News Logo
หน้าแรก
รบ.สั่งคุมสต็อก-ส่งเสริม B20 รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง-ราคาน้ำมันพุ่ง

รบ.สั่งคุมสต็อก-ส่งเสริม B20 รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง-ราคาน้ำมันพุ่ง

30 มี.ค. 2569 12:06
ผู้ชม 34 คน

ศบก.แถลงสถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียดกระทบพลังงาน-ค่าครองชีพไทย รบ. สั่งคุมสต็อกน้ำมัน-ส่งเสริม B20 รับมือวิกฤตราคาน้ำมัน เน้นช่วยเหลือคนไทย พลังงาน ค่าครองชีพ เกษตรกร ยืนยันต้องบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างครบวงจร

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ได้จัดการแถลงข่าวเพื่ออัปเดตสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและผลกระทบต่อประเทศไทย ทั้งในด้านพลังงานและค่าครองชีพ โดยมีผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพลังงาน และกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมชี้แจง

 สถานการณ์ตะวันออกกลางยังตึงเครียด ยกระดับการช่วยเหลือคนไทย

นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้รายงานพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางว่ามีความตึงเครียดสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการที่อิหร่านประกาศห้ามเรือที่เกี่ยวข้องกับบางประเทศเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และกลุ่มฮูตีในเยเมนประกาศเข้าร่วมการสู้รบ ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยในการเดินเรือในทะเลแดง นอกจากนี้ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านยังได้เตือนว่าจะมีการโจมตีนอกเหนือเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาในภูมิภาคอ่าว

ในส่วนของการช่วยเหลือคนไทยและปกป้องผลประโยชน์ของไทยในพื้นที่ กระทรวงการต่างประเทศสามารถเจรจาให้เรือพาณิชย์ไทยบางลำเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยแล้ว แต่เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง จึงจำเป็นต้องยกระดับการรักษาช่องทางการสื่อสารกับนานาประเทศและเร่งเจรจากับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ประชุม ศบก. ยังได้เห็นชอบให้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อช่วยเหลือเรือพาณิชย์ไทยที่ยังตกค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ สำหรับกรณีอิสราเอล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ยังคงประสานงานกับสถานทูตไทยในประเทศรอบข้าง โดยเฉพาะจอร์แดน เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยเดินทางกลับประเทศไทย ส่วนในโอมานและเยเมน ยังไม่พบว่ามีชาวไทยในพื้นที่ได้รับบาดเจ็บ แต่มีการแจ้งเตือนให้เพิ่มความระมัดระวัง นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือเดินทางออกจากภูมิภาคตะวันออกกลางแล้วทั้งสิ้น 1,532 คน กระทรวงฯ ย้ำให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด

คุมเข้มสต็อกน้ำมัน ส่งเสริม B20 และดูแลราคาน้ำมัน

นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน รายงานว่า สถานการณ์ตลาดพลังงานโลกยังมีความผันผวนสูง โดยราคาน้ำมันดิบดูไบปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 72% เทียบกับก่อนเกิดความขัดแย้ง และดีเซลสำเร็จรูปสูงเกิน 2 เท่าเมื่อเทียบกับก่อนสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศไทยยังคงอยู่ที่ 38.90 บาทต่อลิตร ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 30% จากกรณีก่อนเกิดความขัดแย้ง โดยมีกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงช่วยพยุงราคา เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ลาว และสิงคโปร์ ต่างก็มีการปรับขึ้นราคาเช่นกัน

กระทรวงพลังงานได้มีการกำกับดูแลค่าการตลาดตามกรอบที่กำหนด และเมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ยรายเดือนแล้วยังต่ำกว่าช่วงวิกฤต ในส่วนของปริมาณน้ำมันดีเซลหมุนเร็วมีการผลิตอยู่ที่ประมาณ 85 ล้านลิตรต่อวัน และจำหน่ายรวม 82.326 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่เบนซินผลิต 20 ล้านลิตรต่อวัน และจำหน่าย 32 ล้านลิตรต่อวัน

มาตรการสำคัญของกระทรวงพลังงานประกอบด้วย:

1. กำกับดูแลผู้ค้าน้ำมัน: ผู้ค้ามาตรา 7 ต้องแสดงราคาและสต็อกของโรงกลั่นและคลังน้ำมันทุกแห่งอย่างชัดเจน และรายงานข้อมูลราคาขายให้กรมธุรกิจพลังงานทุกวัน รวมถึงต้องขายน้ำมันตามราคาที่แสดงและไม่สูงกว่าราคาแนะนำ

2. ตรวจสอบสต็อกน้ำมัน: มีการตรวจสอบผ่านระบบ "สต็อกพาย" และการตรวจวัดปริมาณน้ำมันคงเหลือ ณ สถานที่เก็บสำรองทั่วประเทศ 53 แห่ง รวมถึงพัฒนาระบบ API Gateway เพื่อรับทราบข้อมูลแบบเกือบเรียลไทม์

3. จับกุมผู้กระทำผิด: มีการตรวจพบการลักลอบเก็บน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาตในจังหวัดสระบุรี 3 ราย และในพระนครศรีอยุธยา 2 แห่ง ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินคดี

4. ส่งเสริมน้ำมัน B20: กระทรวงฯ เตรียมพร้อมส่งเสริมการใช้น้ำมัน B20 โดยมีการปรับ B5 เป็น B7 และเพิ่ม B20 ด้วยส่วนต่างราคา 5 บาทต่อลิตร ซึ่งช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานได้เนื่องจาก B1 ที่เป็นส่วนผสมได้รับการยกเว้นภาษี ขณะนี้บางจากและ PTOR ได้เริ่มจำหน่าย B20 แล้ว และเชลล์คาดว่าจะเริ่มในเดือนเมษายน

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

CP-XJTLU เตรียมเปิดสอนหลักสูตรนวัตกรรมบูรณาการ เรียนรู้พร้อมทำงาน
CP-XJTLU เตรียมเปิดสอนหลักสูตรนวัตกรรมบูรณาการ เรียนรู้พร้อมทำงาน