ตุรกีชูโมเดล Zero Waste ก่อนเวที COP31 รีไซเคิลขยะกว่า 90 ล้านตัน ลดก๊าซเรือนกระจก 180 ล้านตัน พร้อมยกระดับเป็นต้นแบบเศรษฐกิจหมุนเวียนระดับโลก
ตุรกี เร่งขับเคลื่อนวาระสิ่งแวดล้อมระดับโลก เตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุม COP31 ที่เมืองอันตัลยา ในเดือนพฤศจิกายน 2569 โดยชู “โครงการ Zero Waste” เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ พร้อมนำเสนอเป็นโมเดลเชิงปฏิบัติที่สามารถลดก๊าซเรือนกระจกและขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนได้อย่างเป็นรูปธรรม
โครงการ Zero Waste ของตุรกีเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2560 และได้สร้างผลลัพธ์อย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถรีไซเคิลขยะสะสมได้มากกว่า 90 ล้านตัน และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 180 ล้านตัน ซึ่งเทียบเท่ากับการปล่อยคาร์บอนของรถยนต์ราว 36 ล้านคัน
โดยแนวคิด Zero Waste คือการออกแบบระบบจัดการทรัพยากรทั้งวงจร ตั้งแต่การลดการใช้ (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) ไปจนถึงการรีไซเคิล (Recycle) เพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบหรือเผาทิ้งให้เหลือน้อยที่สุด หรือเข้าใกล้ศูนย์มากที่สุด ไม่ใช่เพียงการคัดแยกขยะปลายทาง แต่รวมถึงการปรับพฤติกรรมผู้บริโภค การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการจัดการของเสียตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการลดการใช้ทรัพยากรใหม่และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว
รายงานจาก Anadolu Agency ระบุว่า โครงการดังกล่าวริเริ่มภายใต้การนำของ เอมีน เออร์โดอาน สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของตุรกี โดยมีการจัดการขยะรีไซเคิลรวม 90 ล้านตัน แบ่งเป็นกระดาษและกระดาษแข็ง 36.1 ล้านตัน พลาสติก 10.2 ล้านตัน แก้ว 3.5 ล้านตัน โลหะ 9.6 ล้านตัน และขยะอินทรีย์รวมถึงขยะอื่นๆ อีก 30.6 ล้านตัน
ในเชิงทรัพยากร โครงการนี้ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 270,000 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง เทียบเท่ากับการใช้ไฟฟ้ารายปีของครัวเรือนกว่า 54 ล้านหลังคาเรือน อีกทั้งยังช่วยประหยัดน้ำได้มากถึง 2 ล้านล้านลิตร ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณการใช้น้ำเป็นเวลา 2 ปีของกรุงอิสตันบูล
ขณะเดียวกัน โครงการยังช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้ถึง 60,000 ล้านลิตร มากกว่าปริมาณการใช้น้ำมันของรถยนต์ทั้งประเทศในหนึ่งปี พร้อมทั้งลดความต้องการพื้นที่ฝังกลบขยะได้เทียบเท่าสนามฟุตบอลกว่า 55,000 สนาม และช่วยอนุรักษ์ต้นไม้มากกว่า 613 ล้านต้น หรือคิดเป็นราว 7% ของพื้นที่ป่าไม้ทั้งหมดของประเทศ
อัตราการรีไซเคิลของตุรกีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 13% ในปี 2560 เป็น 36.08% ในปี 2567 และ 37.53% ในปี 2568 โดยตั้งเป้าเพิ่มเป็น 60% ภายในปี 2588 และ 70% ภายในปี 2606
ด้าน OECD ประเมินว่า ตุรกีกลายเป็นหนึ่งในต้นแบบระดับโลกของการบริหารจัดการขยะในแนวทาง Zero Waste โดยมีปริมาณขยะต่อหัวต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศสมาชิก และปริมาณขยะรวมมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2543
โครงการยังให้ความสำคัญกับการลดขยะอาหาร ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดก๊าซมีเทนที่สำคัญในระบบสิ่งแวดล้อม โดยรัฐบาลตุรกีกำลังเตรียมออกมาตรการห้ามใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ เช่น จาน ช้อน และส้อม เพื่อลดปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทาง
สำนักข่าว Daily Sabah รายงานว่า การประชุม COP31 ในตุรกีคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 100,000 คน พร้อมทั้งมีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานดิจิทัล เพื่อเชื่อมโยงการดำเนินงานระหว่างรูปแบบออนไซต์และออนไลน์
ในระดับสถาบัน Zero Waste Foundation ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2566 ภายใต้การอุปถัมภ์ของ Emine Erdoğan จะทำหน้าที่เป็น High-Level Climate Champion ของ COP31 หรือ ผู้ขับเคลื่อนด้านสภาพภูมิอากาศระดับสูง โดยมีบทบาทในการผลักดันและประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อเร่งให้เกิดการลงมือทำจริงตามเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ และผลักดันให้แนวคิด Zero Waste กลายเป็นหนึ่งในเสาหลักของวาระการประชุม
นอกจากนี้ ตุรกียังมีบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ โดยเป็นผู้ผลักดันให้สมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ประกาศให้วันที่ 30 มีนาคมของทุกปีเป็น “วันสากลแห่ง Zero Waste” ตั้งแต่ปี 2565 และยังขยายความร่วมมือผ่านคณะที่ปรึกษาของเลขาธิการสหประชาชาติด้าน Zero Waste ซึ่ง เอมีน เออร์โดอาน ดำรงตำแหน่งประธาน
ในระดับประเทศ โครงการ Zero Waste ได้ถูกนำไปใช้ในอาคารและสถานที่ต่างๆ มากกว่า 217,000 แห่ง พร้อมทั้งมีการฝึกอบรมประชาชนไปแล้วกว่า 28 ล้านคน เพื่อสร้างความตระหนักรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านการจัดการขยะอย่างยั่งยืน
อีกหนึ่งมิติสำคัญคือ “โครงการ Zero Waste Blue” ซึ่งมุ่งเน้นการจัดการขยะทางทะเล โดยสามารถเก็บขยะทะเลได้แล้วกว่า 325,000 ตัน เทียบเท่ากับปริมาณขยะที่บรรทุกด้วยรถบรรทุกมากกว่า 23,000 คัน
ตุรกียังรักษาอันดับสามของโลกด้านจำนวนชายหาดที่ได้รับมาตรฐาน Blue Flag โดยมีจำนวนถึง 577 แห่ง สะท้อนความสำเร็จในการดูแลคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลควบคู่กับการท่องเที่ยว โดย Blue Flag คือมาตรฐานสากลจาก Foundation for Environmental Education ที่รับรองชายหาดว่าสะอาด ปลอดภัย และมีการจัดการสิ่งแวดล้อมได้ตามเกณฑ์ระดับโลก
ในด้านเศรษฐกิจ โครงการ Zero Waste สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการรีไซเคิลได้มากกว่า 365,000 ล้านลีร์ตุรกี หรือประมาณ 8.21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตอกย้ำบทบาทของเศรษฐกิจหมุนเวียนในฐานะกลไกสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน
อ้างอิง:




