เปิดแผน ‘ฉัตรชัย’ ซีอีโอใหม่ NETBAY ยอมรับปีนี้ยังท้าทายจากเศรษฐกิจ-ต้นทุนพลังงานสูง กระทบนำเข้า-ส่งออก เตรียมวางยุทธศาสตร์ Netbay 2030 ต่อยอดธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล ขยายตลาดเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ–เอกชน เจาะธนาคาร ประกันภัย ค้าปลีก
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นายฉัตรชัย ธนาฤดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) หรือ NETBAY เปิดเผยภายหลังการเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งมีผลเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมาว่า บริษัทอยู่ระหว่างการกำหนดทิศทางระยะยาวภายใต้ยุทธศาสตร์ Netbay 2030 โดยมุ่งต่อยอดธุรกิจหลักด้าน Software-as-a-Service (SaaS) และ Platform as a Service (PaaS) ซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัท ควบคู่กับการขยายโอกาสทางธุรกิจใหม่ผ่านการเชื่อมโยงเทคโนโลยีและฐานข้อมูล เพื่อสร้างระบบนิเวศดิจิทัล (Digital Ecosystem) ที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจและผู้บริโภคในระยะยาว
ขณะเดียวกัน NETBAY ยังมองโอกาสจากการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล เช่น ธนาคาร ประกันภัย และการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องและตรวจสอบได้ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินธุรกิจ ลดขั้นตอนการทำงาน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ โดยบริษัทต้องการต่อยอดศักยภาพของแพลตฟอร์มที่มีอยู่ให้สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา NETBAY อาจเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ให้บริการระบบเกี่ยวกับการขนส่งและใบขนสินค้า แต่ในความเป็นจริง ระบบพื้นฐานของบริษัทยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับกระบวนการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนำเข้าและส่งออกได้อีกหลายส่วน
นายฉัตรชัย กล่าวว่า โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การขยายขีดความสามารถของแพลตฟอร์มเดิมให้ครอบคลุมกระบวนการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ลูกค้าและสร้างโอกาสเพิ่มรายได้จากฐานธุรกิจนำเข้า–ส่งออกที่มีอยู่ รวมถึงนำเทคโนโลยีและระบบตรวจสอบตัวตน ตลอดจนการตรวจสอบเอกสารและข้อมูล ไปต่อยอดในอุตสาหกรรมอื่นที่ต้องใช้กระบวนการตรวจสอบความถูกต้องเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนต่อยอดบริการดังกล่าวสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ ทั้งธุรกิจค้าปลีก ธนาคาร ประกันภัย และหน่วยงานภาครัฐ โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านแพลตฟอร์ม การเชื่อมโยงข้อมูล ซึ่งหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ NETBAY ให้ความสนใจคือภาคธนาคาร เนื่องจากธนาคารมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเงินทุนให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs และผู้ส่งออกรายเล็ก อย่างไรก็ตาม การปล่อยสินเชื่อยังมีเงื่อนไขสำคัญคือธนาคารต้องสามารถตรวจสอบข้อมูลและประเมินความน่าเชื่อถือของผู้กู้ได้อย่างมั่นใจ บริษัทมองเห็นโอกาสในการพัฒนา Ecosystem ที่เชื่อมโยงข้อมูลและกระบวนการทางธุรกิจ เพื่อช่วยให้ธนาคารมีข้อมูลประกอบการพิจารณาสินเชื่อมากขึ้น ลดข้อจำกัดในการตรวจสอบ และเพิ่มความมั่นใจในการปล่อยเงินทุนให้กับผู้ประกอบการ
นายฉัตรชัย กล่าวถึงแนวโน้มผลประกอบการในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2569 ว่า แนวโน้มผลประกอบการช่วงไตรมาส 4 ยังคงมีความท้าทาย ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปียังไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปจากช่วงที่ผ่านมา ส่วนแนวโน้มปี 2570 ยังต้องติดตามสถานการณ์อีกครั้ง สาเหตุหลักจากผลกระทบต้นทุนพลังงานยังอยู่ในระดับสูง หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือธุรกิจขนส่งทางอากาศผู้ประกอบการบางส่วนปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งจากทางอากาศไปสู่ทางบกหรือรถยนต์มากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณในกลุ่มธุรกิจขนส่งทางอากาศลดลง และอาจกระทบต่อรายได้ของผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง
ขณะเดียวกัน ธุรกิจนำเข้า–ส่งออกและการขนส่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สะท้อนภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยได้ระดับหนึ่ง เนื่องจากประเทศไทยพึ่งพาการส่งออกค่อนข้างมาก เมื่อเศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบก็ส่งผ่านมายังภาคธุรกิจในประเทศด้วย แต่อย่างไรก็ดี NETBAY อาจไม่ได้กระทบทั้งหมดเนื่องจากบริษัทให้บริการครอบคลุมการขนส่งหลายรูปแบบ ไม่ได้พึ่งพาเฉพาะการขนส่งทางอากาศ อีกทั้งยังมีลักษณะรายได้จากทั้งโครงการและบริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้ผลกระทบจากแต่ละกลุ่มธุรกิจมีความแตกต่างกัน
นายฉัตรชัย กล่าวว่า การขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมใหม่ต้องใช้เวลา โดยบริษัทจะเริ่มเดินหน้าปรับตัวตั้งแต่ปีนี้ และคาดว่าการสร้างรายได้จากธุรกิจใหม่จะเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้นในปีหน้า ควบคู่กับการเพิ่มบริการในธุรกิจนำเข้า–ส่งออกเดิม เพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสเติบโตในระยะยาว
ทั้งนี้ NETBAY ปัจจุบันมีธุรกิจแพลตฟอร์มหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ Shipping Platform ให้บริการระบบสนับสนุนการขนส่งและธุรกรรมนำเข้า-ส่งออก AI Box ให้บริการยืนยันตัวตน การลงนามและจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ และ Check Pass ให้บริการตรวจสอบข้อมูลเครดิตและข้อมูลด้านการกำกับดูแล รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
สำหรับนายฉัตรชัย สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก( Ph.D.) สาขา Strategic Management and Strategy จากUniversity of Canterbury ประเทศนิวซีแลนด์ ปริญญาโท (MBA) จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ ปริญญาโทและปริญญาตรี สาขาวิศกรรมคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ประสบการณ์การทำงานเป็นผู้บริหารและกรรมการบริษัทที่มีประสบการณ์ด้านบริหารองค์กร การบริหารเชิงกลยุทธ์ การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล การบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance) ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติมากกว่า 29 ปี โดยมีประสบการณ์การทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศนิวซีแลนด์และหลายประเทศในภูมิภาคเอเซีย ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ การเงิน ธนาคาร ประกันภัย Fintech, InsurTech, Healthcare พลังงาน และเทคโนโลยีดิจิทัล




