'ทรู' แจงตลาดหลักทรัพย์ฯ มึนข่าวหญิงปริศนาแจ้งก.ล.ต.ซื้อหุ้น 7% กว่า 3 หมื่นล้าน ยันไม่มีขายหุ้นบุริมสิทธิให้คนทั่วไป เชื่อข้อมูลคลาดเคลื่อน รอก.ล.ต.ตรวจทานกับคนอ้างซื้อหุ้น ยันไม่กระทบธุรกิจของบริษัท
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 กรณีที่มีข่าวว่า นางสุภาพร พิมพงษ์ เป็นนักลงทุนปริศนาท โดยระบบรายงาน 246-2 ของสำนักงาน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ระบุว่านางสุภาพร ได้เข้าซื้อหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ TRUE ผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศชื่อ UBS Group AG จำนวน 1,098 ล้านหุ้น หรือ 3.88% และเมื่อ 15 มิถุนายน 2569 เข้าซื้อหุ้นทรูอีก 3.21% รวมแล้วนางสุภาพร ถือหุ้นทรูรวมกันถึง 7.09% คิดเป็นมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาทนั้น
ต่อมา นางสาวณภัทร ธัญญกุลสัจจา เลขานุการบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทำหนังสือเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ถึงกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เรื่อง ชี้แจงข่าวที่ปรากฏในสื่อเกี่ยวกับการได้มาซึ่งหุ้นของบริษัท
หนังสือระบุว่า ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ ว่า มีบุคคลท่านหนึ่งได้แจ้งแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (“แบบ 246-2”) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ถึงการได้มาซึ่งหุ้นของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) โดยเป็นหุ้นสามัญ จำนวนประมาณร้อยละ 3.1786 และเป็นหุ้นบุริมสิทธิ จำนวนประมาณร้อยละ 0.0388 คิดเป็นจำนวนได้มารวมประมาณร้อยละ 3.2174 ของหุ้นทั้งหมดของบริษัทฯ เป็นผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ หลังการได้มาของบุคคลดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 7.0992 ของหุ้นทั้งหมดของบริษัทฯ นั้น
บริษัทฯ ขอแจ้งให้ทราบว่า ตามหมายเหตุที่ปรากฏในหน้าเว็บไซต์แบบ 246-2 ของสำนักงาน ก.ล.ต. ระบุว่าข้อมูลในแบบ 246-2 ดังกล่าว เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งหมายถึงข้อมูลในรายงานดังกล่าวยังไม่ครบถ้วน และ/หรือ อยู่ระหว่างการสอบทาน นอกจากนี้ บริษัทฯ มีข้อสังเกตว่า ข้อมูลในแบบ 246-2 ดังกล่าว อาจมีความไม่ถูกต้องเนื่องจาก บริษัทฯ ไม่เคยเสนอขายหุ้นบุริมสิทธิให้แก่บุคคลเป็นการทั่วไป และในปัจจุบัน บริษัทฯ ไม่มีหลักทรัพย์ประเภทหุ้นบุริมสิทธิแล้ว โดยบริษัทฯ ได้แจ้งข้อเท็จจริงดังกล่าว ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ในวันเดียวกัน ซึ่งบริษัทฯ ได้รับทราบว่า สำนักงาน ก.ล.ต. จะติดต่อสอบถามข้อเท็จจริงจากบุคคลผู้ยื่นแบบ 246-2 ฉบับดังกล่าว สถานการณ์ในขณะนี้จึงต้องรอผลการสอบทานข้อมูลจากบุคคลดังกล่าวโดยสำนักงาน ก.ล.ต. ต่อไป
ทั้งนี้ หากมีพัฒนาการที่มีนัยสำคัญใดๆ ในอนาคต บริษัทฯ จะเปิดเผยข้อมูลตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง บริษัทฯ คาดว่ารายการดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อทิศทางการดำเนินธุรกิจ การบริหารจัดการ หรือการดำเนินงานของบริษัทฯ แต่อย่างใด




