News Logo
หน้าแรก
ตลาดเครดิตความหลากหลายชีวภาพบูม รับกระแสลงทุนธรรมชาติ แต่ยังไร้มาตรฐาน

ตลาดเครดิตความหลากหลายชีวภาพบูม รับกระแสลงทุนธรรมชาติ แต่ยังไร้มาตรฐาน

30 พ.ค. 2569 15:00
ผู้ชม 2 คน

รู้จัก 'Biodiversity Credit' เครื่องมือระดมทุนอนุรักษ์ธรรมชาติแห่งอนาคต มูลค่าตลาดมีแนวโน้มเติบโตหลายเท่าตัว แต่ความโปร่งใส มาตรฐานวัดผล และความเสี่ยงซ้ำรอยคาร์บอนเครดิตยังเป็นโจทย์สำคัญที่ทั่วโลกต้องตอบให้ได้

สำนักข่าว Next News รวบรวมข้อมูลพบว่า ตลาดเครดิตความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Credit) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในฐานะเครื่องมือทางการเงินที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการลงทุนในธรรมชาติ ท่ามกลางวิกฤตการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลกที่รุนแรงขึ้นทุกปี อย่างไรก็ตาม ความซับซ้อนของการวัดผลและข้อกังวลเรื่องความโปร่งใสทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพที่แท้จริง

รายงานจาก World Economic Forum ร่วมกับ Biodiversity Credit Alliance (BCA) ระบุว่า เครดิตความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นเครื่องมือทางการเงินที่สามารถตรวจสอบ วัดผล และซื้อขายได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้รางวัลแก่ผลลัพธ์เชิงบวกต่อธรรมชาติ แตกต่างจากกลไกการชดเชยความเสียหายโดยตรง แต่เน้นการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกเพิ่มเติมต่อระบบนิเวศ

การพัฒนาตลาดดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้แรงกดดันจากเป้าหมายของ Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework (GBF) ที่กำหนดให้ประเทศต่างๆ ต้องร่วมกันอนุรักษ์พื้นที่บกและทะเลราวร้อยละ 30 ภายในปี 2573 โดยองค์กรระหว่างประเทศหลายแห่งประเมินว่า ช่องว่างทางการเงินด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติยังมีขนาดใหญ่ และจำเป็นต้องอาศัยกลไกตลาดเข้ามาช่วยระดมทุนเพิ่มเติม

ข้อมูลการประเมินมูลค่าตลาดจาก Grand View Research และ Fact.MR ระบุว่า ตลาดเครดิตความหลากหลายทางชีวภาพมีมูลค่าประมาณ 7.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และมีแนวโน้มขยายตัวไปแตะระดับราว 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2576 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีราวร้อยละ 23.3

ขณะที่บางการประเมินจาก Fact.MR ระบุว่า มูลค่าตลาดอาจเริ่มต้นราว 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และขยายไปถึงประมาณ 1.8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2579 สะท้อนความแตกต่างของสมมติฐานการเติบโตในแต่ละแบบจำลอง

รายงานจาก Bloom Labs Monthly Market Overview ระบุว่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มูลค่าการซื้อขายในตลาดจริงยังอยู่ในระดับเริ่มต้น โดยมีธุรกรรมรวมเพียงราว 20,000 ดอลลาร์จาก 5 โครงการ แม้ปริมาณจะยังจำกัด แต่ทิศทางการพัฒนานโยบายและการกำหนดมาตรฐานยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยหน่วยงานอย่างคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยวิทยาศาสตร์นโยบายด้านความหลากหลายทางชีวภาพและบริการของระบบนิเวศ (IPBES) ได้ชี้ถึงความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากการสูญเสียธรรมชาติ ขณะที่บางประเทศในยุโรป เช่น สวีเดน สนับสนุนแนวทางสมัครใจในการพัฒนาเครดิตธรรมชาติภายใต้กรอบของสหภาพยุโรป

หลักการประเมินผลเครดิตความหลากหลายทางชีวภาพอ้างอิงกรอบแนวคิดที่เน้นความสามารถในการวัดผล การเพิ่มขึ้นจริงของผลลัพธ์ ความยั่งยืน และการตรวจสอบได้ โดยโครงการต้องกำหนดฐานข้อมูลสภาพพื้นที่ก่อนเริ่มดำเนินงาน หรือที่เรียกว่า Baseline จากนั้นจึงประเมินการเปลี่ยนแปลงผ่านตัวชี้วัดด้านระบบนิเวศ เช่น ความหลากหลายของชนิดพันธุ์ คุณภาพถิ่นอาศัย และการทำงานของระบบนิเวศ

เอกสาร High-Level Principles to Guide the Biodiversity Credit Market ของ Biodiversity Credit Alliance ร่วมกับ World Economic Forum และ International Advisory Panel on Biodiversity (IAPB) ระบุว่า การประเมินผลจำเป็นต้องใช้แนวทางหลายตัวชี้วัดร่วมกัน เนื่องจากความหลากหลายทางชีวภาพมีความซับซ้อนและแตกต่างตามบริบทพื้นที่ ไม่สามารถใช้หน่วยวัดเดียวเหมือนคาร์บอนได้

