สภาอุตฯ เผยยอดขาย ‘อีวี’ พุ่ง แต่ห่วงเป็นการซื้อจากการนำเข้าถึง 62% ร้องรื้อภาษีช่วยผู้ผลิตในประเทศ ส่วนกระบะยอดขายวูบ เหตุสถาบันการเงินเข้มปล่อยสินเชื่อ
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ยอดรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนกรกฎาคม 2569 มีทั้งสิ้น 117,383 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2568 ร้อยละ 6.12
โดยเพิ่มขึ้นเพราะผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้า 13,422 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 271 ผลิต PHEV 1,661 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 295.48 ผลิต HEV 24,173 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 95.35 จากการขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเพราะสงครามตะวันออกกลาง และส่งออกไปประเทศคู่ค้า ในขณะที่ยอดผลิตรถยนต์นั่งสันดาปภายในผลิตได้แค่ 8,251 คัน ลดลงถึงร้อยละ 62.49
นายสุรพงษ์กล่าวว่า การผลิตรถยนต์โดยรวม 7 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 834,595 คัน ลดลงเล็กน้อย 0.09% อย่างไรก็ตามการผลิตรถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle (BEV) มีจำนวน 47,452 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของ 2568 ร้อยละ 73.13 รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) จำนวน 13,980 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ร้อยละ 34.98
นายสุรพงษ์กล่าวว่า ส่วนยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนกรกฎาคม 2569 มีจำนวน 59,196 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2568 ร้อยละ 20.07 โดยยอดขายที่เพิ่มขึ้นเพราะรถยนต์ไฟฟ้า(BEV) ขายได้ 20,989 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 122.08 มีสัดส่วนเป็นร้อยละ 35.46 ของยอดขายทั้งหมด ในขณะที่รถยนต์นั่งสันดาปภายในขายได้แค่ 7,654 คัน ลดลงร้อยละ 34.58 มีสัดส่วนร้อยละ 12.76 ของยอดขายทั้งหมด เนื่องจากราคาน้ำมันสูงขึ้นมาก รถกระบะบรรทุกยังคงขายลดลงร้อยละ 16.22 จากการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน
“ที่น่ากังวลมาก ๆ จากยอดขายรถยนต์ 7 เดือนแรกของปี 2569 ที่มีจำนวน 406,162 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.39 นั้น เป็นการขายรถยนต์นั่งไฟฟ้าถึง 125,411 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 97.39 แต่ยอดผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าในประเทศมีเพียง 46,924 คัน เท่ากับร้อยละ 37.42 ของขาย แต่เป็นการขายของรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าถึงร้อยละ 62.58 จึงขอเรียกร้องให้มีการพิจารณาเรื่องภาษีที่อาจจะไม่เป็นธรรมกับรถยนต์สันดาปภายในและรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งมีการจ้างแรงงานคนไทย และใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศทำให้เศรษฐกิจในประเทศเติบโตกลับต้องเสียเปรียบรถยนต์ไฟฟ้านำเข้า จึงเรียกร้องให้รัฐบาลปรับโครงสร้างภาษีให้เป็นธรรมกับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ”นายสุรพงษ์กล่าว
นายสุรพงษ์กล่าวว่า ที่น่ากังวลใจมากอีกเรื่องหนึ่งคือยอดขายรถกระบะที่ยังคงขายลดลงเหลือเพียง 1 หมื่นกว่าคันจากที่เคยขายเดือน 3 หมื่นกว่าคัน ลดลงถึงกว่า 60% เพราะความเข้มงวดของสถาบันการเงินจากเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตในอัตราต่ำมาตลอดหลายไตรมาส โดยไตรมาสสองของปีนี้เติบโต 1.9% ลดลงจากไตรมาส 1 ที่เติบโต 2.8




