News Logo
หน้าแรก
ผู้บริหาร‘บางจากฯ’ แจงพนักงานยัน ‘ไม่เอาทุนเทา’

ผู้บริหาร‘บางจากฯ’ แจงพนักงานยัน ‘ไม่เอาทุนเทา’

21 เม.ย. 2569 22:23
ผู้ชม 54 คน

ผู้บริหาร‘บางจากฯ’ จัดTown Hall Meeting ยืนยันกับพนักงาน ‘ไม่เอาทุนเทา’ หลังเสนอผู้ถือหุ้นแก้ข้อบังคับปมกรรมการถูกอายัดทรัพย์ต้องพ้นเก้าอี้ แต่ไม่สำเร็จ

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 21 เมษายน บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัด Town Hall Meeting เป็นการประชุมภายในองค์กรกับพนักงานบริษัท โดยนายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กรรมการที่เป็นผู้บริหาร และ กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม บริษัท บางจากฯ ชี้แจงกับพนักงานถึงผลการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา โดยเฉพาะวาระ 7 เรื่องแก้ไขข้อบังคับของบริษัทฯ เพื่อยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลและให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ทางกฎหมายและการกำกับดูแลในระดับสากล แต่ปรากฏว่าการลงมติเสียงไม่ถึง 3 ใน 4

ประชุมผู้ถือหุ้นโดยคะแนนเสียงไม่ถึง 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุม จึงไม่สามารถแก้ไขข้อบังคับของบริษัทฯ ดังกล่าวได้

ทั้งนี้ คุณชัยวัฒน์ ยังชี้แจงถึงสถานการณ์และทิศทางของบริษัทกับพนักงาน โดยย้ำจุดยืนชัดเจนว่า “ไม่เอาทุนเทา”

เน้นดำเนินธุรกิจบนหลักความถูกต้อง โปร่งใส และธรรมาภิบาล เพื่อให้พนักงานเข้าใจตรงกันทั้งองค์กร ว่าบริษัทเลือกยืนในหลักการ แม้ในสถานการณ์ที่มีแรงกดดัน

Town Hall Meeting

Town Hall Meeting

Town Hall Meeting (1)

Town Hall Meeting (1)

Town Hall Meeting (2)

Town Hall Meeting (2)

Town Hall Meeting (3)

Town Hall Meeting (3)

รายข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 10 เมษายน บริษัท บางจากฯ ประชุมผู้ถือหุ้น โดยเฉพาะวาระ 7 เสนอแก้ไขข้อบังคับของบริษัทฯ ข้อ 24 โดย เพิ่มเติม (6) (7) และ (8) เกี่ยวกับการพ้นตำแหน่งของกรรมการ คือ (6) ถูกหน่วยงานของรัฐกล่าวโทษ หรือมีคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยผ่านการรับทราบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทแล้ว (7) ถูกระงับการทำธุรกรรมหรือจำกัดการทำธุรกรรม (Sanction) โดยหน่วยงานภาครัฐของประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศในสหราชอาณาจักร และประเทศสิงคโปร์ องค์การสหประชาชาติ (United Nations) สหภาพยุโรป (European Union) และประเทศที่เป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development: OECD) โดยผ่านการรับทราบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทแล้ว (8) เป็นกรรมการหรือผู้แทนของนิติบุคคลที่หรือในขณะที่ถูกกล่าวโทษหรือมีคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์ ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินตามข้อ 24 (6) หรือถูกระงับหรือจำกัดการทำธุรกรรมตามข้อ 24 (7) โดยผ่านการรับทราบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทแล้ว

แต่การลงมติในวาระที่ 7 คะแนนเสียงไม่ถึง 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงช จึงไม่สามารถแก้ข้อบังคับเพิ่มเติมได้

ต่อมาวันที่ 11 เมษายน บริษัทฯบางจากทำหนังสือชี้แจงถึงเหตุผลการเสนอแก้ไขข้อบังคับมีวัตถุประสงค์เพื่อระงับความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว ลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายเพิ่มเติม และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สถาบันการเงิน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสีย โดยมีที่มาจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย และได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านการดำเนินธุรกิจ ความเชื่อมั่น และความสัมพันธ์กับสถาบันการเงินและคู่ค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ

"ภายหลังจากเหตุการณ์นี้ บริษัทฯ ได้รับผลกระทบในเชิงปฏิบัติจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ทั้งในรูปแบบการระงับหรือยุติการให้บริการบางด้าน การจำกัดการดำเนินธุรกรรม รวมถึงการทบทวนวงเงินสินเชื่อในบางส่วน จนกว่าจะสามารถจัดการประเด็นโครงสร้างผู้ถือหุ้นและสถานะของกรรมการผู้แทนให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน ในตลาดทุนมีการปรับเงื่อนไขการซื้อขายหลักทรัพย์ และราคาหุ้นมีความผันผวนในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งสะท้อนการประเมินความเสี่ยงและความเชื่อมั่นของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ การประเมินด้าน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) ของบริษัทฯ ยังได้รับผลกระทบ ซึ่งมีผลต่อมุมมองของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ผลกระทบดังกล่าวมีความเชื่อมโยงในหลายมิติ และอาจขยายผลในลักษณะลูกโซ่ ทั้งในด้านการเงิน การระดมทุน ความสัมพันธ์กับคู่ค้าระหว่างประเทศ และโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะในธุรกิจพลังงานซึ่งต้องพึ่งพาการทำธุรกรรมระหว่างประเทศเป็นหลัก การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และธรรมาภิบาลจึงเป็นเงื่อนไขพื้นฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจ" รายงานข่าวระบุ

หนังสือยังระบุว่า “ยิ่งไปกว่านั้น ความไม่ชัดเจนในประเด็นนี้ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง หรือได้รับผลกระทบจากมาตรการกำกับดูแลของหน่วยงานต่างประเทศ ซึ่งหากเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ทั้งในด้านการเข้าถึงระบบธนาคารระหว่างประเทศ และความสามารถในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินตราต่างประเทศ”

ข่าวแจ้งว่า เมื่อเดือนธันวาคม 2568 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์ขบวนการสแกมเมอร์ กรณีนางสาวแตงไทย บ้านมะหิงษ์ กับพวก เชื่อมโยงข้อมูลนายยิม เลียก และนายเบน สมิธ รวม 66 รายการ (เช่น ที่ดิน ห้องชุด หลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 9,279 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สินในชื่อ นายยิม เลียก นางวิรินยา ยิมจ์ (ภรรยานายยิม เลียก) , นายเบน สมิธ และน.ส.แคทรียา บีเวอร์ ภรรยา , น.ส.สุภารัตน์ สง่าเมือง และบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในจำนวนนี้ มีหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ อยู่ในชื่อบริษัท อัลฟ่าชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี จำกัด (ACE) ที่ซื้อหุ้นบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) (BCP) วงเงินกว่า 5,885 ล้านบาทด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวเศรษฐกิจ
บางจาก
ไม่เอาทุนเทา



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม.ไฟเขียว 6 ยุทธศาสตร์จัดสรรงบปี 70 คุ้มค่า-แม่นยำ-ตรงเป้า-ตอบโจทย์
ครม.ไฟเขียว 6 ยุทธศาสตร์จัดสรรงบปี 70 คุ้มค่า-แม่นยำ-ตรงเป้า-ตอบโจทย์