News Logo
หน้าแรก
สื่ออังกฤษ: วิเคราะห์มอเตอร์โชว์ วิกฤตน้ำมันดันยอด EV จีนตีตลาดไทย

สื่ออังกฤษ: วิเคราะห์มอเตอร์โชว์ วิกฤตน้ำมันดันยอด EV จีนตีตลาดไทย

31 มี.ค. 2569 06:00
ผู้ชม 70 คน

ราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาอุปทานขาดแคลนและความขัดแย้งในระดับสากล ได้ปรับเปลี่ยนวิธีคิดของผู้บริโภคในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์คันใหม่อย่างสิ้นเชิง, บรรยากาศภายในงานปีนี้สะท้อนให้เห็นว่า พฤติกรรมของผู้เข้าชมงานมีความเป็น "นักวิเคราะห์" มากขึ้น โดยส่วนใหญ่จะใช้เวลาไปกับการศึกษาตารางราคาและปรึกษาตัวแทนขายเกี่ยวกับ "ต้นทุนการชาร์จไฟเปรียบเทียบกับราคาน้ำมัน" อย่างละเอียด มากกว่าการพิจารณาเพียงแค่ดีไซน์หรือรูปลักษณ์ภายนอก

หมายเหตุสำนักข่าว Next News : สืบเนื่องจากงานมอร์เตอร์โชว์ครั้งที่ 47 ซึ่งกำลังจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ ชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี นิตยสาร Global Brands Magazine (GBM) ซึ่งเป็นสื่อสิ่งพิมพ์และแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำจากประเทศอังกฤษ ได้มีการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคเอาไว้ว่า เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เพราะวิกฤตในตะวันออกกลาง ทำให้ผู้เข้าชมงานในปีนี้เริ่มจะหันมาสนใจรถพลังงานไฟฟ้ากันมากขึ้น

สำนักข่าว Next News จึงได้ำเอาบทความดังกล่าวมานำเสนอ มีรายละเอียดดังนี้

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพ งาน Bangkok Motor Show ในปีนี้ได้กลายเป็นมากกว่าเพียงงานจัดแสดงนวัตกรรมยานยนต์ แต่ได้ทำหน้าที่เป็น "ดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจ" ที่สำคัญ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างชัดเจน เมื่อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่ได้เป็นเพียง "ทางเลือกสีเขียว" อีกต่อไป แต่กลายเป็น "ความจำเป็นทางการเงิน" สำหรับผู้บริโภคยุคปัจจุบัน,

จุดสิ้นสุดของยุคใช้น้ำมัน? เมื่อ "ความคุ้มค่า" ชนะ "ความนิยมเดิม"

จากข้อมูลเชิงลึกในงานวิเคราะห์ ระบุว่าราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาอุปทานขาดแคลนและความขัดแย้งในระดับสากล ได้ปรับเปลี่ยนวิธีคิดของผู้บริโภคในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์คันใหม่อย่างสิ้นเชิง, บรรยากาศภายในงานปีนี้สะท้อนให้เห็นว่า พฤติกรรมของผู้เข้าชมงานมีความเป็น "นักวิเคราะห์" มากขึ้น โดยส่วนใหญ่จะใช้เวลาไปกับการศึกษาตารางราคาและปรึกษาตัวแทนขายเกี่ยวกับ "ต้นทุนการชาร์จไฟเปรียบเทียบกับราคาน้ำมัน" อย่างละเอียด มากกว่าการพิจารณาเพียงแค่ดีไซน์หรือรูปลักษณ์ภายนอก

การตัดสินใจของผู้บริโภคถูกบีบด้วยปัจจัยหลัก 3 ประการ คือ ยอดประหยัดน้ำมันรายเดือน, ต้นทุนต่อกิโลเมตร และความผันผวนของราคาน้ำมันเมื่อเทียบกับความเสถียรของราคาไฟฟ้า, การเปรียบเทียบระหว่างรถยนต์สันดาป (ICE) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้กลายเป็นเรื่องที่จับต้องได้และเป็นปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงการคาดการณ์เชิงทฤษฎีในอนาคตอีกต่อไป

ปรากฏการณ์ "ราคาเท่ากัน": EV พุ่งชนระดับราคาเดียวกับรถสันดาป

ข้อมูลที่น่าสนใจที่สุดประการหนึ่งคือการขยับเข้าใกล้กันของราคารถยนต์ทั้งสองระบบ โดยในปี 2568 ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 1.19 ล้านบาท ซึ่งถือว่าใกล้เคียงอย่างยิ่งกับรถยนต์สันดาปที่มีราคาเฉลี่ย 1.16 ล้านบาท เมื่อคำนวณรวมเงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากภาครัฐแล้ว

นอกจากนี้ งานในปีนี้ยังเป็นหมุดหมายสำคัญของการเปิดตัว "รถยนต์ไฟฟ้ากลุ่มระดับเริ่มต้น" (Entry-level EV) ที่มีระดับราคาเพียง 400,000 ถึง 500,000 บาท ซึ่งเป็นช่วงราคาที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง (Mass Market) ได้มากขึ้น ทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้ง่ายขึ้นโดยอิงจากความสามารถในการจ่าย ส่งผลให้สัดส่วนการยอมรับรถยนต์ไฟฟ้าในไทยพุ่งสูงถึง 30-40% ในบางเดือนของปี 2568

