News Logo
หน้าแรก
อีโบลาสายพันธุ์หายากระบาดหนัก ดับพุ่ง 139 ราย วัคซีนต้องรออีก 9 เดือน

อีโบลาสายพันธุ์หายากระบาดหนัก ดับพุ่ง 139 ราย วัคซีนต้องรออีก 9 เดือน

21 พ.ค. 2569 13:22
ผู้ชม 5 คน

WHO เตือนการระบาดของอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียวในคองโกและยูกันดากำลังลุกลามเร็ว ผู้ป่วยต้องสงสัยทะลุ 600 ราย เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 139 ราย ขณะที่ยังไม่มียาหรือวัคซีนใช้รักษา และวัคซีนตัวใหม่อาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะพร้อมใช้งาน

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า วัคซีนสำหรับ ไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียว ซึ่งกำลังระบาดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือ DRC และลุกลามข้ามพรมแดนไปยังยูกันดา อาจต้องใช้เวลาอีก 6-9 เดือนจึงจะพร้อมใช้งาน ขณะที่จำนวนผู้ป่วยต้องสงสัยเพิ่มขึ้นทะลุ 600 ราย และผู้เสียชีวิตต้องสงสัยพุ่งอย่างน้อย 139 ราย ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์

WHO ประกาศให้การระบาดครั้งนี้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 หลังพบว่าไวรัสแพร่กระจายเงียบมานานเกือบ 2 เดือน โดยผู้ป่วยรายแรกคาดว่าเป็นบุคลากรสาธารณสุขในเมืองบูเนีย จังหวัดอิตูรี

รายงานของ WHO วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ระบุว่า จำนวนผู้ป่วยต้องสงสัยยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ราว 600 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตต้องสงสัยอยู่ที่ประมาณ 139 ราย และคาดว่าตัวเลขอาจเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากหลายพื้นที่ยังตรวจสอบไม่ทั่วถึง

กระทรวงสาธารณสุข DRC และ WHO ระบุว่า ทางการตรวจพบการระบาดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 หลังพบผู้เสียชีวิตจำนวนมากในเขตสุขภาพมองก์บวาลู รวัมปารา และบูเนีย ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไข้ ปวดเมื่อย อาเจียน และบางรายมีอาการเลือดออก หลายคนเสียชีวิตอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วัน ผลตรวจจากสถาบันวิจัยชีวการแพทย์แห่งชาติ หรือ INRB ในกรุงกินชาซา ยืนยันว่าเป็นไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียว ซึ่งเป็นสายพันธุ์หายาก

ไวรัสสายพันธุ์นี้ถูกค้นพบครั้งแรกในยูกันดาเมื่อปี 2550 และเคยเกิดการระบาดเพียง 2 ครั้งก่อนหน้านี้ แตกต่างจากสายพันธุ์แซร์ที่เคยระบาดหนักในแอฟริกา และมีวัคซีนเออร์เวโบรองรับแล้ว

เชื้อไวรัสดังกล่าวอาจแพร่กระจายมาแล้วเกือบ 2 เดือนก่อนถูกตรวจพบ เนื่องจากพื้นที่ระบาดเป็นเขตความขัดแย้ง มีการทำเหมืองจำนวนมาก และมีการเดินทางข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง

ด้านยูกันดายืนยันพบผู้ติดเชื้ออย่างน้อย 2 รายในกรุงกัมปาลา ซึ่งเดินทางมาจาก DRC ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการแพร่ระบาดข้ามประเทศ ขณะที่องค์การแพทย์ไร้พรมแดน หรือ MSF รายงานว่า พบผู้เสียชีวิตมากกว่า 55 รายในเขตมองก์บวาลู ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน ก่อนจะยืนยันภายหลังว่าเกี่ยวข้องกับอีโบลา

นพ.วาซี มัวร์ตี ที่ปรึกษาของ WHO ระบุเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ว่า ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาที่ได้รับอนุมัติสำหรับไวรัสสายพันธุ์บุนดิบูเกียว การรักษายังคงเป็นการประคับประคองอาการ เช่น การให้น้ำและดูแลภาวะแทรกซ้อน

วัคซีนที่มีแนวโน้มมากที่สุดในขณะนี้เป็นวัคซีนที่พัฒนาต่อยอดจากเออร์เวโบ แต่ยังไม่มีชุดวัคซีนพร้อมสำหรับการทดลองทางคลินิก และอาจต้องใช้เวลาอีก 6-9 เดือนจึงจะพร้อมใช้งาน ส่วนวัคซีนอีกชนิดอย่าง ChAdOx1 อาจพัฒนาได้เร็วกว่าในช่วง 2-3 เดือน แต่ WHO ระบุว่ายังมีความไม่แน่นอนสูง

WHO และหน่วยงานพันธมิตรกำลังส่งผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 38 คนเข้าสู่พื้นที่บูเนีย พร้อมจัดตั้งศูนย์รักษา ส่งอุปกรณ์ป้องกัน และเร่งติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงมากกว่า 600 ราย ขณะที่ Africa CDC ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับทวีป เพื่อประสานงานควบคุมโรคข้ามพรมแดน

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ ออกประกาศเตือนการเดินทางระดับ 3 สำหรับ DRC และระดับ 1 สำหรับยูกันดา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯ ที่เชื่อมโยงโดยตรงกับการระบาดครั้งนี้

จังหวัดอิตูรีถือเป็นพื้นที่ที่เผชิญทั้งความขัดแย้งและโรคระบาดมาอย่างต่อเนื่อง โดยการระบาดครั้งนี้นับเป็นการระบาดอีโบลาครั้งที่ 17 ของ DRC ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และเกิดขึ้นเพียง 5 เดือนหลังการระบาดครั้งก่อนสิ้นสุด

ข้อมูลจาก WHO ระบุว่า อัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยของไวรัสบุนดิบูเกียวจากการระบาดก่อนหน้าอยู่ที่ประมาณ 30-50% ต่ำกว่าสายพันธุ์แซร์ที่บางครั้งมีอัตราเสียชีวิตสูงถึง 90% แต่การขาดวัคซีนและยารักษาเฉพาะทางยังทำให้การควบคุมโรคทำได้ยาก

WHO ประเมินว่า ความเสี่ยงระดับโลกยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ความเสี่ยงระดับภูมิภาคและระดับประเทศยังสูง โดยเฉพาะในพื้นที่แอฟริกากลางที่มีการเคลื่อนย้ายประชากรจำนวนมากและระบบสาธารณสุขเปราะบาง

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขระบุว่า มาตรการสำคัญที่สุดในขณะนี้ยังคงเป็นการตรวจพบผู้ป่วยให้เร็ว การแยกกักผู้ติดเชื้อ และลดการสัมผัสใกล้ชิด เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดในช่วงที่ยังไม่มีวัคซีนพร้อมใช้งาน

อ้างอิง:

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

WHO ผวา 'อีโบลา' ระบาดข้ามประเทศ เสียชีวิตพุ่ง 130 ราย ยังไร้วัคซีน
WHO ผวา 'อีโบลา' ระบาดข้ามประเทศ เสียชีวิตพุ่ง 130 ราย ยังไร้วัคซีน