้วยถ้อยคำซ้ำซากว่า “ถอดบทเรียน”  ที่ไม่เคยถอดได้จริงสักครั้งเดียว

เพื่อการกุมอำนาจเด็ดขาด จึงกินรวบทั้งสภาล่าง สภาสูง องค์กรอิสระ และกำลังย่างสามขุมเข้าครอบงำอำนาจตุลาการอย่างแยบคาย ด้วยการวางตัวคนที่วางใจได้เตรียมเอาไว้

ส่วนภาคราชการก็หยิบคนของตนเข้าไปวางหรือเตรียมเข้ารับตำแหน่งสำคัญ ดังที่กรม DSI กำลังรองรับบุคคลที่เคยอยู่ในอนุกรรมการชุดเป่าทิ้งคดีโกง ส.ว. ในเวลานี้

มีกรณีผู้ยิ่งใหญ่ที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้ผิดแล้ว กลับถูกอีกองค์กรหนึ่งฟอกขาวว่าไม่ผิด จึงลอยนวลเหมือนคนไร้มลทิน

เขากระโดงอันลือลั่นในการเข้าครอบครองที่ดิน ซึ่งพระพุทธเจ้าหลวงพระราชทานให้แก่การรถไฟฯ ก็ถูกเล่นแร่แปรธาตุ  แม้ศาลปกครองชี้ขาดแล้วว่าเป็นของหลวง แต่ยังมีพลังวิเศษ ที่สามารถยื้อคดีไปได้เรื่อยๆ คนผิดยังร่าเริงในการรุกล้ำ คนบุกรุกตัวจริงยังเบิกบานในการล้ำรุก   ไม่มีทีท่าว่าที่ดินนั้นจะคืนหลวงได้เมื่อไร

อำนาจอธรรม กำลังสยายปีกอย่างกระหายหื่นเข้าเหยียบย่ำองค์กร และผู้คนที่ยืนข้างความเป็นธรรม โดยไม่ยำเกรงบาปกรรม ไม่พรั่นพรึงกฎหมาย  มีหัวหน้าเสนาบดีแล้ว ยังมีคนมีอำนาจเหนือหัวหน้าเสนาบดีที่บัญชาการหลังม่านกระจกใสที่ใครๆ ก็เห็นกระจ่างกระจะ

หมูนโปเลียนแห่ง Animal Farm  ทำลายกติกา และเข้ายึดฟาร์ม เปลี่ยนกฎตามอำเภอใจ  ไม่ฟังเสียงสัตว์อื่นๆ

บรรดาสัตว์อื่นไม่กล้ายืนยันสิ่งที่ถูกต้อง กลายเป็นสัตว์ที่หมอบราบคาบแก้ว พร้อมจะเออออห่อหมกตามผู้นำ แม้ว่าจะอยู่อย่างไร้ศักดิ์ศรี

เมื่อแรกที่ใช้อำนาจนั้น จะพูดจะทำอะไรก็ดูดี ครั้นมีอำนาจในมือขึ้นมา ก็ใช้อำนาจที่เหนือกว่ากดข่มความยุติธรรมให้สยบยอม ตามที่ ลอร์ด แอคตัน พูดไว้ว่า

“อำนาจทำให้ฉ้อฉล  อำนาจเด็ดขาดยิ่งฉ้อฉลเบ็ดเสร็จ” (Power tends to corrupt, absolute power corrupts absolutely. – Lord Acton)

Animal Farm  และประเทศสารขัณฑ์  ช่างมีอะไรที่คล้ายคลึงกัน

ชุมชนแห่งประเทศสารขัณฑ์   จึงมีคนกลุ่มนำที่ทำผิดแล้วไม่ต้องรับผิด  เพราะสามารถมีอำนาจบัญชาการเหนือผิดได้ ขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่ไร้อำนาจต่อรอง ต้องเผชิญชะตากรรมอยุติธรรมไปอย่างไร้ความหวัง

ความจริงคนมีจิตใจและสมองสูงส่งกว่าสัตว์ แต่ จอร์จ ออร์เวลล์  ชี้ว่า “เมื่ออำนาจอยู่  ในมือเสียแล้ว สัตว์และคนก็เข้ามาอยู่ในระนาบเดียวกัน”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘สีจิ้นผิง‘ในชุดสไตล์‘เหมา‘ ส่งสัญญาณอะไรถึง’ทรัมป์‘
‘สีจิ้นผิง‘ในชุดสไตล์‘เหมา‘ ส่งสัญญาณอะไรถึง’ทรัมป์‘