News Logo
หน้าแรก
น้ำมันดิบโลกพุ่งกองทุนส่อติดลบพันล. เล็งออก พ.ร.ก.ให้คลังค้ำเงินกู้

น้ำมันดิบโลกพุ่งกองทุนส่อติดลบพันล. เล็งออก พ.ร.ก.ให้คลังค้ำเงินกู้

10 มี.ค. 2569 10:02
ผู้ชม 40 คน

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกทยาน 100 ดอลลาร์/บาร์เรล กองทุนฯ อุดหนุนดีเซลลิตรละเกือบ 11.73 บาท บาท เงินไหลออกส่อทะลุ 1,000 ล้าน เล็งออก พ.ร.ก.ให้คลังค้ำเงินกู้มาโปะ เงินเฟ้อจ่อพุ่ง 3% จีดีพีส่อวูบโตแค่ 1.3%

ศึกตะวันออกลาง น้ำมันดิบโลกมทยาน 100 ดอลลาร์/บาร์เรล

ความตึงเครียดจากการสู้รบที่สหรัฐฯ จับมือกับอิสราเอล รุมถล่มอิหร่านมาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 และยังยืดเยื้อถึงปัจจุบัน รวมถึงการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันสำคัญหลายประเทศในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ซึ่งเป็นช่องทางการขนส่งน้ำมันดิบขของโลกกว่า 20% ทำให้เกิดความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันจะหยุดชะงัก ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกจากเฉลี่ย 70 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ทยานเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐ

ณ วันที่ 9 มีนาคม ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ (Brent) พุ่งแตะ 115.85 ดอลลาร์/บาร์เรล และน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 115.22 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่หลังมีข่าวว่าจะมีการประชุมของรัฐมนตรีพลังงานจากกลุ่ม G7 ในวันที่ 10 มีนาคมนี้ เพื่อหารือถึงการระบายน้ำมันจากคลังสำรองเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกอ่อนตัวลงมาเหลือประมาณ 90 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยสถานการณ์พลังงานทั้งหมดนี้ยังมีความผันผวนตราบที่สงครามยังไม่ยุติ

รัฐบาลเร่งหามาตรการรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลยืนยันว่า ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองใช้ได้ 92 วัน และยังหาจากแหล่งอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น จากสหรัฐฯ แอฟริกาตะวันตก และมาเลเซีย รวมถึงเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซในอ่าวไทยและเมียนมาเพื่อความมั่นคงในการผลิตไฟฟ้า

นอกจากนี้ ยังให้ผู้ค้าน้ำมันปรับเพิ่มสำรองน้ำมันตามกฎหมายจาก 1 % เป็น 3% โดยจะทยอยปรับขึ้นเป็น 1.5% ในสิ้นเดือนมีนาคม และครบ 3% ในสิ้นเดือนเมษายน ช่วยยืดระยะเวลาการใช้น้ำมันในประเทศออกไปได้อีกประมาณ 7 วัน และเตรียมปรับสัดส่วนผสมไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 ในวันที่ 14 มีนาคมนี้ เพื่อลดการนำเข้า

ส่วนน้ำมันเบนซิน รัฐบาลสนับสนุนการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 โดยปรับให้ราคาถูกกว่า E10 เพิ่มขึ้นเป็น 3 บาทต่อลิตร จากเดิม 2 บาท ส่วน E85 จะสนับสนุนการใช้ต่อไป นอกจากนี้ รัฐบาลยังขยายเวลาตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) อีก 2 เดือน จนถึงเดือนพฤษภาคมปีนี้จากเดิมจะสิ้นสุดเดือนมีนาคมนี้ เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

ขณะเดียวกัน เตรียมเสนอมาตรการประหยัดพลังงานต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 10 มีนาคม เพื่อเป็นแนวทางให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันประหยัดในช่วงที่ราคาพลังงานอยู่ในระดับสูง

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงบักโกรกเงินไหลออกวันละพันล้าน

รัฐบาลใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเครื่องมือหลักในการพยุงราคาน้ำมันโดยเฉพาะดีเซล เพื่อตรึงต้นทุนการผลิต การขนส่ง ช่วยบรรเทาค่าครองชีพของประชาชน โดยตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ 29.94 บาท/ลิตร เป็นเวลา 15 วัน (ครบกำหนดวันที่ 17 มีนาคม)

สถานะกองทุนน้ำมัน ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นบวก 2,459 ล้านบาท โดยบัญชีน้ำมัน +40,313 ล้านบาท ส่วนบัญชี LPG: -37,854 ล้านบาท แต่ ณ วันที่ 8 มีนาคม 2569 สถานะกองทุนน้ำมันฯ ติดลบ 786 ล้านบาท โดยบัญชีน้ำมัน + 36,949 ล้านบาท แต่บัญชี LPG -37,735 ล้านบาท

การตรึงราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ระดับ 29.94 บาท/ลิตร ต้องใช้เงินกองทุนฯอุดหนุนสูงถึง 11.73 บาท/ลิตร (จาก ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ อุดหนุนแค่ 0.74 บาท/ลิตร) หากกองทุนฯไปเข้าอุดหนุนราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลจะพุ่งไปถึง 41.67 บาท/ลิตร ทำให้เงินกองทุนฯไหลออกโดยรวมเฉลี่ยวันละกว่า 1,000 ล้านบาท

ขณะที่กลุ่มเบนซินทาง ปตท. และบางจาก เริ่มทยอยปรับราคา โดยมีผลวันที่ 10 มีนาคม เพิ่มขึ้น 0.50 บาทต่อลิตร ยกเว้น E20 และ E85 ที่ปรับลดลง 0.50 บาทต่อลิตร เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น

หลัง 17 มีนาคมจับตาขยับราคาดีเซล

หลังหมดมาตรการตรึงราคาดีเซลที่ 29.94 บาท/ลิตรถึงวันที่ 17 มีนาคม คาดกันว่าอาจมีการทยอยปรับราคาขายปลีกเป็นขั้นบันไดครั้งละ 0.50 บาท/ลิตร นอกจากนี้อาจมีการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพื่อช่วยพยุงราคาอีกทาง

หากสถานการณ์ยืดเยื้อ รัฐบาลเตรียมความพร้อมออกพ.ร.ก. ให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ เพื่อนำมาใช้เป็นวงเงินเสริมในการดูแลเสถียรภาพราคาพลังงาน ก่อนหน้านี้เมื่อครั้งเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน เคยออกพ.ร.ก.ให้คลังค้ำประกันเงินกู้มาแล้วในวงเงิน 1.5 แสนล้านบาท

น้ำมันแพงกระทบชิ่งเงินเฟ้อพุ่ง-จีดีพีฟุบ

แม้เงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จะยังติดลบ 0.88% (ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11) จากมาตรการช่วยเหลือของรัฐ แต่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อทิศทางราคาในเดือนมีนาคม กระทรวงพาณิชย์มีการประเมินใน 3 ฉากทัศน์

1.ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก 80 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล: เงินเฟ้อจะอยู่ในกรอบ 1–2%

2.ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก 100 ดอลลาร์/บาร์เรล: เงินเฟ้อจะขยับขึ้นเป็น 2–3% โดยกระทบหนักที่หมวดอาหารสำเร็จรูป

3.ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก 120 ดอลลาร์/บาร์เรล: เงินเฟ้ออาจสูงกว่า 3%

ทั้งนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันมีน้ำหนักในตะกร้าเงินเฟ้อ 13% และจะส่งผ่านไปยังราคาอาหารสำเร็จรูปที่มีน้ำหนักสูงถึง 16% ซึ่งมักปรับขึ้นเร็วแต่ลงยาก

ผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)

ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่า เสถียรภาพเศรษฐกิจไทยยังมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรับมือกับความผันผวนได้ คาดว่าสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางจะฉุดจีดีพีไทยลดลง 0.1–0.2%

ขณะที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ประเมินความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยใหม่ จากเดิมที่คาดการณ์จีดีพีปีนี้จะขยายตัวที่ 2%

หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยุติลงภายใน 1 เดือน คาดว่า จีดีพีไทยจะชะลอตัวลงเหลือ 1.6% แต่หากความขัดแย้งยืดเยื้อและลุกลาม เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงจะขยายตัวได้เพียง 1.3% เท่านั้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ราคาน้ำมันโลก
โลกผันผวน
สงครามอิหร่าน



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

EEC-ทัพเรือ-UTA ได้ฤกษ์เริ่มพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา มูลค่ากว่า 2.9 แสนล.
EEC-ทัพเรือ-UTA ได้ฤกษ์เริ่มพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา มูลค่ากว่า 2.9 แสนล.