‘ทรัมป์’ ปัดข้อเสนอ ยุติโครงการนิวเคลียร์ 5 ปีของอิหร่าน เดินหน้าปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซต่อ แม้นาโต้ไม่ร่วมวง -อิหร่านเรียกร้อง 5 ชาติอาหรับชดเชยค่าเสียหาย เหตุร่วมสหรัฐฯ-อิสราเอลทำสงคราม ผวาหากวิกฤตยังไม่คลี่คลาย ราคาน้ำมันอาจพุ่งไปถึง 5,603 บาท ต่อบาร์เรล
สำนักข่าย Next News รายงานข่าวสถานการณ์ความตึงเครียดในคาบสมุทรเปอร์เซียว่า เมื่อวันอังคารที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แถลงว่าสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มทำการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับน้ำมันของโลก โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกประกาศแจ้งเตือนว่าอาจมีการยึดเรืออิหร่านที่ฝ่าฝืนมาตรการนี้
รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ ยืนยันว่าการปิดล้อมมีผลกับเรือทุกลำที่เข้าหรือออกจากท่าเรือของอิหร่าน โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 00.00 น. ของวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น เพื่อกีดกันรายได้จากการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน และระบุว่าสหรัฐฯ มีข้อมูลข่าวกรองที่ดีเยี่ยมในการติดตามเรือที่เชื่อมโยงกับอิหร่านแม้จะมีการ "เปลี่ยนธง" เพื่อปกปิดการเป็นเจ้าของก็ตาม
นายแวนซ์กล่าวหาอิหร่านว่าก่อ "การก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ" ต่อโลก และเตือนว่า "สองฝ่ายสามารถเล่นเกมนี้ต่อได้" พร้อมเน้นย้ำถึงหลักการที่ว่า "จะไม่มีเรืออิหร่านลำใดออกไปได้เช่นกัน" ซึ่งจะเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อกรุงเตหะรานอย่างมาก
ทางด้านอิหร่านได้ตอบโต้ทันที นายอามีร์-ซาอิด อิราวานี ผู้แทนของอิหร่านประจำสหประชาชาติ ได้ประกาศว่าอิหร่านจะพุ่งเป้าโจมตีท่าเรือทั้งหมดในและใกล้กับอ่าวเปอร์เซียหากท่าเรือขนส่งสินค้าของตนถูกคุกคาม ซึ่งเป็นการยกระดับความตึงเครียดเหนือช่องแคบฮอร์มุซ
ผู้แทนของอิหร่านประจำสหประชาชาติยังได้เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมกับสหรัฐฯ และอิสราเอล เพื่อทำสงครามกับอิหร่าน ชดเชยค่าเสียหาย รายงานของสื่ออิหร่านระบุว่าประเทศเหล่านั้นได้แก่ บาห์เรน, ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และจอร์แดน ซึ่งนายอิราวานีอ้างว่าประเทศเหล่านี้ได้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและต้อง "ชดเชยเต็มจำนวน"
ส่วนโฆษกของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านขู่ว่าจะ "นำเสนอวิธีการทำสงครามแบบใหม่" ที่ฝ่ายตรงข้ามจะรับมือได้จำกัด ในขณะที่ นายเอบราฮิม โซลฟาการีโฆษกทางทหารของอิหร่าน ย้ำว่า "จะไม่มีท่าเรือใดในอ่าวเปอร์เซียและทะเลโอมานที่ปลอดภัย" หากท่าเรือของอิหร่านถูกคุกคาม
แม้สหรัฐฯ จะประกาศการปิดล้อมหลังการเจรจาระดับสูงกับอิหร่านล้มเหลวในช่วงสุดสัปดาห์ แต่ผู้นำยุโรปหลายรายได้ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมมาตรการปิดช่องแคบดังกล่าว นอกจากนี้ ข้อมูลติดตามเรือจากเว็บไซต์ MarineTraffic ระบุว่าเรือบรรทุกน้ำมัน "Elpis" ซึ่งเกี่ยวข้องกับอิหร่าน ดูเหมือนจะฝ่าฝืนกฎการปิดล้อมและเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันจันทร์ที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา โดยยังคงแล่นต่อไปยังอ่าวโอมาน
นายอาร์เซนิโอ โดมิงเกซ หัวหน้าหน่วยงาน Maritime Organization ของสหประชาชาติที่ดูแลความปลอดภัยและความมั่นคงของการเดินเรือ ไม่คาดว่าการปิดล้อมของสหรัฐฯ จะมีผลกระทบมากนัก เนื่องจากจำนวนเรือที่ผ่านเส้นทางน้ำนี้ลดลงอย่างมากอยู่แล้วก่อนหน้านี้
