News Logo
หน้าแรก
'เชียงใหม่' ขึ้นอันดับ 1 อากาศแย่ที่สุดในโลกอีกครั้ง ค่า PM2.5 พุ่งระดับ 283

'เชียงใหม่' ขึ้นอันดับ 1 อากาศแย่ที่สุดในโลกอีกครั้ง ค่า PM2.5 พุ่งระดับ 283

2 เม.ย. 2569 11:51
ผู้ชม 47 คน

เชียงใหม่ขึ้นอันดับ 1 เมืองอากาศแย่ที่สุดในโลกอีกครั้ง ค่า PM2.5 พุ่งระดับ 283

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ แอปพลิเคชันติดตามคุณภาพอากาศระดับโลก (IQAir) รายงานว่า เชียงใหม่ ประเทศไทย ครองอันดับ 1 เมืองใหญ่ที่มีมลพิษทางอากาศรุนแรงที่สุดในโลก ด้วยค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (US AQI) สูงถึง 283 จัดอยู่ในระดับอันตราย (Hazardous) โดยมีฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เป็นสารมลพิษหลัก

จากภาพข้อมูลเรียลไทม์ Worldwide แสดงให้เห็นว่า เชียงใหม่แซงขึ้นมาอันดับ 1 หลังจากช่วงเช้าตรู่ร่วงลงมาอยู่อันดับ 2 ชั่วคราว โดยมีค่า AQI สูงกว่าดาการ์ ประเทศเซเนกัล เดลี ประเทศอินเดีย ลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน และเมืองอื่นๆ ใน 10 อันดับแรก

ระดับ AQI 283 ถือว่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพทุกกลุ่มประชากรอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวทางระบบทางเดินหายใจและหัวใจ แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการออกไปนอกอาคารโดยไม่จำเป็น ใช้หน้ากาก N95 หรือหน้ากากป้องกันฝุ่นละออง และเปิดเครื่องฟอกอากาศภายในบ้าน

สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือของไทย โดยเฉพาะเชียงใหม่ ยังคงวิกฤติต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวันแล้ว สาเหตุหลักมาจากการเผาไร่เผานา การไฟป่า และสภาพอากาศที่เอื้อต่อการสะสมของมลพิษทำให้ฝุ่นไม่กระจายตัว

จากข้อมูลล่าสุดของแพลตฟอร์มติดตามคุณภาพอากาศ พบว่าหลายพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่ยังเผชิญฝุ่นในระดับรุนแรง โดยอำเภอเชียงดาวมีค่าฝุ่นสูงที่สุดอยู่ที่ AQI ประมาณ 262 รองลงมาคืออำเภอเมืองเชียงใหม่ราว 245 ขณะที่พื้นที่ใกล้เคียงอย่างแม่ริมและแม่ออนก็มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานในระดับอันตรายเช่นกัน

รศ.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า เช้าวันที่ 2 เมษายน 2569 สถานการณ์ฝุ่นพิษ PM 2.5 ซึ่งจัดเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 ยังคงปกคลุมพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าสัปดาห์ อยู่ในระดับอันตรายมาก ถึง อันตรายมากที่สุด ต่อสุขภาพ และติดอันดับคุณภาพอากาศแย่ที่สุดของโลกมาอย่างต่อเนื่อง

ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกเข้าสู่การอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร โดยมี สส. บางส่วนพยายามสกัดร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด ด้วยการชี้ให้เห็นจุดอ่อนและความซ้ำซ้อนของกฎหมายที่มีอยู่ อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญคือ หากกฎหมายปัจจุบันมีประสิทธิภาพจริง เหตุใดปัญหาฝุ่นพิษจึงยังคงเกิดขึ้นซ้ำซาก

รศ.วิษณุชี้ว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีกฎหมายที่บังคับใช้ได้จริง และสามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึก ไม่ว่าจะเป็นการขาดหน่วยงานที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการจัดการปัญหา การขาดงบประมาณและทรัพยากรที่เพียงพอและต่อเนื่อง รวมถึงการขาดเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ที่จะช่วยให้การแก้ปัญหามีความยืดหยุ่น ภายใต้หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย

ขณะเดียวกัน ควรมีมาตรการสนับสนุนผู้ก่อมลพิษให้สามารถปรับตัวสู่กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายอากาศสะอาดอย่างยั่งยืน โดยเน้นย้ำว่าการแก้ปัญหานี้ต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพของคนไทยในระยะยาว

ประชาชนในเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียงควรติดตามข้อมูลอัปเดตหรือเว็บไซต์กรมควบคุมมลพิษอย่างใกล้ชิด

อ้างอิง: IQAir

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปลัดมหาดไทย' ยัน 17 จ.ภาคเหนือจุดความร้อนลดลง เชียงใหม่เหลือหลัก 100
'ปลัดมหาดไทย' ยัน 17 จ.ภาคเหนือจุดความร้อนลดลง เชียงใหม่เหลือหลัก 100