News Logo
หน้าแรก
"ทรัมป์" แย่งซีนเวทีโลก ดึง CEO ยักษ์ใหญ่เจรจาลับรีเซ็ตระเบียบศก.ใหม่

"ทรัมป์" แย่งซีนเวทีโลก ดึง CEO ยักษ์ใหญ่เจรจาลับรีเซ็ตระเบียบศก.ใหม่

20 ม.ค. 2569 18:22
ผู้ชม 60 คน

ดาวอส 2026 ไม่เหมือนเดิม “โดนัลด์ ทรัมป์” เปิด “USA House” ดึง CEO โลกเจรจานอกเวทีหลัก เปลี่ยน WEF จากพื้นที่ฉันทามติ สู่สนามแข่งขันอำนาจของมหาอำนาจ ส่งสัญญาณรีเซ็ตระเบียบเศรษฐกิจโลกยุคอเมริกานำ

การประชุม World Economic Forum (WEF) 2026 ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ กำลังเปลี่ยนจากเวทีถกเถียงเชิงพหุภาคี ไปสู่สนามแข่งขันอิทธิพลของมหาอำนาจ โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเกมนอกกรอบ จัดงานเลี้ยงส่วนตัวและตั้ง “USA House” เป็นพื้นที่เจรจาเศรษฐกิจที่สหรัฐฯ คุมเกมเอง

WEF ปีนี้ถูกจับตาเป็นพิเศษ หลังทรัมป์ใช้การปรากฏตัวบนเวทีโลกไม่เพียงเพื่อกล่าวสุนทรพจน์ แต่เดินเกมเชิงโครงสร้างด้วยการส่งคำเชิญตรงจากทำเนียบขาวถึง CEO ระดับโลก ทั้งสายการเงิน เทคโนโลยี คริปโตเคอร์เรนซี และบริษัทที่ปรึกษาข้ามชาติ เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองแบบปิดทันทีหลังจบเวทีหลัก ซึ่งถูกมองว่าเป็น “เวทีคู่ขนาน” ที่หลุดจากวาระและกรอบเดิมของ WEF 

จุดศูนย์กลางของความเคลื่อนไหวคือการเปิดตัว “USA House” เป็นครั้งแรก บนถนน Promenade ใจกลางดาวอส ทำหน้าที่เสมือนพาวิลเลียนเศรษฐกิจของสหรัฐฯ สำหรับโปรโมตสินค้า บริการ และทิศทางนโยบายอเมริกัน โดยทรัมป์นำคณะผู้แทนชุดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา รวมถึงรัฐมนตรีคลัง รัฐมนตรีต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายตำแหน่ง ความเคลื่อนไหวนี้ถูกตีความว่าเป็นความพยายาม “ยึดพื้นที่” จากเวทีโลกเดิม มาสู่พื้นที่ที่สหรัฐฯ กำหนดกติกาได้เอง 

บรรยากาศยิ่งตอกย้ำความตึงเครียด เมื่อการมาของทรัมป์เกิดขึ้นพร้อมนโยบายแข็งกร้าว ทั้งท่าทีต่อยุโรป การขู่เก็บภาษีนำเข้า และข้อเสนอเชิงภูมิรัฐศาสตร์อย่างกรณีกรีนแลนด์ ส่งผลให้ประเด็นหลักที่ WEF เคยผลักดัน เช่น สภาพภูมิอากาศ ความหลากหลาย และความยั่งยืน ถูกลดบทบาทลงอย่างเห็นได้ชัด 

ขณะเดียวกัน จีนก็ไม่ปล่อยให้สหรัฐฯ ครองเวทีฝ่ายเดียว โดยส่งรองนายกรัฐมนตรี เหอ ลี่เฟิง เข้าร่วม พร้อมจัดงานเลี้ยงรับรองกลุ่ม CEO และผู้ก่อตั้งบริษัทระดับโลกเช่นกัน การขับเคี่ยวแบบตัวต่อตัวระหว่างสองมหาอำนาจ ทำให้ดาวอสจากพื้นที่สร้างฉันทามติ กลายเป็นพื้นที่แข่งขันเชิงอำนาจอย่างเปิดเผยมากขึ้น และสะท้อนโลกยุคใหม่ที่ความร่วมมือถูกแทนที่ด้วยการต่อรอง 

ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องประชุม เมืองดาวอสเผชิญความปั่นป่วนอย่างหนัก ราคาที่พักพุ่งจากคืนละราว 165 ฟรังก์สวิส เป็นมากกว่า 1,200 ฟรังก์สวิส (ราว 47,000 บาท) มีรายงานการหลอกขายบัตร VIP ปลอม และนักธุรกิจบางส่วนต้องปูนอนในฟิตเนสหรือหลังร้านค้า เพียงเพื่อให้ได้อยู่ใกล้ศูนย์กลางอำนาจที่กำลังกำหนดทิศทางโลก 

ท่ามกลางความหรูหราของชนชั้นนำ รายงานจาก Oxfam ชี้ให้เห็นความย้อนแย้งว่า ความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีโลกเพิ่มขึ้นกว่า 16% ในปีที่ผ่านมา ขณะที่ประชากรเกือบครึ่งโลกยังอยู่ในภาวะยากจน สอดคล้องกับผลสำรวจของ Edelman ที่พบว่าคนเกือบ 70% เชื่อว่าผู้นำภาคธุรกิจและรัฐบาลบิดเบือนข้อมูล ความไม่ไว้วางใจนี้กลายเป็นฉากหลังของดาวอสปี 2026 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

เวทีปีนี้ยังเป็นหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เมื่อเจนเซน ฮวง ซีอีโอ Nvidia ปรากฏตัวท่ามกลางการถกเถียงเรื่องอนาคต AI และผลกระทบต่อการทำงานของมนุษย์ ขณะที่นอกพื้นที่ประชุม กลุ่มผู้ประท้วงออกมาโจมตี WEF ว่าเป็น “World Economic Failure” และตั้งคำถามว่านโยบายระดับโลกกำลังเอื้อกลุ่มทุนมากกว่าการแก้ปัญหาปากท้องประชาชนหรือไม่


ที่มา: reuters, pbs

Author Avatar

ผู้เขียน

ลินลิสา เจือไทย
ข่าวทั้งหมดของผู้เขียน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ทรัมป์
WEF2026



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เรือด่วน' ขอขึ้นค่าโดยสารอีก 2 บาท เริ่ม 7 เม.ย. เหตุดีเซลพุ่งไม่หยุด
'เรือด่วน' ขอขึ้นค่าโดยสารอีก 2 บาท เริ่ม 7 เม.ย. เหตุดีเซลพุ่งไม่หยุด