แบงก์ชาติเผยเศรษฐกิจ พ.ค. ทรงตัว ยังขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 6.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ จับตา 4 ปัจจัย 'ค่าครองชีพ-ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์-มาตรการภาครัฐ สถานการณ์เอลนีโญ'
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 นางปรานี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงภาวะเศรษฐกิจและการเงินในเดือนพฤษภาคม ปี 2569 ว่าเศรษฐกิจไทยเดือนพฤษภาคมทรงตัวจากเดือนก่อน สำหรับด้านอุปสงค์ การบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.6% จากเดือนก่อน จากการใช้จ่ายใน 1) หมวดสินค้าคงทนเพิ่มขึ้นตามยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเป็นสำคัญ ส่วนหนึ่งจากผู้บริโภคหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นในช่วงที่ราคาน้ำมันในประเทศอยู่ในระดับสูง 2) หมวดสินค้าไม่คงทนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่เริ่มกลับเข้าสู่ปกติมากขึ้นหลังจากการเร่งซื้อไปในช่วงต้นของสงกรานต์ ขณะที่หมวดบริการสุทธิทรงตัว สอดคล้องกับกิจกรรมการท่องเที่ยวของคนในประเทศ อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายในหมวดสินค้ากึ่งคงทนลดลงจากปริมาณการนำเข้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
นางปรานีกล่าวว่า สำหรับการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 1.2% จากการลงทุนในหมวดยานพาหนะเป็นสำคัญ ซึ่งเพิ่มขึ้นตามมูลค่ายอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งและการนำเข้าเรือของธุรกิจขนส่ง ขณะที่การลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ทรงตัว โดยการนำเข้าสินค้าทุนสุทธิเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหมวดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงาน ขณะที่ยอดจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศลดลง ด้านการลงทุนในหมวดก่อสร้างลดลงเล็กน้อย จากการก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่อยู่อาศัย โดยเฉพาะอาคารพาณิชย์ ขณะที่การก่อสร้างที่อยู่อาศัยปรับเพิ่มขึ้นตามพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างบ้านและทาวน์เฮาส์
นางปรานีกล่าวว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพิ่มขึ้น 7.5% จากเดือนก่อน จากกลุ่มนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลเพิ่มจำนวนเที่ยวบินที่กลับมาให้บริการากขึ้น หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มมีสัญญาณปรับดีขึ้น ประกอบกับนักท่องเที่ยวจีนและมาเลเซียฟื้นตัวจากที่ชะลอลงในเดือนก่อน อย่างไรก็ดี จำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆ ในอาเซียนยังปรับลดลง ส่วนหนึ่งจากการยกเลิกเส้นทางการบินของสายการบินต้นทุนต่ำหลังต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ด้านรายรับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ
นางปรานีกล่าวว่า สำหรับการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลง 0.6% จากเดือนก่อน จากหมวดสินค้าสำคัญดังนี้ 1) ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ตามการส่งออกฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ไปสหรัฐฯ และอาเซียน และการส่งออกอุปกรณ์โทรคมนาคมไปอาเซียน หลังเร่งไปมากในช่วงก่อน 2) เครื่องประดับ ตามการส่งออกไปตะวันออกกลาง ฮ่องกง และอินเดีย ส่วนหนึ่งเป็นผลจากอินเดียมีมาตรการจำกัดการนำเข้าเครื่องประดับ และ 3) ยานยนต์และชิ้นส่วน ตามการส่งออกรถกระบะและรถยนต์นั่งไปออสเตรเลีย อย่างไรก็ดี ยังมีหมวดที่มูลค่าการส่งออกปรับขึ้นจากเดือนก่อน ได้แก่ เคมีภัณฑ์และปิโตรเคมี ซึ่งเป็นผลราคาเคมีภัณฑ์และพลาสติกที่เพิ่มขึ้นเป็นสำคัญ สำหรับการส่งออกสินค้าไปตะวันออกกลางปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
