News Logo
หน้าแรก
‘กกร.’ ชี้ครึ่งปีหลังศก.ไทยเจอทั้งท้าทาย-โอกาส คาด GDP ปี 69 โต 1.6-2%

‘กกร.’ ชี้ครึ่งปีหลังศก.ไทยเจอทั้งท้าทาย-โอกาส คาด GDP ปี 69 โต 1.6-2%

5 ส.ค. 2569 19:41
ผู้ชม 5 คน

‘กกร.’ ปรับคาดการณ์จีดีพี ปี 69 จากขยายตัว 1.2-1.6% เพิ่มเป็น 1.6-2% ชี้ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยเจอทั้งท้าทายและโอกาส หนุนเชื่อมข้อมูลรัฐ-เอกชน ช่วยปราบนอมินี-ทุนเทา-อาชญากรรมออนไลน์-ธุรกิจใต้ดินที่ทำให้เงินบาทหายจากระบบ

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เป็นประธานการแถลงข่าวการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดยมีนายปณิธาน ปวโรฬารวิทยา เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และนายเกษมสิทธิ์ ปฐมศักดิ์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าว

นายผยง กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เผชิญความไม่แน่นอนสูง จากปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และเทรนด์เทคโนโลยี AI ส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในแบบ K-shape สะท้อนจากมุมมองของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในการปรับประมาณการจีดีพีปี 2569 โดยกลุ่มประเทศซึ่งมีการนำเข้าพลังงานในระดับสูงมีแนวโน้มชะลอตัว ส่วนกลุ่มประเทศที่ได้รับประโยชน์จากกระแสดิจิทัลขยายตัวได้ดีขึ้น ซึ่งประกอบด้วยชาติเอเชีย รวมทั้งไทย ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อซึ่งสูงขึ้นหลังเหตุการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย ทำให้ตลาดคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินเอเชียอ่อนค่าจากการบริหารค่าเงินเยนด้วยสกุลเงินยูโร โดยธนาคารกลางพันธมิตรซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ในการดำเนินนโยบายการเงิน

นายผยง กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายจากการปรับตัว และการจับโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มตามกระแสดิจิทัลของโลก แม้การส่งออกและการลงทุนมีแนวโน้มเติบโตดี โดยมูลค่าการส่งออกไทยครึ่งปีแรกขยายตัวสูง 17.6%YoY จากสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี (สัดส่วน 26.5%) ที่เติบโตถึง 45.9%YoY ตาม เทรนด์ปัญญาประดิษฐ์โลก อีกทั้งภาคการผลิตใน K ขาบนที่เติบโตสูง แต่ยังไม่สามารถส่งผ่านมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งต้องเร่งยกระดับ local content จะช่วยตอบโจทย์ RVC (Regional Value Content) หรือมูลค่าการผลิตในภูมิภาค รวมถึงการส่งเสริมการผลิตเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ส่งเสริมให้เกิดการสร้าง supply chain หรือห่วงโซ่อุปทานในประเทศ และการวางแผนการสร้างงานที่มีคุณภาพในอนาคต เพื่อให้ได้รับอานิสงส์จากคลื่นการลงทุนจากต่างประเทศที่มีแนวโน้มไหลเข้าสู่ไทย รวมถึงแยกแยะกลุ่ม K ขาลงให้ชัดเจนในรายอุตสาหกรรม เพื่อให้การช่วยเหลือและสนับสนุนได้อย่างตรงจุด

