กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนมรสุมกำลังแรง ทำหลายพื้นที่ทั่วไทยเจอฝนตกหนักถึงหนักมากช่วง 20-21 พ.ค. โดยอีสานและภาคใต้ฝั่งอันดามันได้รับผลกระทบหนักสุด ขณะกรุงเทพฯ มีโอกาสเกิดฝน 60% พร้อมเตือนเรือเล็กงดออกจากฝั่งเพราะคลื่นสูงเกิน 3 เมตรในบางพื้นที่
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก ฉบับที่ 15 มีผลต่อเนื่องถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ระบุว่า หลายพื้นที่ของประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งเวียดนามตอนบน
กรมอุตุฯ เตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังฝนสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ลุ่มต่ำ และบริเวณใกล้ทางน้ำไหลผ่าน
ขณะเดียวกัน ทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นลมค่อนข้างแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา มีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอาจสูงเกิน 3 เมตรในพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 20-21 พฤษภาคมนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. 20 พ.ค. ถึง 06:00 น. 21 พ.ค.
สำหรับพยากรณ์อากาศรายภาค มีดังนี้
ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะที่จังหวัดน่าน ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นพื้นที่ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีฝนฟ้าคะนองถึงร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายจังหวัด เช่น เลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี และนครราชสีมา อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ครอบคลุมจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายจังหวัด เช่น นครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และอาจสูงกว่านั้นในบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง
ภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ โดยจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา มีโอกาสเกิดฝนตกหนักบางแห่ง ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และสูงมากกว่า 2 เมตรในพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง
ภาคใต้ฝั่งตะวันตก เป็นอีกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักหลายแห่ง รวมถึงฝนตกหนักมากบางจุด โดยเฉพาะจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอาจสูงมากกว่า 3 เมตรในช่วงฝนฟ้าคะนอง
ขณะที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ประชาชนสามารถติดตามประกาศและข้อมูลสภาพอากาศเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง




