News Logo
หน้าแรก
ผู้ว่าฯธปท.ยันเงินเฟ้อพุ่ง-ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดยังไม่น่าห่วง

ผู้ว่าฯธปท.ยันเงินเฟ้อพุ่ง-ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดยังไม่น่าห่วง

2 มิ.ย. 2569 19:26
ผู้ชม 17 คน

ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ยันเงินเฟ้อพุ่ง-ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ยังไม่น่าห่วง เชื่อแค่ระยะสั้น แต่จับตาใกล้ชิด ชี้โครงการไทยช่วยไทยพลัสช่วยดัน จีดีพีขึ้น

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) แถลงข่าวในงาน Governer Connect ว่า เศรษฐกิจไทยก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง ตัวเลขออกมาค่อนข้างดี เราเตรียมจะปรับจีดีพีไปที่ 2.2-2.3% แต่ว่ายังไม่ทันได้ปรับ ก็มีสงครามขึ้นมา ทำให้เราประมาณการตัวเลขจีดีพปี 2569 ใหม่ เหลือที่ 1.5%

นายวิทัยกล่าวว่า อย่างไรก็ตามหลังจากที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นชุดใหญ่ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แบ่งเป็น 2 แสนล้านบาทแรก ใช้เยียวยาประคับประคองเศรษฐกิจ ส่วนอีก 2 แสนล้านบาท เป็นเรื่องการปรับเปลี่ยนด้านพลังงาน เราเชื่อว่าปีนี้ จีดีพีน่าจะขยายตัวจาก 1.5% ขึ้นไปที่ประมาณ 2% ต้องยอมรับว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลประคองเศรษฐกิจได้มาก โครงการไทยช่วยไทยพลัส ออกมาในเดือนมิถุนายนถึงกันยายน เดิมคาดว่าจีดีพีในไตรมาส 3 จะอยู่แค่ 1.9% ก็เติบโตขึ้นมาถึง 3.2% ต้องยอมรับ การกระตุ้นรอบนี้ มีผลในการดึงเศรษฐกิจขึ้นมา

นายวิทัยกล่าวว่า สิ่งที่อยากจะสื่อคือเรื่องเงินเฟ้อทั้งปี 2569 อาจจะขึ้นจาก 2.9% เป็น 3.0% หลังออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ก็ไม่มากนัก แต่อยากชี้ให้เห็นคือเงินเฟ้อรายเดือน จะมีบางเดือนที่คาดการณ์ว่าขึ้นไปสูงสุด โดยเฉพาะในไตรมาส 3 ประมาณตุลาคม เงินเฟ้อจะขึ้นถึงประมาณ 5% แล้วมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจข้างหนึ่งทำให้ดีมานด์สูงขึ้น การบริโภคสูงขึ้น แล้วมีส่วนดันเงินเฟ้อสูงขึ้นไปด้วย บางเดือนอาจจะถึง 5.2% จากเดิมที่เงินเฟ้อที่เคยติดลบ 0.5% ก็จะกลับสูงขึ้นเฉลี่ยทั้งปีที่ 2.9% แล้วพ.ร.ก.กู้เงินก็จะทำให้เพิ่มจาก 2.9% ขึ้นไปเป็น 3%

นายวิทัยกล่าวว่า สำหรับเงินเฟ้อปีหน้าในไตรมาส 2 จะลดลง เนื่องจากฐานของเมษายนปีนี้สูง และเชื่อว่า ณ วันนั้นสงครามจะจบลง ราคาน้ำมันจะปรับลงมาอาจจะไม่เท่าเดิม แต่เงินเฟ้อจะลงมา ปีหน้าทั้งปีน่าจะอยู่ประมาณ 1.7% เราจับตามองเรื่องเงินเฟ้อ แต่ ณ วันนี้ เรายังเชื่อมั่นว่ามันเป็นการขึ้นจากราคาจากน้ำมันเป็นช่วงสั้น ดังนั้นเงินเฟ้อหากจะขึ้นไปที่ 4-5% ก็เป็นสิ่งที่เราคาดการณ์ไว้ แต่เราเชื่อมั่นว่ามันจะลงมา เราติดตามใกล้ชิด ถ้าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป เราก็จะดูนโยบายการเงินอีกครั้ง แต่ ณ วันนี้ประเมินอย่างนี้

นายวิทัยกล่าวว่า ส่วนเรื่องที่มีคนกังวลคือการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด เราก็ต้องติดตามใกล้ชิดเหมือนเงินเฟ้อ มันมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นแต่เรายังคิดว่าเป็นปัจจัยระยะสั้น เพราะเดือนเมษายนเรากังวลเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน รัฐบาลก็สั่งออเดอร์น้ำมันเข้ามาปริมาณมากทำให้ขาดดุลการค้าในเดือนเมษายนที่ 6.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเยอะมากแล้วทำให้ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 7.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ แต่ขณะนี้เราไม่ต้องสั่งเข้ามามากแล้ว และราคาก็จะลงมาด้วย ก็ไม่น่าจะขาดดุลการค้านาน ถามว่ากังวลไหม ก็บอกว่าเราเฝ้าติดตามดูความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด เราก็ไม่ได้กังวล เราเชื่อว่านี่เป็นผลในระยะสั้น และก็เกิดจากการนำเข้าน้ำมันเป็นหลัก

นายวิทัยกล่าวว่า ส่วนการส่งออกไทยดีขึ้น เดิมเราเคยประเมินว่าจะขยายตัวอยู่ที่ประมาณ 8.1% จะมีการประเมินกันใหม่ คาดว่าปีนี้น่าจะขยายตัวได้ 12%-13% แต่ว่ามีการนำเข้าน้ำมันมากในช่วงเมษายน จึงประเมินเบื้องต้นคิดว่าดุลบัญชีเดินสะพัดปีนี้ น่าจะบวกลบนิดหน่อย ถ้าติดลบก็ไม่เยอะ หรืออาจจะเป็นศูนย์ก็ได้ แต่ปีหน้าจะกลับมาเป็นบวก ณ ตอนนี้ ยังเชื่อว่าปัญหาเรื่องดุลการชำระเงิน ดุลบัญชีเดินสะพัดน่าจะไปในทิศทางที่ดี ไม่น่าจะกังวลมาก

นายวิทัยกล่าวว่า ถ้าดุลบัญชีเดินสะพัดติดลบเพราะว่าเราบริโภคเยอะ แล้วไม่ก่อให้เกิดพลังทางเศรษฐกิจ อันนี้น่ากังวล แต่ถ้าติดลบเพราะว่ามันลงทุนเยอะ เงินลงทุนโดยตรงหรือ FDI เข้ามา มันทำให้เกิดการลงทุนเยอะต่อเนื่องไปด้วย มันก็ทำให้ความกังวลน้อยลง

"ผมคิดว่าช่วงนี้มันก็อยู่ในช่วงที่เราเห็นเงินลงทุนโดยตรง มาไทยเยอะ อินเวสเมนต์ก็ขยายตัวด้วย เพราะฉะนั้นมันก็มีส่วนกดดัน ทำให้เงินทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดติดลบ อาจจะเป็นไปได้ ถ้าเป็นผลการติดลบจากการลงทุน ผมคิดว่าเป็นเรื่องดี เหมือนเมื่อ 40 ปีก่อนที่มีการลงทุนเยอะในอีสเทิร์นซีบอร์ด ช่วงนั้นจะเห็นดุลบัญชีเดินสะพัดก็ติดลบ แต่เป็นการติดลบเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขยายกำลังการผลิต เราคิดว่าถ้าจะติดลบบ้างปีนี้ที่เกิดจากการลงทุน ผมก็คิดว่าไม่น่ากังวล"นายวิทัยกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวเศรษฐกิจ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ธปท.เผยเข้มถอน-แลกเงินสดเกิน 5 ล้านได้ผล ช่วยสกัดธุรกิจไม่พึงประสงค์
ธปท.เผยเข้มถอน-แลกเงินสดเกิน 5 ล้านได้ผล ช่วยสกัดธุรกิจไม่พึงประสงค์