GISTDA รายงานจำนวนจุดความร้อนในไทยเพิ่มจาก 3,827 จุด เป็น 5,327 จุด สถานการณ์แย่ลงมาก สปป.ลาว เผาหนักสุดในอาเซียน 6,701 จุด เผาในพื้นที่ป่าและไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มถึง 4,497 จุด นักวิชาการแนะรัฐบาลรีบผลักดันร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ ให้เร็วที่สุด เลิกเกรงใจผู้ก่อมลพิษรายใหญ่และหันมาใส่ใจสุขภาพประชาชนได้แล้ว
รศ.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเกษตร โพสต์เฟซบุ๊กเนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า เมื่อเช้าวันที่ 10 เมษายน 2569 การเผาป่าและเกษตรโหดจุดความร้อนพุ่งถึง 5,327 จุด ภาคเหนือสาหัสหนักขึ้นอีก ไทยรองแชมป์เผาอาเซียน ค่าฝุ่นพิษ PM2.5 (สารก่อมะเร็งกลุ่ม 1) ในภาคเหนือยังคงอยู่ในระดับอันตรายต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก (สีม่วง) และระดับเสี่ยงอันตรายที่ทุกคนอาจได้รับผลกระทบด้านสุขภาพที่รุนแรงขึ้น (สีน้ำตาล) ต่อเนื่อง และพื้นที่ประสบภัยมากขึ้นกว่าเมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมามาก
ทั้งนี้ หลายพื้นที่ในภาคอีสานก็หนักมากขึ้นมีค่าฝุ่นระดับสีม่วง ขณะที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก ตะวันตก และภาคใต้ กทม. และปริมณฑล ก็มีค่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับอันตรายต่อสุขภาพ (สีแดง) และไม่ดีต่อสุขภาพสำหรับ กลุ่มที่ไวต่อมลพิษทางอากาศ หรือกลุ่มที่แพ้อากาศง่าย (สีส้ม) ภาคป่าไม้ (รวมเผาไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์) ยังเผามากสุด ในภาคเกษตร ข้าวเผามากสุด รองลงมาคือข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เผาเพิ่มมากขึ้นเกือบเท่าข้าว และตามด้วยอ้อยโรงงาน ตามลำดับ
จากข้อมูลจุดความร้อนที่รายงานโดย GISTDA หรือสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิ สารสนเทศ (องค์การมหาชน) ประเทศไทยมีจำนวนจุดความร้อนเพิ่มขึ้นจาก 3,827 จุด เป็น 5,327 จุด สถานการณ์แย่ลงอย่างมาก เนื่องจากไม่มีฝนช่วย วันนี้ สปป.ลาว เผาหนักสุดในอาเซียนที่ 6,701 จุด ไทยรองแชมป์ที่ 5,327 จุด เมียนมาเผาลดลงอย่างมากเหลือ 1,978 จุด
สำหรับประเทศไทยพื้นที่ป่า (ที่มีการเผาไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รวมอยู่ด้วย) มีการเผาเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 4,497 จุด การเผาในนาข้าว 246 จุด รองลงมาได้แก่ การเผาในไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 221 จุด และอ้อย 43 จุด ตามลำดับ พื้นที่เกษตรอื่นมีการเผา 202 จุด
รศ.วิษณุ กล่าวอีกว่า รัฐบาลใหม่ควรรีบผลักดันร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ ที่ค้างในชั้นวุฒิสภาให้เร็วที่สุด เนื่องจากฝุ่นพิษสร้างกระทบกับสุขภาพของประชาชนสูงมาก การเริ่มทุกอย่างใหม่ต้องใช้เวลาอีกนาน ถ้ากฎหมายที่มีอยู่ใช้การได้จริง ทำไมปัญหานี้ที่มีกว่า 10 ปี ถึงยังแก้ไม่ได้ ได้เวลาเลิกเกรงใจผู้ก่อมลพิษรายใหญ่และหันมาให้ความสำหรับกับสุขภาพของประชาชนได้แล้ว ขอให้คิดถึงผลประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่ผลประโยชน์ของผู้ก่อมลพิษรายใหญ่
"ถ้ากังวลว่าเกษตรกรหรือชาวบ้านในป่าจะเดือดร้อน ไม่ต้องกังวลเลยครับ ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาดฉบับที่ค้างอยู่ในชั้นวุฒิสภาจะช่วยเหลือคนกลุ่มเปราะบางนี้ให้สามารถเปลี่ยนผ่านไปได้ผ่านการช่วยเหลือแบบมีเงื่อนไขอย่างเพียงพอและต่อเนื่อง สร้างระบบนิเวศให้เอื้อต่อการเปลี่ยนผ่าน
"กฎหมายนี้ยังช่วยผู้ก่อมลพิษทั้งรายเล็กและรายใหญ่ให้เปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตที่มุ่งสู่อากาศสะอาดได้ในที่สุด แต่จะไม่ช่วยผู้ก่อมลพิษที่ไม่ยอมปรับตัวและยังสร้างผลร้ายต่อสังคมไทย การปัดตกร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ ที่ค้างในชั้นวุฒิสภาสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า รัฐบาลใหม่กำลังสนับสนุนผู้ก่อมลพิษที่ไม่ยอมปรับตัวและยังสร้างผลร้ายต่อสังคมไทยต่อไป" อดีตโฆษกกรรมาธิการวิสามัญ ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ สภาผู้แทนราษฎร ระบุ