นายผยง กล่าวว่า กกร. สนับสนุนการยกระดับการเชื่อมโยงข้อมูลที่อัพเดท ครอบคลุม และมีกลไกตรวจสอบความถูกต้องอย่างแม่นยำ เพื่อนำไปสู่การออกแบบมาตรการที่เหมาะสม ตรงจุด วัดผลได้ และช่วยให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพสูงสุด อาทิ ข้อมูล รง. 8 ซึ่งเป็นข้อมูลการผลิตของผู้ประกอบกิจการโรงงาน ทำให้สามารถต่อยอดสู่การยกระดับธุรกิจไทยได้หลายมิติ โดยเฉพาะการสนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand: MiT) รวมถึงการมีข้อมูลโครงสร้างการผลิตและการใช้ Local content ตลอดจนข้อมูลแรงงาน และ supply chain เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของธุรกิจที่อยู่ใน K-shape ขาลง เพื่อให้เกิดทั้งอุปสงค์และอุปทานที่ตรงเป้ากว่าเดิม สร้างโอกาสและรายได้ให้ผู้ประกอบการ และใช้ทรัพยากรการคลังได้คุ้มค่า มีประสิทธิภาพอย่างเป็นองค์รวม

นายผยง กล่าวว่า นอกจากนี้ กกร. สนับสนุนการบูรณาการข้อมูลจากหลายหน่วยงานภาครัฐและเอกชน (Connect the dots) มีฐานข้อมูลที่อัพเดท เชื่อถือได้ และครอบคลุม ก้าวไปสู่การเป็น Open government ไม่ว่าจะเป็น การยกระดับการแบ่งประเภทความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบล่าสุด ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลตรงกับความจำเป็นและเป็นธรรม ลดการเอาเปรียบจากช่องโหว่กฎหมาย มีการตรวจสอบการใช้นอมินี การปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ทุนเทา เศรษฐกิจนอกระบบ และเงินบาทที่หายไปจากระบบตามข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รวมถึงการยกระดับพื้นที่ EEC ให้เป็นพื้นที่นำร่องในการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจในรูปแบบ One stop service ผ่าน พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกฯ ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐกับรัฐ และหน่วยงานรัฐกับเอกชนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

นายผยง กล่าวว่า กกร. พร้อมร่วมผลักดันการขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ประกอบด้วย (1) Investment & Industry Transformation Hub (2) AI & Digital Hub (3) Green Economy (4) Financial Hub (5) Medical Hub ซึ่งเป็นโอกาสในการยกระดับศักยภาพของเศรษฐกิจไทย โดยนักวิเคราะห์ประเมินแนวโน้มการลงทุนโดยตรงของต่างชาติ หรือ FDI ในระยะข้างหน้าที่เข้าสู่ภูมิภาคอาเซียน จะเพิ่มขึ้นอีกกว่า 5.44 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2578 ซึ่งไทยเป็นประเทศเป้าหมายของการลงทุนไม่แพ้เพื่อนบ้าน สอดคล้องกับการขอรับการลงทุนผ่าน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ครึ่งปีแรกที่ 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากปีก่อน ทิศทางดังกล่าวถือเป็นปัจจัยหนุนการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อเร่งรัดการเติบโตสู่ประเทศรายได้สูงในอนาคต

นายผยง กล่าวว่า สำหรับกรอบประมาณการเศรษฐกิจปี 2569 ของ กกร. จาก ปี 2568 จีดีพีขยายตัว 2.4% การส่งออกเติบโต 12.9% และเงินเฟ้อ ติดลบ 0.1% ส่วนปี 2569 ณ เมษายน-พฤษภาคม 2569 เคยประมาณการว่า จีดีพี จะขยายตัว 1.2-1.6% การส่งออกติดลบ 1.5 ถึง 0.5% เงินเฟ้ออยู่ที่ 2.0-3.0% แต่ ณ เดือนมิถุนายน-สิงหาคม คาดวว่าจีดีพี จะขยายตัว 1.6-2.0% ส่งออกขยายตัว 8.0-10.0% เงินเฟ้อ 2.5-3.0%

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวเศรษฐกิจ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กสิกร' เตือนลูกค้าระวังถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน หลัง TSD ถูกแฮกข้อมูล
'กสิกร' เตือนลูกค้าระวังถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน หลัง TSD ถูกแฮกข้อมูล