News Logo
หน้าแรก
เจาะประวัติเหตุเพลิงไหม้ BYD ซ้ำซาก แท็กซี่ EV-โรงจอดรถเซินเจิ้น

เจาะประวัติเหตุเพลิงไหม้ BYD ซ้ำซาก แท็กซี่ EV-โรงจอดรถเซินเจิ้น

14 เม.ย. 2569 22:06
ผู้ชม 31 คน

ไฟไหม้โรงจอดรถ BYD ที่เซินเจิ้น คุมได้ไร้เจ็บตาย ไม่โยงแบตเตอรี่ แต่เปิดไทม์ไลน์ 14 ปี ไฟไหม้ซ้ำ เขย่าความเชื่อมั่น EV

เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงงานของ BYD ในเมือง เซินเจิ้น จุดกระแสความกังวลด้านความปลอดภัยของยานยนต์ไฟฟ้าขึ้นมาอีกครั้ง แม้ผลสอบสวนเบื้องต้นจากทางการจีนและบริษัทจะยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับระบบแบตเตอรี่ของรถยนต์ก็ตาม

รายงานจาก Reuters ระบุว่า เพลิงไหม้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 02.48 น. ตามเวลาท้องถิ่นจีน ภายในอาคารจอดรถหลายชั้นในเขตพิงชาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์การผลิตและวิจัยหลักของ BYD โดยเปลวไฟและควันดำพวยพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงจนภาพถูกเผยแพร่ไปทั่วโซเชียลมีเดีย อย่างไรก็ตาม หน่วยดับเพลิงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว และไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

บริษัท BYD ชี้แจงว่า พื้นที่ที่เกิดเหตุเป็นเพียงจุดจอดรถทดสอบ และรถปลดระวาง ไม่ใช่สายการผลิตหลัก ขณะที่ผลสอบสวนเบื้องต้นพบว่า สาเหตุเกิดจากการทำงานของผู้รับเหมาภายนอกที่รื้อถอนอุปกรณ์ใกล้โรงงาน ทำให้วัสดุฉนวนกันความร้อนติดไฟและลุกลาม

ทั้งนี้ ทางการจีนย้ำว่าไม่พบความผิดปกติของแบตเตอรี่หรือระบบของรถยนต์ไฟฟ้าแต่อย่างใด และการผลิตหลักของโรงงานยังดำเนินต่อได้ตามปกติ แม้เหตุการณ์จะกระทบความเชื่อมั่นระยะสั้น โดยราคาหุ้นในตลาดฮ่องกงปรับตัวลดลงเล็กน้อยในช่วงเปิดตลาด

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ครั้งแรกที่ BYD ต้องเผชิญกับไฟไหม้ ไม่ว่าจะเกิดจากอุบัติเหตุภายนอกหรือสาเหตุที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำตลาด EV โลก มีประวัติเกี่ยวข้องกับเหตุเพลิงไหม้ในหลายบริบท ตั้งแต่ระดับตัวรถไปจนถึงโชว์รูมและโรงงาน

จุดเริ่มต้นสำคัญย้อนกลับไปในปี 2555 เมื่อรถแท็กซี่ไฟฟ้ารุ่น e6 ของ BYD ในเซินเจิ้นเกิดอุบัติเหตุรุนแรง หลังถูกรถสปอร์ตพุ่งชนด้วยความเร็วสูง ก่อนจะเกิดไฟลุกไหม้และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในกรณีแรกๆ ที่ทำให้สังคมเริ่มตั้งคำถามต่อความปลอดภัยของรถยนต์ไฟฟ้า แม้ภายหลังการสอบสวนจะชี้ว่าเป็นผลจากแรงกระแทกรุนแรง ไม่ใช่ความผิดปกติของระบบแบตเตอรี่โดยตรง

ในช่วงหลายปีถัดมา เหตุเพลิงไหม้ที่เกี่ยวข้องกับรถของ BYD ยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะ ทั้งกรณีรถลุกไหม้ขณะจอดและระหว่างชาร์จในปี 2562 ต่อเนื่องถึงช่วงปี 2564-2565 ที่มีรายงานเหตุลักษณะเดียวกันเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ แม้บริษัทจะยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับระบบแบตเตอรี่ แต่เหตุการณ์ที่เกิดซ้ำก็ทำให้ประเด็นความปลอดภัยยังคงถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากผู้บริโภค

นอกจากตัวรถแล้ว โครงสร้างพื้นฐานของบริษัทก็เคยเกิดเหตุลักษณะเดียวกัน โดยในปี 2565 โรงงานของ BYD ที่หุยโจวเกิดเพลิงไหม้ในส่วนการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แม้จะไม่กระทบสายการผลิตรถยนต์ และไม่มีผู้บาดเจ็บ ขณะที่ในปี 2566-2567 เหตุไฟไหม้ได้ขยายไปสู่โชว์รูมหลายแห่งในจีน โดยบางกรณีสร้างความเสียหายต่อรถจำนวนมากภายในอาคาร

อีกเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในปี 2567 ซึ่ง BYD ประกาศเรียกคืนรถเกือบ 100,000 คัน จากความเสี่ยงของระบบควบคุมพวงมาลัยไฟฟ้าที่อาจเกิดความร้อนสูงและนำไปสู่ไฟไหม้ แม้บริษัทจะเร่งแก้ไขและยืนยันมาตรการความปลอดภัย แต่ก็ถือเป็นการเรียกคืนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท

เข้าสู่ปี 2569 ก่อนเหตุเซินเจิ้นเพียงไม่นาน ยังมีกรณีรถ BYD Seal เกิดไฟไหม้บนทางด่วนในฮ่องกง ซึ่งภายหลังการตรวจสอบพบว่ามีต้นตอจากอุปกรณ์ภายนอก ไม่ใช่ระบบของตัวรถ สะท้อนรูปแบบการอธิบายของบริษัทที่มักชี้ไปยังปัจจัยภายนอกเป็นหลักในหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา

ภาพรวมทั้งหมดทำให้เห็นว่า แม้ BYD จะเป็นผู้นำตลาด EV ของโลกด้วยยอดขายระดับหลายแสนคันต่อเดือน แต่จำนวนเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นก็ย่อมเพิ่มขึ้นตามขนาดธุรกิจ และกลายเป็นความท้าทายด้านภาพลักษณ์ที่ต้องบริหารอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคที่ความเชื่อมั่นต่อเทคโนโลยีแบตเตอรี่ยังเป็นประเด็นอ่อนไหวในสายตาผู้บริโภค

ในมุมอุตสาหกรรม ผู้เชี่ยวชาญมองว่า เหตุเพลิงไหม้ของรถยนต์ไฟฟ้าโดยรวมยังมีอัตราเกิดต่ำกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาป แต่ลักษณะของไฟที่ลุกไหม้ยากต่อการควบคุมและอาจปะทุซ้ำ ทำให้ทุกเหตุการณ์ถูกขยายความสนใจมากเป็นพิเศษ กรณีของ BYD จึงสะท้อนทั้งความเสี่ยงเชิงเทคโนโลยี และความเสี่ยงเชิงการจัดการ โดยเฉพาะในกระบวนการก่อสร้าง ซ่อมบำรุง และการทำงานของผู้รับเหมาภายนอก

อ้างอิง:

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อินโดนีเซีย-สหรัฐฯ ร่วมมือยกระดับกลาโหม ภายในหวั่นถูกมอง 'เลือกข้าง'
อินโดนีเซีย-สหรัฐฯ ร่วมมือยกระดับกลาโหม ภายในหวั่นถูกมอง 'เลือกข้าง'