News Logo
หน้าแรก
‘Claude Mythos’ AI สุดโหด สหรัฐฯ สั่งคุมเข้มด่วนหวั่นเจาะระบบธนาคารล่ม

‘Claude Mythos’ AI สุดโหด สหรัฐฯ สั่งคุมเข้มด่วนหวั่นเจาะระบบธนาคารล่ม

15 เม.ย. 2569 15:53
ผู้ชม 149 คน

สหรัฐฯ เรียกถกธนาคารยักษ์ หลัง ‘Claude Mythos’ AI ตัวใหม่โชว์โหด เจาะระบบความปลอดภัย 27 ปีพังในพริบตา หวั่นทำระบบการเงินโลกล่มสลาย - Anthropic ยอมรับโมเดลนี้ ‘เก่งกว่ามนุษย์ที่เก่งที่สุด’

ทำเนียบขาวและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เรียกประชุมผู้บริหารธนาคารยักษ์ใหญ่ หลังเกิดความกังวลต่อพัฒนาการล่าสุดของปัญญาประดิษฐ์จากบริษัท Anthropic ซึ่งถูกระบุว่ามีศักยภาพด้านความมั่นคงไซเบอร์ในระดับสูง และอาจสามารถค้นหาช่องโหว่ของระบบที่ซับซ้อนได้ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยมีความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของระบบการเงินโลกหากถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด

รายงานจากสำนักข่าว The Guardian ระบุว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ภายใต้การนำของรัฐมนตรีสก็อตต์ เบสเซนต์ ร่วมกับ เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้เชิญผู้บริหารสถาบันการเงินชั้นนำจากวอลล์สตรีทเข้าหารือในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. รายงานระบุว่า ซีอีโอธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐฯ ที่ได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ ประกอบด้วย เดวิด โซโลมอน (Goldman Sachs), ไบรอัน มอยนิแฮน (Bank of America), เจน เฟรเซอร์ (Citigroup), เท็ด พิก (Morgan Stanley), ชาร์ลี ชาร์ฟ (Wells Fargo) และ เจมี ไดมอน (JPMorgan Chase)

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าผู้บริหารบางรายไม่ได้เข้าร่วมการประชุมด้วยตนเอง โดยในการหารือดังกล่าวมีตัวแทนระดับสูงจากสถาบันการเงินชั้นนำของวอลล์สตรีทเข้าร่วมแทน เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านความมั่นคงไซเบอร์และผลกระทบต่อระบบการเงินโลกจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่

ขณะเดียวกัน Reuters รายงานว่า จุดสนใจสำคัญของการหารือครั้งนี้ มาจากโมเดล AI รุ่นใหม่ของ Anthropic ที่มีชื่อว่า “Claude Mythos” ซึ่งถูกระบุว่ามีความสามารถระดับสูงมากในการเขียนโค้ดและวิเคราะห์ความปลอดภัยไซเบอร์ จนสามารถตรวจพบช่องโหว่แบบ Zero-day หรือจุดอ่อนที่ไม่เคยถูกค้นพบมาก่อนในซอฟต์แวร์ที่ใช้งานจริงได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำเกินกว่ามนุษย์ผู้เชี่ยวชาญ

รายงานระบุเพิ่มเติมว่า ในการทดสอบภายในโดยทีม Red Team ของบริษัท พบว่า AI ดังกล่าวสามารถระบุช่องโหว่ในระบบปฏิบัติการและเว็บเบราว์เซอร์หลักได้ในหลายกรณี รวมถึงระบบเก่าที่ใช้งานมานานกว่า 20-27 ปี ซึ่งไม่เคยถูกตรวจพบมาก่อน ส่งผลให้เกิดความกังวลว่า หากเทคโนโลยีนี้ถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม อาจกระทบต่อระบบการเข้ารหัสและความปลอดภัยของธุรกรรมทางการเงินทั่วโลก

