บอร์ดประชารัฐฯเคาะรับกลุ่มเปราะบางอีก 5.38 คนคัดกรองรับบัตรสวัสดิการฯ รื้อเกณฑ์หนี้เกิน 1 แสนไม่รวมภาคเกษตร พ่อแม่ที่ลูกนำค่าเลี้ยงดูไปลดหย่อนภาษีก็ไม่ถูกตัดสิทธิ
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่การประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ครั้งที่ 8/2569 รับทราบผลการลงทะเบียนและการตรวจสอบคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ในเบื้องต้น โดยเห็นชอบการเพิ่มกลุ่มเป้าหมาย โดยนำกลุ่มเปราะบางที่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้สำรวจพบในระหว่างการลงพื้นที่ลงทะเบียน (วันที่ 4 -21 มิถุนายน 2569) จำนวน 5,383,393 คน เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติตามขั้นตอนต่อไป
"สำหรับการคัดกรองคุณสมบัติโครงการฯ ปี 2569 จะไม่มีการใช้เกณฑ์คุณสมบัติกรณีที่บุตรนำค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาไปลดหย่อนภาษี ดังนั้นบิดามารดาจะไม่ถูกตัดสิทธิ นอกจากนี้ ยังนำความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ที่เสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 มาพิจารณาทบทวนเกณฑ์คุณสมบัติวงเงินสินเชื่อรวม 100,000 บาท โดยจะไม่นับรวมสินเชื่อภาคการเกษตร เนื่องจากสินเชื่อภาคการเกษตรมีลักษณะแตกต่างจากสินเชื่อทั่วไป เพราะเป็นสินเชื่อที่ผูกพันตามรอบฤดูกาลเพาะปลูก และในบางกรณีเป็นการเยียวยาบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติ จึงอาจไม่สะท้อนถึงความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อหรือฐานะทรัพย์สินของผู้มีเงินได้เช่นเดียวกับสินเชื่อประเภทอื่น"นายวินิจกล่าว
นายวินิจกล่าวว่า นอกจากนี้ กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเสนอให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบันที่จะไม่ได้รับสิทธิตามโครงการฯ ปี 2569 ได้รับสิทธิตามโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เป็นระยะเวลา 2 เดือน (ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2569 - 30 กันยายน 2569) เนื่องจากผู้ถือบัตรดังกล่าวเป็นผู้ที่ไม่มีสิทธิลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ในช่วงการเปิดลงทะเบียน ทั้งนี้ ในขั้นตอนต่อไปจะมีการนำเสนอครม.เพื่อพิจารณา ก่อนประกาศผลการลงทะเบียนตามกำหนดในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ต่อไป