"สำหรับผม จุดสำคัญยิ่งกว่าคือเรือไม่ได้เดินทางอยู่แล้ว การปิดล้อมเพิ่มเติมไม่ได้ช่วยอะไรในการหาทางออกของความขัดแย้ง" นายโดมิงเกซกล่าว
การเจรจานิวเคลียร์ล้มเหลว
ประเด็นหลักที่ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดคือความล้มเหลวในการเจรจาเรื่องโครงการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ของอิหร่าน สำนักข่าวนิวยอร์กไทม์ส รายงานโดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่านว่า สหรัฐฯ ได้ขอให้อิหร่านระงับโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็นเวลา 20 ปี ในระหว่างการเจรจาสันติภาพที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
แต่ฝ่ายอิหร่านยื่นข้อเสนอกลับมาว่าจะระงับการเสริมสมรรถนะเป็นเวลา 5 ปี แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว
ด้านนายแวนซ์ระบุว่ายูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่อิหร่านครอบครองอยู่นั้น สหรัฐฯ ต้องการให้นำออกจากประเทศอิหร่านและต้องการเข้าครอบครองไว้ แต่ขณะนี้อิหร่านยังไม่สามารถเข้าถึงยูเรเนียมได้เนื่องจากถูกฝังจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ในปี 2568
นายแวนซ์ชี้ว่าอิหร่านยัง "ก้าวไปไม่ไกลพอ" ในการเจรจา เพื่อสร้างความมั่นใจว่าอิหร่านจะไม่สามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ ซึ่งรวมถึงการต้องไม่มีความสามารถในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม
สำหรับปฏิกิริยาจากชาติอื่นๆและผลกระทบทางเศรษฐกิจมีดังต่อไปนี้
นาโต้:พันธมิตรนาโต้ระบุว่าจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับแผนการของทรัมป์ โดยเสนอว่าจะเข้าแทรกแซงก็ต่อเมื่อการสู้รบสิ้นสุดลงเท่านั้น
ออสเตรเลีย: นายริชาร์ด มาร์ลส์ รัฐมนตรีกลาโหม ออสเตรเลียกล่าวว่าออสเตรเลียจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอด 40 ชาติ ซึ่งนำโดยสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส เพื่อหารือเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง นายมาร์ลส์ยังระบุว่าการลงทุนด้านกลาโหมที่เพิ่มขึ้นจะเน้นไปที่การรับมือกับโดรนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคนี้
กาตาร์:ชีค โมฮัมเหม็ด บิน อับดุลเราะห์มาน บิน ญาสซิม อัล ธานี นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศของกาตาร์ ได้หารือกับ นายอับบาส อรากชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โดยเน้นย้ำถึง "ความจำเป็นในการเปิดเส้นทางเดินเรือ ประกันเสรีภาพในการเดินเรือ และไม่ใช้สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องต่อรอง" เนื่องจากจะส่งผลกระทบในเชิงลบต่อภูมิภาค พลังงาน และอาหารทั่วโลก
อนึ่งการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดพลังงานโลก ราคาน้ำมันได้พุ่งสูงขึ้นกว่า 50 เปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานระดับโลก สูงขึ้นถึง 102 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,266.04 บาท) ต่อบาร์เรล
แต่ต่อมาภายหลัง ราคาน้ำมันได้ลดลงและปิดที่ประมาณ 99.36 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,181.07 บาท) ต่อบาร์เรล
การลดลงของเส้นทางการขนส่งน้ำมันออกจากอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันและก๊าซที่ส่งไปยังทั่วโลกลดลงอย่างมาก ปัจจัยเหล่านี้ผลักดันให้ราคาน้ำมันเบนซิน ดีเซล และผลิตภัณฑ์พลังงานอื่นๆ สูงขึ้นและมีการคาดการณ์จากนักวิเคราะห์ว่าราคาน้ำมันอาจสูงถึง 175 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5,603.50 บาท) ต่อบาร์เรล หากน้ำมันของอิหร่านไม่สามารถผ่านช่องแคบได้




