News Logo
หน้าแรก
จ่อชงครม.เคาะชดเชยค่า K ใหม่ ช่วยผู้รับเหมาเจอพิษน้ำมัน-วัสดุแพง

จ่อชงครม.เคาะชดเชยค่า K ใหม่ ช่วยผู้รับเหมาเจอพิษน้ำมัน-วัสดุแพง

10 พ.ค. 2569 15:13
ผู้ชม 88 คน

สำนักงบฯจ่อชงครม.ชดเชยค่า K ใหม่ ให้หัก +- 2 % ช่วยผู้รับเหมาเจอพิษน้ำมัน-วัสดุก่อสร้างแพง เฉพาะสัญญาจ้างที่ส่งมอบงวดงานระหว่าง 28 ก.พ. -30 ก.ย.69

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ว่า สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือไปถึงหน่วยงานราชการต่างๆ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อสอบถามความเห็นถึงมาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับกลุ่มคู่สัญญาภาครัฐที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยให้ส่งความเห็นภายใน 7 วันเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.)

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้สำนักงบประมาณได้เสนอมาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับกลุ่มคู่สัญญาภาครัฐที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผ่านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า ตามที่ครม.มีมติเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 เรื่อง มาตรการเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ รับทราบมาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับกลุ่มคู่สัญญาภาครัฐ ที่กำหนดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ เร่งรัดการโอน/เปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร เพื่อเป็นเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) ที่ได้รับอนุมัติวงเงินแล้ว และสำหรับรายการที่อยู่ระหว่างการขอรับจัดสรรหรือระหว่างการพิจารณาให้หน่วยงานเจ้าของโครงการกำหนดกรอบระยะเวลาการดำเนินการตรวจสอบเอกสารและอนุมัติวงเงินชดเชยค่า K เป็นภารกิจเร่งด่วน เพื่อบรรเทาปัญหาสภาพคล่องของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ที่มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

รวมถึงการปรับปรุงและทบทวนเงื่อนไข หลักเกณฑ์ และวิธีการคำนวณสัญญาแบบปรับราคาได้ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันและราคาวัสดุจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางนั้น สำนักงบประมาณได้ดำเนินการตามนัยมติครม.ดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

1.สำนักงบประมาณได้มีหนังสือเวียนแจ้งส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ให้เร่งรัดการพิจารณาอนุมัติวงเงินชดเชยค่า K ให้กับผู้ประกอบการโดยเร่งด่วน และเร่งรัดดำเนินการโอน/เปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร หรือใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ เพื่อเป็นเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมทั้งรายงานผลการโอน/เปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร ภายในวันที่ 15พฤษภาคม 2569 เพื่อสำนักงบประมาณจะได้รวบรวมเพื่อรายงานครม.เพื่อทราบต่อไป

2.สำนักงบประมาณได้จัดประชุมเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 เพื่อรับฟังความคิดเห็นโดยมีผู้แทนจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ กรมบัญชีกลาง, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, กรมชลประทาน, กรมทางหลวง, กรมโยธาธิการและผังเมือง, การรถไฟแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ, สมาคมส่งเสริมก่อสร้างทางไทย และนักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

2.1 ภาคเอกชนเสนอเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) รวม 4 ข้อ ประกอบด้วย

-ระยะเร่งด่วน

(1) ให้ยกเลิกส่วนต่างค่าปรับราคา (ค่า K) +- 4 % จากสูตรการคำนวณค่าปรับราคา (ค่า K) เป็นการชั่วคราว 6 - 8 เดือน

(2) ให้ใช้ฐานดัชนีราคาในเดือนที่คิดราคากลางในการคำนวณค่า K แทนการใช้ดัชนีราคาในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา

(3) กรณีสัญญาก่อสร้างที่ไม่มีเงื่อนไขค่า K ให้พิจารณาเพิ่มเงื่อนไขค่า K ไว้ในสัญญา

-ระยะกลาง

(4) ให้นำครุภัณฑ์ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เช่น ปั๊ม เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ลิฟต์ บันไดเลื่อน และเฟอร์นิเจอร์ Built-in เป็นต้น มาคิดรวมในการคำนวณค่า K

2.2 สำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลางได้ชี้แจงให้รับทราบถึงมาตรการให้ความช่วยเหลือของภาครัฐตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ดังนี้

-ต้นทาง : การพยุงราคาน้ำมันผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อลดความผันผวนของราคาน้ำมัน กระทรวงการคลังสนับสนุนโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่องแก่ภาคธุรกิจ

-กลางทาง : ผู้รับจ้างก่อสร้างสามารถดำเนินการบริหารความผันผวนของราคาได้ โดยการไม่ลงนามในสัญญา/การงดหรือลดค่าปรับหรือขยายเวลา/บอกเลิก ตามแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 242 ลงวันที่ 8 เมษายน 2569

-ปลายทาง : การเร่งรัดการพิจารณาอนุมัติ และเร่งรัดดำเนินการโอน/เปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร หรือใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ เพื่อเป็นเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) รวมถึงการพิจารณาปรับปรุงและทบทวนเงื่อนไข หลักเกณฑ์ และวิธีการคำนวณสัญญาแบบปรับราคาได้ เพื่อบรรเทาผลกระทบสำหรับกลุ่มคู่สัญญาภาครัฐที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง

2.3 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งยังไม่มีความแน่นอน สำนักงบประมาณจึงเห็นสมควรพิจารณาผ่อนผันวิธีการคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) เป็นการชั่วคราว ในประเด็นการทบทวนส่วนต่างการปรับราคา (ค่า K) +- 4 % และประเด็นการใช้ดัชนีราคาในเดือนที่คิดราคากลางในการคำนวณค่า K แทนการใช้ดัชนีราคาในเดือนเปิดซองประกวดราคา เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้รับจ้างก่อสร้างที่ได้รับความผันผวนของราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้างทั้งสัญญาเดิมและสัญญาใหม่ ดังนี้

(1) กรณีการทบทวนส่วนต่างการปรับราคา (ค่า K) +- 4 %

ตามมติครม.เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532 การกำหนดส่วนต่างเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) +- 4 % พิจารณาจากอัตราเฉลี่ยของค่างานต้นทุนในการบริหารงานก่อสร้างของผู้รับจ้าง ซึ่งเป็นส่วนที่มิได้ขึ้นอยู่กับความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างและอยู่ในขอบเขตของความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Acceptable Risk) แต่มีเพียงในช่วงวิกฤตซับไพรม์ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2550 - มิถุนายน 2552 ที่เกิดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และวิกฤตราคาน้ำมันที่ราคาน้ำมันดีดพุ่งสูงขึ้น ครม.จึงได้มีมติเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2551 อนุมัติชดเชยเพิ่มเติมค่า K ด้วยการผ่อนผันวิธีคำนวณค่า K โดยหักในอัตรา +- 2 % เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 7ตุลาคม 2550 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2551 เฉพาะสัญญาจ้างที่ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จและส่งมอบงานงวดสุดท้ายแล้วเท่านั้น

ดังนั้น จากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นมา ส่งผลให้ราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้างมีความผันผวนสูงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงเห็นสมควรให้ความช่วยเหลือแก่ผู้รับจ้างก่อสร้าง โดยผ่อนผันวิธีคำนวณค่า K ให้หักในอัตรา +- 2 % เป็นการชั่วคราว เฉพาะสัญญาที่ส่งมอบงวดงานระหว่างวันที่ 28กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569

(2) กรณีการใช้ “ดัชนีราคา ณ เดือนกำหนดราคากลาง” แทน “ดัชนีราคา ณ เดือนเปิดซองประกวดราคา”

เนื่องจากความผันผวนของราคาน้ำมันและราคาวัสดุก่อสร้างอันเนื่องมาจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคากลางที่จัดทำล่วงหน้าก่อนการประกวดราคา มีต้นทุนราคาไม่สอดคล้องกับต้นทุนราคาวัสดุที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่คู่สัญญา จึงเห็นสมควรให้ใช้การเปรียบเทียบดัชนีราคา ณ เดือนที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบราคากลางแทนดัชนีราคา ณ เดือนเปิดซองประกวดราคา เฉพาะสัญญาจ้างที่ลงนามในสัญญาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อให้ครอบคลุมช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากความผันผวนของราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้างอันเนื่องมาจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมให้ภาครัฐและภาคเอกชนปรับตัวในการกำหนดราคาและบริหารความเสี่ยงในสัญญา

สำหรับสัญญาจ้างที่ลงนามในช่วงก่อนหรือหลังระยะเวลาดังกล่าว ผู้รับจ้างก่อสร้างสามารถดำเนินการบริหารความผันผวนของต้นทุนค่าก่อสร้างได้โดยการไม่ลงนามในสัญญา/การงดหรือลดค่าปรับหรือขยายเวลา/บอกเลิกสัญญา ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 242 ลงวันที่ 8 เมษายน 2569 เรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ สำหรับภาระงบประมาณที่จะเกิดขึ้น เห็นสมควรให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ พิจารณาโอน/เปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ได้รับจัดสรร หรือใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ เป็นลำดับแรกก่อน หากไม่เพียงพอให้ขอรับจัดสรรงบกลางรายการเงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้าง ตามความจำเป็นและเหมาะสมต่อไป

3. ข้อเสนอเพื่อพิจารณา

3.1 รับทราบความคืบหน้าในการเร่งรัดการพิจารณาอนุมัติ และเร่งรัดดำเนินการโอน/เปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร หรือใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ เพื่อเป็นเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) ตามข้อ 1

3.2 อนุมัติการพิจารณาเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) โดยการผ่อนผันวิธีการคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) เป็นการชั่วคราว ตามข้อ 2.3 ประกอบด้วย

(1) ให้หักในอัตรา +- 2 % เฉพาะสัญญาจ้างที่ส่งมอบงวดงานระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569

(2) ให้ใช้การเปรียบเทียบดัชนีราคา ณ เดือนที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบราคากลาง แทนดัชนีราคา ณเดือนเปิดซองประกวดราคา เฉพาะสัญญาจ้างที่ลงนามในสัญญาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569

ทั้งนี้ หากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงไป เห็นสมควรมอบหมายให้สำนักงบประมาณทบทวนมาตรการเสนอต่อ ครม.เพื่อพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ อนุมติให้นำเรื่องเข้าครม.ได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวเศรษฐกิจ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สนค.-ม.หอการค้าประสานเสียง ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเม.ย.ลดวูบ
สนค.-ม.หอการค้าประสานเสียง ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเม.ย.ลดวูบ