หลังการประชุม แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยกับ Bloomberg ว่า รัฐบาลได้ขอความร่วมมือธนาคารพาณิชย์เร่งตรวจสอบระบบไอทีเก่า (Legacy Systems) ภายในองค์กร เนื่องจากถือเป็นจุดเสี่ยงสำคัญต่อการถูกโจมตีทางไซเบอร์ โดยเฉพาะระบบที่ยังคงใช้งานมานานกว่า 20 ปีในบางส่วนของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน

ด้าน Anthropic มีรายงานว่า บริษัทได้ระงับการเปิดให้ใช้งาน Claude Mythos สู่สาธารณะอย่างไม่มีกำหนด พร้อมจำกัดการเข้าถึงเฉพาะพันธมิตรด้านความปลอดภัยที่ผ่านการคัดกรองอย่างเข้มงวด เช่นองค์กรด้านโอเพ่นซอร์สและผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ เพื่อใช้ในการพัฒนาเครื่องมือป้องกันและอุดช่องโหว่ที่ตรวจพบ

นักวิเคราะห์จาก Financial Times มองว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนภาพ สงครามไซเบอร์ยุคใหม่ ที่เทคโนโลยี AI กลายเป็นปัจจัยสำคัญในมิติความมั่นคงระดับโลก โดยความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการโจมตีทางการเงิน แต่ยังรวมถึงความสามารถในการบิดเบือนข้อมูลหรือทำลายความเชื่อมั่นในระบบบัญชีการเงินของประเทศต่างๆ ได้

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่ให้สัมภาษณ์กับ Wired ระบุว่า จุดเปลี่ยนสำคัญของ AI รุ่นนี้คือความสามารถในการวางแผนการโจมตีหลายขั้นตอน พร้อมทั้งสร้างโค้ดเจาะระบบและปกปิดร่องรอยได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบการทำงานของแฮกเกอร์แบบเดิมอย่างมีนัยสำคัญ และอาจทำให้ระบบป้องกันในปัจจุบันต้องถูกปรับโครงสร้างใหม่ทั้งหมด

ด้านทำเนียบขาวมีรายงานเตรียมออกคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) เพื่อควบคุมการพัฒนา AI ที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะโมเดลที่มีขีดความสามารถด้านไซเบอร์ขั้นสูง ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ

ในระดับนานาชาติ สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่าประเด็นดังกล่าวได้ถูกหยิบยกขึ้นหารือในกลุ่มประเทศ G7 โดยมีแนวคิดในการจัดทำมาตรฐานควบคุม AI ความเสี่ยงสูง และอาจพิจารณากลไกปิดระบบฉุกเฉินที่ถูกออกแบบไว้เพื่อหยุดการทำงานของระบบทันทีเมื่อเกิดความเสี่ยงหรือเหตุผิดปกติร้ายแรง (Kill Switch) สำหรับระบบที่มีพฤติกรรมอันตรายต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น ระบบไฟฟ้าและโทรคมนาคม

ขณะที่รายงานจาก CrowdStrike ชี้ว่า ในปี 2568 การโจมตีทางไซเบอร์ที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังเป็นเพียงรุ่นที่มีข้อจำกัด หากเทียบกับศักยภาพของ AI รุ่นใหม่ที่ถูกประเมินว่าอาจยกระดับความเสี่ยงไปอีกขั้น

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังจุดกระแสถกเถียงด้านจริยธรรมในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยมีข้อกังวลว่า แม้บริษัทผู้พัฒนาจะยึดหลักความปลอดภัยเป็นสำคัญ แต่ความสามารถที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของ AI อาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่เกินขอบเขตการควบคุมของผู้สร้างเอง

อ้างอิง:

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Meta เล็งปลดพนักงาน 8,000 คน มุ่งปรับองค์กรสู่ยุค AI เต็มตัว
Meta เล็งปลดพนักงาน 8,000 คน มุ่งปรับองค์กรสู่ยุค AI เต็มตัว