‘เอกนิติ’ ร่วมเสวนาเวทีระดับโลก ชูไทยเป็นพื้นที่ความปลอดภัย ยันทุนสำรองยังปึ้ก เทียบนำเข้าได้นาน 10 เดือน รับยังห่วงเกิดภาวะ Stagflation
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 17 เมษายน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมเสวนาเศรษฐกิจโลก “The Debate on the Global Economy” พร้อมกับ 1. Dr. Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) 2.นาย Mohammed Al-Jadaan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังซาอุดีอาระเบีย 3.นาย François Villeroy ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส 4.Dr.Eswar Prasad ศาสตราจารย์อาวุโสด้านนโยบายการค้าและเศรษฐศาสตร์ Cornell University และ 5.นาง Martina Cheung ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคณะกรรมการบริษัท S&P Global ซึ่งเป็นเวทีหลัก (flagship) ในการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ปี 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 (ตามเวลาท้องถิ่น)
นายเอกนิติกล่าวว่า ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ เช่นเดียวกันกับอีกหลายๆ ประเทศ จึงได้รับผลกระทบค่อนข้างมากทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะอุปสงค์อ่อนแอและเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อสูง (Stagflation) ได้ในที่สุด
นายเอกนิติกล่าวว่า ในโลกยุคใหม่ “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ” (Economic Security) จะกลายเป็นรากฐานสำคัญที่นักลงทุนใช้พิจารณา ในการนี้ ประเทศไทยจึงมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) โดยชูจุดแข็งเรื่องความเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Secure Place) ควบคู่ไปกับการปฏิรูปกฎระเบียบและลดขั้นตอนที่ยุ่งยากเพื่อยกระดับผลิตภาพของประเทศ พร้อมกันนี้ ประเทศไทยยังมีแผนเร่งด่วนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียน
นายเอกนิติกล่าวว่า ในการบริหารจัดการวิกฤตครั้งนี้ภายใต้งบประมาณที่มีจำกัด ประเทศไทยได้ยึดถือหลักการ 4T ได้แก่ Target, Transition, Transformation และ Together เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพและตรงเป้า โดยเน้นถึงความแข็งแกร่งของเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคและเสถียรภาพภายนอกของประเทศไทย ทั้งนี้ ดุลการชำระเงินของไทยยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งมาก และมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นมากกว่า 2.5 เท่า หรือเทียบเท่ากับการนำเข้าถึง 10 เดือน
“ไทยพร้อมสนับสนุนให้สถาบันการเงินระดับโลกอย่าง IMF และธนาคารโลก เข้ามามีบทบาทสำคัญในการประสานความช่วยเหลือและระดมทุนให้แก่ประเทศที่ต้องการการสนับสนุน โดยรากฐานที่มั่นคงจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกไปสู่ “New Horizons” (ขอบฟ้าใหม่) ซึ่งเป็นธีมหลักของการประชุมประจำปี IMF–World Bank ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนตุลาคมนี้” นายเอกนิติกล่าว