นางปรานีกล่าวว่า ส่วนการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลง 3.5% จากเดือนก่อน จากหมวดวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางที่ไม่รวมเชื้อเพลิง ตามการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไต้หวัน และหมวดเชื้อเพลิงที่ลดลงจากด้านปริมาณ โดยเฉพาะการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางที่ลดลง หลังมีการจัดหาและสำรองน้ำมันในประเทศไปมากในเดือนก่อน อย่างไรก็ดี การนำเข้าในหมวดสินค้าปรับเพิ่มขึ้นได้แก่ หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค จากการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนจากจีน และการนำเข้ายาและเวชภัณฑ์จากสหภาพยุโรป รวมทั้งหมวดสินค้าทุนไม่รวมเครื่องบิน ตามการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์จากจีน
นางปรานีกล่าวว่า ด้านการใช้จ่ายรัฐบาลกลาง (ไม่รวมเงินโอน) ขยายตัว 3.3% จากระยะเดียวกันปีก่อน จากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง โดยรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางขยายตัวตามงบบุคลากร บำเหน็จ บำนาญ และค่ารักษาพยาบาล สำหรับรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลางขยายตัวจากการเบิกจ่ายงบประมาณเหลื่อมปี โดยเฉพาะโครงการภายใต้งบกลางกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 ด้านรายจ่ายลงทุนรัฐวิสาหกิจหดตัวจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคและการขนส่งเป็นสำคัญ
นางปรานีกล่าวว่า สำหรับด้านอุปทาน ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน โดยการผลิตของกลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วนร้อยละ 30-60 ลดลง ตามการผลิตยานยนต์โดยเฉพาะรถกระบะ สอดคล้องกับอุปสงค์ต่างประเทศที่ชะลอลง ขณะที่กลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกน้อยกว่าร้อยละ 30 ลดลงเล็กน้อยตามการผลิตน้ำมันปาล์มที่ผลผลิตปาล์มน้ำมันน้อยลง และการผลิตเครื่องดื่มตามอุปสงค์ในประเทศที่ลดลง ส่วนกลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกมากกว่าร้อยละ 60 ทรงตัว โดยหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามการผลิตเครื่องปรับอากาศ ขณะที่การผลิตหมวดอิเล็กทรอนิกส์ลดลงตามอุปสงค์ต่างประเทศ
นางปรานีกล่าวว่า ด้านภาคบริการ ไม่รวมการซื้อขายทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วในภาพรวมทรงตัวจากเดือนก่อน โดยกิจกรรมในภาคการค้าเพิ่มขึ้นตามยอดขายรถยนต์ ประกอบกับกิจกรรมในภาคท่องเที่ยวปรับดีขึ้นในกลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร สอดคล้องกับจำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น สำหรับกิจกรรมด้านขนส่งลดลงจากการขนส่งสินค้าที่ปรับลดลงตามผลผลิตภาคอุตสาหกรรมขณะที่การขนส่งโดยสารทรงตัว
นางปรานีกล่าวว่า สำหรับรายได้เกษตรกรขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน จากราคาสินค้าเกษตรที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง โดยเฉพาะราคาปาล์มน้ำมันตามราคาในตลาดโลกจากความต้องการผลิตไบโอดีเซล ประกอบกับผลผลิตในประเทศลดลง รวมถึงราคายางพาราและข้าวที่เพิ่มขึ้นจากความกังวลเรื่องอุปทานตึงตัวจากผลกระทบของเอลนีโญ และราคามันสำปะหลังที่เพิ่มขึ้นจากผลผลิตในประเทศปรับลดลง ด้านปริมาณผลผลิตหดตัวจากปาล์มน้ำมันและมันสำปะหลังผลของฐานสูงในปีก่อนเป็นสำคัญ ประกอบกับผลผลิตข้าวหดตัวตามการเพาะปลูกที่ลดลงจากแรงจูงใจด้านราคาข้าวที่อยู่ระดับต่ำในช่วงก่อนหน้า
นางปรานีกล่าวว่า สำหรับภาวะการเงิน การระดมทุนของภาคธุรกิจรวมเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนตามการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิเป็นสำคัญ โดยการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้นจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจขนส่ง การค้า และการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่การระดมทุนผ่านตราสารหนี้ลดลงจากธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นสำคัญ โดยต้นทุนการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ในเดือนพฤษภาคมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยทั้งระยะสั้นและระยะยาวปรับเพิ่มขึ้น หลังการเจรจาหยุดยิงระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอน อย่างไรก็ดี ในเดือนมิถุนายน(ข้อมูลถึงวันที่ 25 มิถุนายน 2569) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยทั้งระยะสั้นและระยะยาวปรับตัวลดลง หลังนักลงทุนประเมินว่าสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางมีพัฒนาการเชิงบวกจากความคืบหน้าการเจรจายุติการสู้รบ
นางปรานีกล่าวว่า สำหรับค่าเงินบาทเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2569 เฉลี่ยอ่อนค่าตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นหลัก โดยในเดือนพฤษภาคม เงินบาทอ่อนค่าจากภาวะปิดรับความเสี่ยงของนักลงทุน (risk-off sentiment) จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอน ขณะที่เดือนมิถุนายน เงินบาทอ่อนค่าตามการคาดการณ์ของตลาดที่ประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดขึ้น (hawkish) และมีโอกาสที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครึ่งหลังของปี ด้านดัชนีค่าเงินบาท (NEER) ในเดือนพฤษาคมและมิถุนายน 2569 เฉลี่ยลดลงเล็กน้อย
นางปรานีกล่าวว่า สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจ เรื่องอัตราเงินเฟ้อทั่วไปบวก 2.79% (จากระยะเดียวกันปีก่อน) อยู่ในระดับสูงใกล้เคียงกับเดือนก่อน โดยหมวดพลังงานลดลงเล็กน้อยตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก แต่ยังอยู่ในระดับสูงเนื่องจากยังมีการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาอาหารสดปรับลดลงจากราคาเนื้อสัตว์และไข่ไก่ สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานบวก 0.92% (จากระยะเดียวกันปีก่อน) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน โดยผู้ประกอบการยังทยอยส่งผ่านต้นทุนที่สูงไปในหมวดอาหารสำเร็จรูปและอุปกรณ์ซักล้าง แต่ยังไม่เห็นการปรับขึ้นราคากระจายตัวเป็นวงกว้า
นางปรานีกล่าวว่า ด้านภาวะตลาดแรงงาน การจ้างงานโดยรวมทรงตัวจากเดือนก่อน สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ทรงตัว อย่างไรก็ดี การจ้างงานในบางอุตสาหกรรมเริ่มเห็นผลกระทบจากสงคราม โดยเฉพาะภาคโรงแรมและภาคขนส่งที่จำนวนผู้จ้างงานปรับลดลง ทั้งนี้ จากข้อมูลสถานการณ์การเปิดและปิดโรงงาน สะท้อนว่าโรงงานที่เปิดใหม่มีแนวโน้มใช้เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติมากขึ้น อาจเป็นปัจจัยกดดันตลาดแรงงานในระยะต่อไป
"ด้านดุลบัญชีเดินสะพัด ขาดดุล 6.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากเดือนก่อนตามดุลการค้าจากการนำเข้าพลังงานที่ลดลงเป็นสำคัญ แม้ว่าดุลบริการ รายได้ และเงินโอนจะขาดดุลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนเนื่องจากตรงกับรอบการส่งกลับกำไรและเงินปันผล"นางปรานีกล่าว
นางปรานีกล่าวว่า สำหรับเสถียรภาพและฐานะการเงินของภาคธุรกิจ (ไตรมาส 1 ปี 2569) ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET และ mai) ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน โดยรวมปรับขึ้นจากไตรมาสก่อนในเกือบทุกอุตสาหกรรม โดยความสามารถในการทำกำไร (Operating Profit Margin: OPM) เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.7 ในไตรมาสก่อนมาอยู่ที่ร้อยละ 8.2 จากเกือบทุกประเภทธุรกิจ โดยเป็นผลจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าต้นทุน แม้ว่าธุรกิจจะเริ่มได้รับผลกระทบจากสงครามในช่วงเดือนสุดท้ายของไตรมาส แต่โดยรวมยังสามารถปรับตัวและบริหารจัดการต้นทุนได้ดี ส่วนหนึ่งจากการมีวัตถุดิบคงคลังเพียงพอ สอดคล้องกับความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio: ICR) ที่เพิ่มขึ้น 6.5 เท่า ขณะที่สภาพคล่องและการก่อหนี้ Current Ratio (CR) และ Debt to Equity (DE) โดยรวมทรงตัวจากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 1.7 เท่า และ 0.7 เท่า ตามลำดับ
นางปรานีกล่าวว่า ประเด็นที่ต้องติดตาม 1) ผลกระทบจากค่าครองชีพและต้นทุนที่สูงขึ้นต่อครัวเรือนและธุรกิจ 2) ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าสหรัฐฯ 3) ผลของมาตรการภาครัฐ และ 4) พัฒนาการของสถานการณ์เอลนีโญ