บูทรถพลังงานไฟฟ้าในงานมอเตอร์โชว์

บูทรถพลังงานไฟฟ้าในงานมอเตอร์โชว์

5 รุ่นเด่นที่เป็น "Game Changer" หรือตัวเปลี่ยนเกมในตลาดไทย

แหล่งข้อมูลได้ระบุถึงรถยนต์ไฟฟ้า 5 รุ่นที่ได้รับความสนใจสูงสุดในงาน ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์ของแต่ละแบรนด์ในการเจาะตลาดที่แตกต่างกัน:

  1. BYD Seagull (ATTO 1): ถือเป็นดาวเด่นในกลุ่มระดับเริ่มต้นด้วยราคาเพียง 399,900 บาท ให้ระยะทางวิ่ง 300-380 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตอบโจทย์ผู้ซื้อรถคันแรกและคนเมืองที่ต้องการความคล่องตัวในราคาที่จับต้องได้จริง

  2. Changan NEVO Q05: รุ่นที่เข้ามาอุดช่องว่างตลาดระดับกลางด้วยระยะวิ่ง 400-500 กิโลเมตร เน้นความอเนกประสงค์ที่สามารถใช้งานได้ทั้งในเมืองและการเดินทางข้ามจังหวัด

  3. XPENG G6: สร้างความฮือด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีขั้นสูงและระบบการขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Driving) พร้อมอินเทอร์เฟซดิจิทัลล้ำสมัย เจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต,

  4. ZEEKR X: เอสยูวีไฟฟ้าพรีเมียมขนาดกะทัดรัดที่ใช้กลยุทธ์ "การปรับราคาใหม่" เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยชูจุดเด่นเรื่องงานออกแบบภายในที่หรูหราและเทคโนโลยีความปลอดภัยสมัยใหม่

  5. BMW iX3 (Neue Klasse): ตัวแทนจากค่ายยุโรปที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของแบรนด์หรูในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคไฟฟ้า โดยยังคงรักษามาตรฐานด้านสมรรถนะและเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้เพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่ม Luxury ที่ต้องการเปลี่ยนจากรถน้ำมัน

    รถ XPENG G6

    รถ XPENG G6

ไทยในฐานะ "ยุทธศาสตร์หลัก" และฐานการผลิตของเอเชีย

ความสำเร็จของรถยนต์ไฟฟ้าในไทยไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะความต้องการของผู้บริโภคเท่านั้น แต่เกิดจากการวางหมากเชิงยุทธศาสตร์ของผู้ผลิต โดยเฉพาะค่ายรถยนต์จากจีนอย่าง BYD, Great Wall Motor และ Changan ที่ได้จัดตั้งโรงงานผลิตขนาดใหญ่ใน นิคมอุตสาหกรรมแถบจังหวัดระยอง เพื่อใช้ไทยเป็นฐานการกระจายสินค้าไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

กลยุทธ์นี้ได้รับแรงหนุนจากนโยบายสนับสนุนของภาครัฐ โดยรถที่ประกอบภายในประเทศ (Local Assembly) จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสรรพสามิตที่ต่ำกว่ารถนำเข้าอย่างมาก (ลดลงเหลือเพียง 2%) ซึ่งความต่างของภาษีนี้กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตสามารถตั้งราคาขายที่แข่งขันได้และดึงดูดใจผู้บริโภคได้มากกว่าเดิม,

บทสรุป: ก้าวต่อไปสู่อนาคตที่ไร้เสียงเครื่องยนต์

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในงาน Bangkok Motor Show คือภาพสะท้อนของแนวโน้มระดับโลกที่อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเปลี่ยนผ่านจากการยึดติดกับแบรนด์แบบดั้งเดิม ไปสู่การให้ความสำคัญกับ "ประสิทธิภาพด้านต้นทุน" (Cost Efficiency) และ "ประโยชน์ใช้สอย" (Usability) เป็นอันดับแรก

ตราบใดที่ราคาน้ำมันยังคงมีความผันผวนและนโยบายภาครัฐยังเอื้อต่อการเปลี่ยนผ่าน ข้อได้เปรียบทางเศรษฐกิจของรถยนต์ไฟฟ้าจะยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ วันนี้บทสนทนาเรื่องการเดินทางในประเทศไทยได้มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ และความเร็วในการเปลี่ยนผ่านนี้จะถูกกำหนดโดยปฏิสัมพันธ์ระหว่างสภาวะตลาด นโยบายรัฐ และการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมที่ต้องก้าวให้ทันความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

ที่มา https://www.globalbrandsmagazine.com/bangkok-motor-show/

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เรือด่วน' ขอขึ้นค่าโดยสารอีก 2 บาท เริ่ม 7 เม.ย. เหตุดีเซลพุ่งไม่หยุด
'เรือด่วน' ขอขึ้นค่าโดยสารอีก 2 บาท เริ่ม 7 เม.ย. เหตุดีเซลพุ่งไม่หยุด