News Logo
หน้าแรก
กมธ.การเงินจี้ก.ล.ต.สอบ‘ฟินันเซีย’ย้อนหลังปี64 โยง CAI-B.I.C.พิรุธอื้อ

กมธ.การเงินจี้ก.ล.ต.สอบ‘ฟินันเซีย’ย้อนหลังปี64 โยง CAI-B.I.C.พิรุธอื้อ

13 มิ.ย. 2569 14:02
ผู้ชม 164 คน

กมธ.การเงินฯ แนะ ก.ล.ต.สอบ ‘ฟินันเซีย’ ย้อนหลังปี 64 การซื้อขายหุ้นโยง CAI- B.I.C. ชี้มีพิรุธหลายประเด็น หวั่นใช้เป็นช่องทางฟอกเงิน เรียกแจง 18 มี.ค.

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ว่า นายจุติ ไกรฤกษ์ ประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ทำหนังสือด่วนที่สุดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ถึงเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขอเชิญเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการฯ โดยระบุว่า ด้วยคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ได้กำหนดให้มีการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษาเรื่อง ความคืบหน้าการเตรียมตัวเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของประเทศไทย

เพื่อให้การพิจารณาของคณะกรรมาธิการเป็นไปด้วยความรอบคอบ จึงขอเชิญท่านเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการ เพื่อให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาเรื่องดังกล่าว ในวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลา 12.30 นาฬิกา ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ N 403

ชั้น 4 อาคารรัฐสภา และขอให้นำส่งรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม พร้อมทั้งเอกสารประกอบการพิจารณา จำนวน 40 ชุด

และไฟล์นำเสนอ Power Point ภายในวันพุธที่ 17 มิถุนายน 2569 ในประเด็นดังนี้

1. แผนการดำเนินงานของ ก.ล.ต.เพื่อให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา(OECD) เป็นอย่างไร

2. แผนการดำเนินงานของ ก.ล.ต.เพื่อให้เกิดระบบธรรมาภิบาลอย่างเป็นรูปธรรมเป็นอย่างไร

3. กรอบระยะเวลาในการดำเนินการ (Time Line) ของ ก.ล.ต.เป็นอย่างไร ในการสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย

4. ก.ล.ต. มีแผนการดำเนินการอย่างไร เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเข้าเป็นสมาชิก OECD ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หนังสือยังระบุว่า 5. จากรายงานข่าวที่ ก.ล.ต. ได้แจ้งความผิด บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS เป็นความคืบหน้าที่ดี แต่ยังไม่ครอบคลุมไปถึงทุกรายการที่เกี่ยวโยงกับทุนเทากลุ่มฟอกเงินที่ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินได้มีการดำเนินการยึดอายัดทรัพย์ไปแล้ว

การแจ้งความเอาผิดล่าสุด เกิดจากการตรวจสอบรายการการซื้อขายหุ้นที่เกี่ยวโยงกับ FSS ในช่วงวันที่ 1 เมษายน 2567 ถึงวันที่ 21 ธันวาคม 2568 โดย ก.ล.ต.ได้มีข้อกล่าวหา FSS ในฐานะผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ มีข้อบกพร่องในระบบงาน KYC/CDD เท่านั้น เป็นช่วงเวลาที่แคบเกินไป และยังไม่มีการตั้งประเด็นสอบสวนที่ครบถ้วน หากถือว่าใช้ช่วงนี้เป็นขั้นที่ 1 ก็ขอให้เร่งการตรวจสอบการกระทำเพื่อให้ปรากฏหลักฐานชัดเจนและเป็นบทเรียนของการดำเนินการสถาบันการเงิน เช่น FSS ควรได้ปฏิบัติตามกฎหมายและจรรยาบรรณเพื่อไม่ให้ผู้กระทำความผิดใช้ช่องว่างของกฎหมายเป็นเครื่องมือ หรือโดยเฉพาะไม่กระทำการที่เข้าข่าย สมรู้ร่วมคิด ในการใช้ตลาดทุนเป็นเครื่องมือในการฟอกเงิน โดย ก.ล.ต. ควรตรวจสอบย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2564 ให้ครอบคลุม ประเด็นดังนี้

5.1 รายการที่ บริษัท Pilgrim Finansa Investment Holding Pte.Ltd. ซื้อหุ้น FSS

มูลค่า 693 ล้านบาท ในวันที่ 20 ธันวาคม 2564 โดย Capital Asia Investments (CAI) ปล่อยกู้ให้ซื้อทั้งจำนวน

5.2 การเปิดเผยข้อมูลใน 247-4 ตามเอกสารวันที่ 20 ธันวาคม 2564 ซึ่ง นายวรภัค ธันยาวงษ์ (อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง) รับรองข้อมูลถูกต้องว่า บริษัท Pilgrim Finansa Investment Holding Pte.Ltd มีทุนจดทะเบียน 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ (330 บาท) โดยนายวรภัค ธันยาวงษ์ ถือหุ้นร้อยละ 60 และ นายช่วงชัย นะวงศ์ ถือหุ้นร้อยละ 40 และใช้การกู้เงิน 5 ปีจาก Capital Asia Investment เต็มจำนวน 693 ล้านบาท เป็นการปกปิดการเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ที่แท้จริงหรือไม่ โดยตามรายงานประจำปี FSS ปี 2564 นายวรภัค ธันยาวงษ์ ดำรงตำแหน่ง รองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหารและกำกับความเสี่ยง และนายช่วงชัย นะวงศ์ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้มีอำนาจและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ FSS การที่กรรมการซึ่งมีอำนาจและเป็นผู้บริหารสูงสุด ร่วมมือกับ Capital Asia Investment นั้น ถือว่า FSSดำเนินการสนับสนุนการปกปิดความเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ของ CAI หรือไม่

5.3 การจองซื้อหุ้น บริษัท ฟินันเซีย เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือFSX (บริษัทแม่ของ FSS) ตามสิทธิ (RO) ที่ราคา 4.50 บาท จองซื้อวันที่ 24-28 มิถุนายน 2567 ซึ่งราคาตลาดอยู่เพียงประมาณ 2.70 บาท โดยมีกลุ่มสแกมเมอร์เข้ามาถือหุ้น ได้แก่

นางสาวแคทรียา บีเวอร์ (ภรรยาของนายเบน สมิธ) ถือหุ้นร้อยละ 9.9995 และ B.I.C. (Cambodia) Bank ถือหุ้นร้อยละ 9.9991 พร้อมๆ กับนางสาวสุภารัตน์ สง่าเมือง (อดีตภรรยานายเบน สมิธ) นั้น เป็นการจัดการของผู้บริหารหรือไม่ เป็นการปกปิดการกระทำที่เข้าข่าย Acting in Concert หรือไม่ โดยขณะที่ผู้ถือหุ้นเหล่านั้นเข้ามาลงทุน RO สูงกว่าตลาดมากนั้น FSS มีนายวรภัค ธันยาวงษ์ ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร

และกำกับความเสี่ยง และนายช่วงชัย นะวงศ์ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้มีอำนาจ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ หลังจากนายวรภัค ธันยาวงษ์ ลาออกในเดือนกันยายน 2567 นายช่วงชัย นะวงศ์ ยังดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดเช่นเดิม เป็นการสมรู้ร่วมคิดในการจัดการการฟอกเงินหรือไม่

5.4 หลังนายวรภัค ธันยาวงษ์ ขายหุ้นให้นายช่วงชัย นะวงศ์ ตามรายงานประจำปี 2567 ยังเปิดเผยว่านายช่วงชัย นะวงศ์ ยังดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดเช่นเดิม และเพิ่มเติม

ในหัวข้อผู้ถือหุ้นว่าผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ CAPITAL ASIA INVESTMENTS PTE. LTD. FOR PILGRIM FINANSA INVESTMENT HOLDING ("Pilgrim”) คือนายช่วงชัย นะวงศ์ ซึ่งเข้าถือหุ้นร้อยละ 100 ในบริษัท Pilgrim Finansa Investment Holding Pte.Ltd. ทั้งที่ลงทุนเพียง 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ และเป็นเงินลงทุนของ Capital Asia Investment เต็มจำนวนลงทุนตั้งต้น 693 ล้านบาท การกระทำของผู้บริหารสูงสุดดังกล่าว ถือว่า FSS ร่วมมือในการปกปิดเจ้าของทรัพย์คือ Capital Asia Investment ซึ่งมีลักษณะเป็นเจ้าของที่แท้จริงในกระบวนการฟอกเงินหรือไม่

5.5 ในวันที่ 21 มีนาคม 2568 ซึ่งเป็นวันปิดจดทะเบียนผู้ถือหุ้น FSX พอดี มีการโอนหุ้น แบบ Direct Sale/Purchase โดย B.I.C. (Cambodia) Bank ขายหุ้นทั้งร้อยละ 9.9991 ให้บริษัท Rapidfire Technology ในราคา 4.22 บาท สูงกว่าตลาดที่ 1.55 บาท ถึงร้อยละ 170 นั้น ตามรายงาน 246-2 อ้างว่าเป็นการทำรายการที่ FSS ซึ่ง Rapidfire Technology เพิ่งจดทะเบียนจัดตั้งในวันที่ 10 มีนาคม 2568 ด้วยทุนจดทะเบียน 10,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 41,700 บาท) เพียง 11 วันก่อนซื้อหุ้น FSX จาก B.I.C. (Cambodia) Bank Plc. แต่ซื้อหุ้น FSX ทั้งจำนวน 81,880,000 หุ้น ในราคา 4.22 บาท เป็นเงิน 345.5 ล้านบาท รายการซื้อขายโดยตรงนี้ FSS มีหลักฐานการโอนหุ้นและชำระเงินอย่างไร หรือเป็นเพียงการย้ายชื่อจาก B.I.C. (Cambodia) Bank เป็นนอมินีคือ Rapidfire Technology พฤติกรรมสนับสนุนโดย FSX เช่นนี้ ถือเป็นการสมรู้ร่วมคิดหรือไม่

5.6 ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 มีการซื้อหุ้นแบบ Big Lot โดย นางสาวแคทรียา บีเวอร์ ขายหุ้นทั้งร้อยละ 9.9995 ให้ Beteverse ในราคาตามราคาตลาดช่วงนั้น ตามรายงาน 246-2 อ้างว่าเป็นการทำรายการที่ CGS International Securities Singapore (CGS-SG) นั้น CGS-SG มีหลักฐานการโอนหุ้นและ

ชำระเงินอย่างไร หาก CGS-SG อ้างว่า อยู่นอกเหนืออำนาจของ ก.ล.ต. รายการซื้อขายหุ้นของ CGS-SG ผ่าน CGS-TH เป็นส่วนใหญ่ใช่หรือไม่ การทำรายการเข้าข่ายบกพร่องเรื่อง KYC/CDD และมีรายการที่เข้าข่ายปกปิดเจ้าของแท้จริง คือ นางสาวแคทรียา บีเวอร์ เช่นนี้ CGS-TH เข้าข่ายดำเนินการโดยให้กิจการในเครือคือ CGS-SG กระทำการแทนหรือไม่ หรือ ก.ล.ต. ควรใช้อำนาจ ผ่าน CGS-TH ให้ CGS-SG ร่วมมือกับ ก.ล.ต.มิเช่นนั้น จะเข้าข่ายการกระทำการร่วมกันของกลุ่ม CGS โดยใช้ตัวการตัวแทนในกลุ่มเพื่อหลีกเลี่ยงหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. หรือไม่

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา และขอเชิญท่านเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการฯ ตามกำหนดวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าวข้างต้นด้วย

ประเด็น 5.1 - 5.3

ประเด็น 5.1 - 5.3

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือซีพีจับมือคู่ค้าตลอดห่วงโซ่คุณค่า ยกระดับ ESG-ดิจิทัล
เครือซีพีจับมือคู่ค้าตลอดห่วงโซ่คุณค่า ยกระดับ ESG-ดิจิทัล