News Logo
หน้าแรก
‘พาณิชย์’ เผยผลเจรจา FTA ไทย-EU รอบ 9 จบอีก 8 ประเด็น ปูทางโค้งสุดท้าย

‘พาณิชย์’ เผยผลเจรจา FTA ไทย-EU รอบ 9 จบอีก 8 ประเด็น ปูทางโค้งสุดท้าย

6 ก.ค. 2569 17:55
ผู้ชม 5 คน

'ศุภจี' เผยการจรจา FTA ไทย-EU คืบหน้า ใกล้โค้งสุดท้าย จ่อหารือปมต่อต้านการฉ้อฉล-เปิดตลาดสินค้าเกษตร-จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-EU รอบที่ 9 ระหว่างวันที่ 22-30 มิถุนายน 2569 ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม มีความคืบหน้าอย่างมากในหลายประเด็น สามารถสรุปเพิ่มเติมได้อีก 4 บท ได้แก่ (1) การแข่งขันและการอุดหนุน ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันอย่างเท่าเทียมและการกำหนดกฎเกณฑ์การอุดหนุนที่โปร่งใส (2) รัฐวิสาหกิจ เพื่อให้มั่นใจว่ารัฐวิสาหกิจที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของความตกลง จะดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์โดยไม่เลือกปฏิบัติ (3) การระงับข้อพิพาท ที่กำหนดกลไกการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐต่อรัฐ หากมีการทำผิดความตกลง FTA และ (4) บทบัญญัติว่าด้วยการบริหารจัดการความตกลง

นางศุภจีกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังสามารถสรุปการเจรจาได้เพิ่มเติมในอีก 4 ประเด็น ประกอบด้วย ภาคผนวก 3 เรื่อง และพิธีสาร 1 เรื่อง ได้แก่ (1) ภาคผนวกเรื่องอากรที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกสินค้า (2) ภาคผนวกเรื่องการผูกขาดการนำเข้าและส่งออกสินค้า (3) ภาคผนวกยานยนต์ ภายใต้บทอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า และ (4) พิธีสารด้านความช่วยเหลือด้านศุลกากรระหว่างกัน ทั้งนี้ เมื่อรวมกับประเด็นที่ได้ข้อสรุปในรอบก่อนหน้านี้ ทำให้ปัจจุบันสามารถสรุปผลการเจรจาได้แล้ว 15 บท จาก 24 บท และภาคผนวกต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง นับว่าบรรลุผลได้แล้วประมาณ 2 ใน 3 ของข้อตกลงทั้งหมด

"การเจรจาในประเด็นที่เหลือ มีหลายเรื่องที่ใกล้ได้ข้อสรุป เช่น การต่อต้านการฉ้อฉล และบทบัญญัติสุดท้ายของความตกลง ขณะที่การเจรจาด้านการเปิดตลาดทั้ง 3 เรื่อง ทั้งการค้าสินค้า การค้าบริการและการลงทุน และการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ ก็มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการหารือข้อเสนอการเปิดตลาดในรายละเอียด นับได้ว่าการเจรจาดำเนินไปถึงช่วงสำคัญที่ใกล้เข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเจรจา โดยการเจรจารอบต่อไป จะมุ่งขับเคลื่อนเจรจาประเด็นที่เหลืออีก 1 ใน 3 ซึ่งมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย อาทิ สินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ การจัดการพลังงานและวัตถุดิบ การค้าดิจิทัล บริการและลงทุน ตลอดจนกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงทรัพย์สินทางปัญญา"นางศุภจีกล่าว

นางศุภจีกล่าวว่า ได้รับแจ้งจากหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทยว่าการเจรจารอบนี้มีความคืบหน้ามาก เนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนทางการเมืองจากการหารือในระดับสูงของทั้งสองฝ่าย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ณ กรุงบรัสเซลส์ ที่ตนและนายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย ได้เข้าหารือกับ

นายมารอส เซฟโควิช กรรมาธิการยุโรปด้านการค้าและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และนายคริสตอฟ ฮันเซน กรรมาธิการยุโรปด้านการเกษตรและอาหาร ซึ่งรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันในการเร่งผลักดันการเจรจา FTA ไทย-EU ให้สามารถสรุปผลได้โดยเร็ว และมอบนโยบายให้หัวหน้าคณะเจรจาเร่งจัดทำแผนงานร่วมกันและหารือในประเด็นคงค้างอย่างใกล้ชิด

นางศุภจีกล่าวว่า สำหรับการดำเนินการต่อไป กรมเจรจราการค้าระหว่างประเทศ จะประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการเจรจา FTA ไทย-EU ซึ่งมีตนเป็นประธาน เพื่อหารือประเด็นคงค้างสำคัญร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเด็น นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะจัดให้มีการหารือระหว่างรอบ ทั้งในระดับหัวหน้าคณะเจรจาและในแต่ละกลุ่มเจรจา รวมถึงการหารือในระดับรัฐมนตรี โดยนายมารอส เซฟโควิช กรรมาธิการยุโรปด้านการค้าฯ จะเดินทางมาประเทศไทยในช่วงก่อนการเจรจารอบที่ 10 เพื่อติดตามความคืบหน้าและผลักดันให้การเจรจารอบที่ 10 ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ให้มีความคืบหน้าสูงสุดและสรุปผลได้โดยเร็ว ตามที่รัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าหมายไว้ และตามยุทธศาสตร์ที่ทั้งไทย และ EU ต้องการยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ขยายโอกาสทางการค้า การลงทุนบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน และร รองรับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของภูมิเศรษฐ์ศาสตร์โลก

รายงานข่าวแจ้งว่า ในปี 2568 EU เป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทย รองจากจีน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น โดยมีมูลค่าการค้ารวม 45,033.47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 3.44 โดยไทยส่งออกไป EU มูลค่า 26,449.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 9.27 สินค้าส่งออกสำคัญ เช่น (1) เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (2) อัญมณีและเครื่องประดับ (3) เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ(4) ผลิตภัณฑ์ยาง และ (5) หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ และไทยนำเข้าจาก EU มูลค่า 18,584.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 3.86 สินค้านำเข้าสำคัญ เช่น (1) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ(2) ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม (3) เคมีภัณฑ์ (4) เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ และ (5) เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทั้งนี้ ไทยได้เปรียบดุลการค้า EU มูลค่า 7,864.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ทรู' แจงหญิงปริศนาแจ้งก.ล.ต.ซื้อหุ้น 3 หมื่นล. เชื่อข้อมูลคลาดเคลื่อน
'ทรู' แจงหญิงปริศนาแจ้งก.ล.ต.ซื้อหุ้น 3 หมื่นล. เชื่อข้อมูลคลาดเคลื่อน