News Logo
หน้าแรก
คนแห่พึ่งโรงรับจำนำพุ่ง เหตุแบงก์เข้มปล่อยกู้

คนแห่พึ่งโรงรับจำนำพุ่ง เหตุแบงก์เข้มปล่อยกู้

13 เม.ย. 2569 14:17
ผู้ชม 25 คน

ชาวบ้านแห่เข้าโรงรับจำนำพุ่ง เหตุแบงก์เข้มปล่อยกู้ เผยหนี้ครัวเรือนกลับมาเพิ่มอีก ชี้แรงงานกลุ่มเปราะบางเจอค่าครองชีพแพง เสี่ยงเบี้ยวหนี้

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 13 เมษายน ว่า ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เผยแพร่บทวิเคราะห์หนี้ครัวเรือนไทยมีความเสี่ยงสูงในการชำระหนี้คืน โดยระบุว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ณ สิ้นปี 2568 ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 86.7% โดยมีปัจจัยกดดันสำคัญจากปัญหาหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคที่พุ่งสูงขึ้น ในขณะที่ความสามารถในการชำระหนี้ของประชาชนมีแนวโน้มลดลงจากตลาดแรงงานที่อ่อนแอและภาระค่าครองชีพที่เร่งตัวขึ้น

ทั้งนี้ หนี้ครัวเรือนไทยในไตรมาส 4 ของปี 2568 มียอดคงค้างรวมอยู่ที่ 16.44 ล้านล้านบาท กลับมาขยายตัวเล็กน้อยที่ 0.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YOY) หลังจากที่หดตัวต่อเนื่องมาถึง 3 ไตรมาส การกลับมาเติบโตนี้มีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคล ที่เพิ่มขึ้นราว 1.19 แสนล้านบาทจากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่าภาคครัวเรือนยังต้องพึ่งพาการกู้ยืมเพื่อประคองการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่ในทางตรงกันข้าม สินเชื่อเพื่อการลงทุนและการประกอบธุรกิจยังคงหดตัวต่อเนื่อง เช่นเดียวกับสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์ที่ปรับลดลงอย่างเห็นได้ชัด

สิ่งที่น่ากังวลคือ พฤติกรรมการกู้ยืมที่เปลี่ยนไป เนื่องจากสถาบันการเงินหลักอย่างธนาคารพาณิชย์และบริษัทบัตรเครดิตยังคงมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ โดยยอดคงค้างสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์หดตัวถึง -2% (YOY) ทำให้ครัวเรือนต้องหันไปพึ่งพาแหล่งเงินกู้ที่เข้าถึงง่ายกว่า และมีเงื่อนไขยืดหยุ่น โดยพบว่าสินเชื่อผ่านโรงรับจำนำขยายตัวสูงถึง 12.4% และสหกรณ์ออมทรัพย์ขยายตัว 5.3% แสดงให้เห็นว่าประชาชนบางส่วนกำลังเผชิญปัญหาสภาพคล่องอย่างหนักและต้องการเงินทุนระยะสั้นมาเสริมสภาพคล่อง

SCB EIC ประเมินว่าความเสี่ยงด้านการชำระหนี้ในระยะข้างหน้าจะยิ่งรุนแรงขึ้นจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1.ตลาดแรงงานเปราะบาง โดยอัตราการว่างงานในช่วงต้นปี 2569 เริ่มปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 0.9% โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานจบใหม่หางานทำยากขึ้นและมีการจ้างงานลดลงติดต่อกันเป็นปีที่ 2 นอกจากนี้ยังพบการหดตัวของการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่ช่วงโควิด-19

2.วิกฤตค่าครองชีพจากเหตุความขัดแย้งระดับโลก ทั้งนี้ สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น กระทบต่อต้นทุนสินค้าและบริการเป็นวงกว้าง คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อไทยปี 2569 จะเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 3.2% ซึ่งจะกดดันรายได้ที่แท้จริงของแรงงานให้ลดลง

ประเมินว่าหลายกลุ่มธุรกิจที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบสูงจากสถานการณ์ดังกล่าว เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการปลูกข้าว การผลิตแผ่นไม้และผลิตภัณฑ์ไม้เพื่อการก่อสร้าง รวมถึงกลุ่มเคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก และยางสังเคราะห์ เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งเพิ่มขึ้น ขณะที่การส่งออกสินค้าไปตลาดตะวันออกกลางถูกจำกัด แรงงานในธุรกิจกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้มีราว 2.6 ล้านคน หรือ 6.5% ของแรงงานทั้งหมด

หากภาคธุรกิจจำเป็นต้องควบคุมต้นทุนเพื่อประคองกิจการท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังสูง แรงงานกลุ่มนี้จึงมีความเสี่ยงที่จะถูกลดชั่วโมงทำงาน ลดค่าล่วงเวลา หรือชะลอการจ้างงานลง ซึ่งอาจซ้ำเติมความเปราะบางของตลาดแรงงานไทยในปีนี้ ดังนั้นมาตรการภาครัฐควรมุ่งบรรเทาค่าครองชีพในระยะสั้นอย่างตรงจุด ควบคู่กับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว

ในระยะสั้น ภาครัฐควรเร่งออกมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพแบบมุ่งเป้า (Targeted) โดยเฉพาะด้านพลังงาน เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อครัวเรือนเปราะบางและกลุ่มรายได้น้อยที่มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านอาหารและพลังงานสูง มาตรการควรออกแบบให้ตรงกลุ่มและมีลักษณะชั่วคราว เพื่อช่วยประคองกำลังซื้อและลดความจำเป็นที่ครัวเรือนต้องก่อหนี้เพิ่มเพื่อใช้จ่ายสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน

ขณะเดียวกัน ภาครัฐควรเดินหน้ามาตรการปรับโครงสร้างหนี้และลดภาระหนี้ของลูกหนี้กลุ่มเปราะบางควบคู่กัน เพื่อเสริมสภาพคล่องในช่วงที่รายได้ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ในระยะยาว การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องมุ่งแก้ที่ต้นตอของปัญหา โดยเฉพาะการยกระดับรายได้และความสามารถในการหารายได้ของครัวเรือน ภาครัฐจึงควรเร่งพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ควบคู่กับการสร้างงานที่มีผลิตภาพสูง และขยายโอกาสในการเข้าถึงอาชีพและแหล่งรายได้ใหม่

นอกจากนี้ ควรพัฒนาระบบสวัสดิการให้รองรับสังคมสูงอายุให้ดีขึ้น และส่งเสริมวินัยและภูมิคุ้มกันทางการเงินของครัวเรือน เพื่อช่วยให้ครัวเรือนสามารถรับมือกับความผันผวนของรายได้และค่าครองชีพได้ดีขึ้นในอนาคต ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาหนี้เพื่อการบริโภค และทำให้การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนเกิดผลอย่างยั่งยืนมากขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชงนายกฯ 9 ข้อ เร่งแก้ปัญหาน้ำมะพร้าวปลอม
ชงนายกฯ 9 ข้อ เร่งแก้ปัญหาน้ำมะพร้าวปลอม