News Logo
หน้าแรก
แบงก์ชาติเตรียมออกกฎเข้ม สกัด 'ทุนเทา-เศรษฐกิจใต้ดิน'

แบงก์ชาติเตรียมออกกฎเข้ม สกัด 'ทุนเทา-เศรษฐกิจใต้ดิน'

29 ม.ค. 2569 15:00
ผู้ชม 101 คน

ธปท.เตรียมออกเกณฑ์เพิ่มเติมคุมเข้มทุนเทา ธุรกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการฟอกเงิน ตลอดจนตรวจการโอนเงินผิดปกติผ่าน E-wallet ธุรกรรมเงินเทา ภายในเดือน ม.ค.-ก.พ.นี้ รวมทั้งตรวจเส้นเงินซื้อขายคริปโต/USDT รุกสกัด "เงินสดเลือกตั้ง" หลังพบการเบิกเงินสดผิดปกติ 250 ล้าน  

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ เปิดเผยว่า แบงก์ชาติจะจัดการปัญหาทุนเทา เงินเทา และการกันเงินสดผิดปกติ เนื่องจากเรื่องธรรมาภิบาล (Good Governance) ทุจริตคอร์รัปชันที่มีทั้งเอกชนและรัฐเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ 

"เราไปต่อยากมาก ถ้าไม่ทำเรื่องทุนเทา ไม่ทำเรื่องทุจริต ไม่ทำเรื่องธรรมาภิบาล เราเริ่มจาก 'กันเงิน' ไม่ให้ไหลเข้าประเทศอย่างเสรี เงินสด 2 แสนบาท ต้องตรวจเอกสาร เพราะเงินเทาเข้าได้เสรีขาเข้า และมีผลต่อค่าเงินบาทด้วย เรื่อง “เงินสดเลือกตั้ง” ก็มีคนถามตลอด แบงก์ชาติไม่เคยใช้อำนาจส่วนนี้ เรากำลังออกเกณฑ์ กฎหมาย (อาจใช้เวลาประมาณ 2 เดือน)

"ต่อไปการเบิกเงินสดจำนวนมากจะต้องทำ due diligence (การตรวจสอบวิเคราะห์สถานะทางธุรกิจ) ไม่ใช่แค่เบิก 2 ล้านบาท แล้วรายงานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จนข้อมูลถล่ม ปปง. อย่างเดียว จากนี้ไปใครจะเบิกเงินถึงจุดหนึ่ง (ยกตัวอย่าง 3 ล้านหรือ 5 ล้าน - ยังต้องคุยกัน) ต้องบอกว่าจะเอาไปทำอะไร 

"และแบงก์ต้องรับผิดชอบตรวจสอบ เพราะไม่มีใครเอาเงินสด 3-5 ล้านไปซื้ออะไรทั่วไปหรอก ถ้าจะซื้อที่ ซื้อของ ก็โอน เช็คได้ ถ้าจำเป็นจริง เช่น สินสอด หรือจ่ายบางอย่างก็ว่ากัน แต่ต้องทำ diligence (ตรวจสอบ) ถ้าเราบีบให้ทุกคนกลับมาใช้เงินโอน ทุนเทาจะดีขึ้น" นายวิทัย กล่าวในการปาฐกถาพิเศษงานสัมมนา "Thailand Blooming 2026 ปลุกอนาคตประเทศไทย" จัดโดยประชาชาติธุรกิจ เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2569

ผู้ว่าฯ ธปท. กล่าวอีกว่า เรื่องนี้เกี่ยวกับแบงก์ชาติ เพราะทุนเทาและเศรษฐกิจใต้ดิน (underground economy) กัดกร่อนประเทศ และการพิมพ์ธนบัตรของแบงก์ชาติเป็นจุดเริ่มต้นของการทำให้ธนบัตรเกิด Flow (หมุนเวียน) และการจ่ายเงิน ขณะเดียวกัน เงินโอนบาทของไทยตอนนี้แบงก์ชาติไม่เห็นข้อมูลธุรกรรมทั้งหมดรายงานที่ ปปง. ธปท.จะดึงเฉพาะธุรกรรมที่มีปัญหาเข้ามาดู

นายวิทัย กล่าวอีกว่า เมื่อ 10 กว่าวันก่อน ขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์รายงานการเบิกเงินสดที่ผิดปกติ แม้ตอนนั้นแบงก์ชาติยังไม่มีอำนาจเต็มก็ตาม แล้วจะเข้าไปตรวจเส้นทางเงิน ซึ่งเป็นอำนาจที่แบงก์ชาติเคยมี เคยใช้ แต่หยุดใช้มาหลายสิบปี

"ล็อตแรกเข้ามามีคนเบิกเงินสด 250 ล้านบาท ผมจะส่ง ปปง. และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใครจะเบิกเงินสด 250 ล้าน ถามจริงๆ รายที่สองเบิกเงินสด 200 ล้าน เราจะกลับไปสู่ยุคที่แบงก์ชาติเข้าไปดูเรื่องพวกนี้ เพราะมันกัดกร่อนเศรษฐกิจของประเทศจริงๆ" นายวิทัย กล่าว

สำหรับมาตรการอื่นๆ ที่ทำควบคู่กัน

● Money exchange: เกิน 8 แสนบาท “ไม่ให้แลก” แล้วตอนนี้ โดยเฉพาะตามขอบชายแดน ห้ามแลกเกิน 2 แสนบาท เพราะเป็นตัวฟอกเงินแน่นอน ใครจะถือเงินสดมาแลก 8 แสนบาท

● E-wallet: การโอนเงินเข้าออกต้องทำ profiling (การวิเคราะห์พฤติกรรมบุคคล) โอนได้ตามสถานะที่ควรจะเป็น เช่น พ่อค้าแม่ค้าขายหมูปิ้งจะมาโอนเข้าออกทีละล้านไม่ได้ เกณฑ์นี้จะออกสิ้นเดือนนี้ (ม.ค.) และแพตเทิร์นเงินเทาน่าจะออกภายในเดือนหน้า (ก.พ.)

● คริปโต/USDT (สกุลเงินดิจิทัลประเภทหนึ่งที่มีมูลค่าคงที่) : มีข้อสงสัยว่าทำไมประเทศไทย 52% ของการซื้อขายคริปโตเป็น USDT (มันคือดอลลาร์ไม่ควรเยอะ เพราะไม่ได้ขึ้นลงแบบบิตคอยน์) ซึ่งอยู่ในกำกับของ ก.ล.ต. จึงจะทำความร่วมมือ ขอข้อมูล และน่าแปลกใจว่าราว 40% ของคนซื้อขาย USDT ในตลาดไทยเป็นคนต่างชาติ 

"ถ้าท่านเป็นคนสิงคโปร์ ฮ่องกง ท่านจะเอา USDT มาขายในแอปไทยทำไม ทำไมไม่ซื้อขายที่ประเทศตัวเอง มันน่าสงสัยว่าเกี่ยวกับธุรกรรมที่ไม่ต้องการผ่านระบบ Remittance (การโอนเงินระหว่างประเทศ) ปกติหรือไม่ เราหวังว่าอาทิตย์นี้จะได้ข้อมูลธุรกรรมรายใหญ่ จะตรวจเส้นทางเงิน แล้วส่ง ปปง. ต่อ" ผู้ว่าฯ ธปท.กล่าว

ในการปาฐกถาครั้งนี้ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติได้นำเสนอรายการปัญหาเชิงโครงสร้างของไทยที่ต้อง “ลงมือทำ” 11 เรื่อง ดังนี้

1. หนี้ครัวเรือนสูงมาก ประมาณ 87% (เทียบกับหลายประเทศที่อยู่ราว 40-60%)

2. สินเชื่อหดตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินเชื่อ SME หดตัวต่อเนื่อง 13 ไตรมาส และกำลังจะเป็นไตรมาสที่ 14 รวม ๆ แล้วสามปีกว่า ๆ สินเชื่อหด เศรษฐกิจก็ไม่ขยาย ปริมาณเงินไม่มี เพราะปริมาณเงินเกิดขึ้นได้อย่างเดียวคือต้องขยายสินเชื่อ

3. Productivity ต่ำ ขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง เพราะเราไม่ลงทุน

4. ทุนเทา เงินเทา คอร์รัปชัน และเรื่องธรรมาภิบาล (CG) เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างจริง ๆ

5. ความเหลื่อมล้ำทั้งรายได้ โอกาส การเงิน การศึกษา และการเข้าถึงบริการการเงิน (financial inclusion)

6. คุณภาพการศึกษายังไม่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน/เศรษฐกิจยุคใหม่ นวัตกรรมของไทยน้อยมาก

7. เศรษฐกิจนอกระบบมีขนาดใหญ่มาก แต่ประเมินยาก บางงานวิจัยบอก 30% บางคนบอก 50% บางคนบอกถึง 100% ของ GDP

8. สังคมสูงวัย (Aging Society) ทำให้กำลังแรงงาน กำลังการผลิต และการบริโภคมีข้อจำกัด

9. เสถียรภาพทางการเมืองเป็นปัญหา เปลี่ยนนายก เปลี่ยนรัฐมนตรีคลังบ่อย ผมอยู่ออมสิน 5 ปี มีรัฐมนตรีคลัง 6-7 คน

10. ระบบกฎหมายล้าหลัง และการบังคับใช้กฎหมายที่ “น่าสงสัย”/ไม่ชัดเจน รวมถึงเรื่องที่พูดกันมานานแต่ไม่เห็นทำจริง (เช่น “กิโยติน” ฯลฯ)

11. ภัยการเงิน ทุนเทา สแกมเมอร์ และไซเบอร์ซีเคียวริตี้ เยอะไปหมด

Author Avatar

ผู้เขียน

ลินลิสา เจือไทย
ข่าวทั้งหมดของผู้เขียน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
แบงก์ชาติ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘รมว.คลัง’ ตั้ง ดิสทัต-นพดล-อ้อนฟ้า  นั่งบอร์ดแบงก์ชาติ
‘รมว.คลัง’ ตั้ง ดิสทัต-นพดล-อ้อนฟ้า นั่งบอร์ดแบงก์ชาติ