ตัวอย่างเครื่องมือที่ถูกนำมาใช้ ได้แก่ Quality Hectares จากกรอบ Nature Framework ของ Verra ซึ่งประเมินจากทั้งพื้นที่และคุณภาพของระบบนิเวศ รวมถึงแนวคิด Basket of Metrics ของ Wallacea Trust ที่รวมตัวชี้วัดอย่างน้อย 5 ด้าน เช่น ความอุดมสมบูรณ์ของชนิดพันธุ์และโครงสร้างของถิ่นอาศัย

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยที่เผยแพร่ใน Wiley Online Library เมื่อปี 2568 พบว่า จากโครงการนำร่อง 34 โครงการ มีเพียงร้อยละ 41 เท่านั้นที่ผ่านการตรวจสอบโดยบุคคลที่สาม ขณะที่การกำหนด Baseline ในหลายโครงการยังขาดความชัดเจนหรือมีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งอาจเปิดช่องให้เกิดการปรับแต่งผลลัพธ์ได้

ความกังวลด้านความโปร่งใสยังรวมถึงความเสี่ยงของการทำให้เกิดภาพลวงทางสิ่งแวดล้อม โดยกลุ่มองค์กรภาคประชาสังคมกว่า 270 แห่งทั่วโลกเคยออกคำเตือนในปี 2567 ว่า บทเรียนจากตลาดคาร์บอนเครดิตสะท้อนปัญหาสำคัญหลายประการ ทั้งเรื่องความเป็นผลเพิ่มเติม การคงอยู่ของผลลัพธ์ การรั่วไหลของผลกระทบ และประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งอาจรุนแรงขึ้นในตลาดเครดิตความหลากหลายทางชีวภาพ

นักวิจารณ์บางส่วนระบุว่า หากบริษัทสามารถซื้อเครดิตเพื่อแสดงความสำเร็จด้านสิ่งแวดล้อมได้โดยไม่ต้องลดผลกระทบจากกิจกรรมหลักของตนเอง อาจทำให้กลไกดังกล่าวกลายเป็นเพียง เครื่องมือสร้างภาพ มากกว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจและการผลิต

ในทางกลับกัน World Economic Forum ระบุว่า หากมีการออกแบบระบบที่เข้มแข็งและโปร่งใส เครดิตความหลากหลายทางชีวภาพสามารถสร้างประโยชน์ทั้งต่อระบบนิเวศและชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะกลุ่มชนพื้นเมืองที่มีบทบาทในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เช่น โครงการ Savimbo ในประเทศโคลอมเบีย ที่มีการบริหารจัดการพื้นที่โดยชุมชนและเชื่อมโยงกับการอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิม

ในช่วงปี 2568-2569 โครงการนำร่องที่ได้รับการกล่าวถึงมากขึ้นอยู่ในประเทศโคลอมเบีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยติดตามผล เช่น ภาพถ่ายดาวเทียม การวิเคราะห์ดีเอ็นเอสิ่งแวดล้อม และกับดักกล้อง เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการประเมินการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ

แม้ตลาดจะเริ่มก่อตัว แต่ยังไม่มีมาตรฐานกลางระดับสากลที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน ทำให้ Biodiversity Credit Alliance ซึ่งเป็นเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม ภาคธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศ เดินหน้าผลักดันหลักเกณฑ์สำหรับตลาดเครดิตความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อและนักลงทุน โดยเน้นความโปร่งใส การมีส่วนร่วมของชุมชน และการป้องกันการนับผลประโยชน์ซ้ำ

ฝั่งผู้ซื้อเครดิตดังกล่าวส่วนใหญ่ในปัจจุบันมาจากภาคการเงิน ภาคเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมเหมืองแร่ โดยมีแรงผลักจากนักลงทุนสถาบันและกรอบการเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงด้านธรรมชาติของ Taskforce on Nature-related Financial Disclosures (TNFD)

องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) รวมถึงนักวิชาการหลายฝ่าย ประเมินว่า ความสำเร็จของตลาดนี้จะขึ้นอยู่กับการพัฒนากฎเกณฑ์ที่ชัดเจน การตรวจสอบอิสระที่เข้มงวด และการนำบทเรียนจากตลาดคาร์บอนเครดิตมาใช้ลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง

ขณะเดียวกัน รายงานการศึกษาจาก University of Nottingham เมื่อปี 2568 พบว่า ผู้ให้บริการบางรายในตลาดยังขาดความโปร่งใสในด้านการเปิดเผยความเสี่ยงและกลไกการตรวจสอบอิสระ ซึ่งสะท้อนข้อจำกัดสำคัญของตลาดที่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และต้องอาศัยการพัฒนาเชิงสถาบันอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว

อ้างอิง:

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดเวทีประกวดหญ้าแฝก ตามแนวพระราชดำริ ครั้งที่ 14
เปิดเวทีประกวดหญ้าแฝก ตามแนวพระราชดำริ ครั้งที่ 14