News Logo
หน้าแรก
ญี่ปุ่นทุ่ม 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วยไทย-อาเซียนรับมือวิกฤตน้ำมันพุ่ง

ญี่ปุ่นทุ่ม 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วยไทย-อาเซียนรับมือวิกฤตน้ำมันพุ่ง

16 เม.ย. 2569 17:21
ผู้ชม 9 คน

ญี่ปุ่นอัดงบ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ หนุนไทย-อาเซียน รับมือวิกฤตราคาน้ำมันพุ่งจากตะวันออกกลาง

สำนักข่าวต่างประเทศทั้ง Reuters และ Bloomberg รายงานตรงกันว่า ญี่ปุ่นประกาศจัดตั้งกรอบสนับสนุนทางการเงินวงเงิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.2 แสนล้านบาท เพื่อช่วยเหลือประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทย ในการจัดหาน้ำมันดิบและพลังงาน ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประกาศข้อริเริ่มดังกล่าวเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 ระหว่างการประชุมออนไลน์ “Asia Zero-Emission Community Plus” (AZEC Plus) ซึ่งมีผู้นำจากหลายประเทศในอาเซียนเข้าร่วม อาทิ ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม และสิงคโปร์

กรอบความร่วมมือใหม่นี้ใช้ชื่อว่า “POWERR Asia” หรือ Partnership On Wide Energy and Resources Resilience โดยเงินสนับสนุนส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบเงินกู้ ผ่านสถาบันการเงินของรัฐญี่ปุ่น เช่น Japan Bank for International Cooperation (JBIC) และ Nippon Export and Investment Insurance (NEXI)

วงเงินดังกล่าวมีมูลค่าเทียบเท่าการนำเข้าน้ำมันดิบของอาเซียนราว 1 ปี หรือประมาณ 1.2 พันล้านบาร์เรล โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อช่วยให้ประเทศในภูมิภาคสามารถจัดหาน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมได้เพียงพอ พร้อมเสริมคลังสำรองพลังงาน ลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นระบุว่า ญี่ปุ่นมีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจเอเชียอย่างใกล้ชิด หากภูมิภาคเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมัน ย่อมกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นโดยตรง โดยเฉพาะการนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและวัตถุดิบสำคัญจากประเทศอาเซียน

ข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นยืนยันว่า ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เข้าร่วมและได้รับประโยชน์จากกรอบความร่วมมือนี้ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุม

นักวิเคราะห์มองว่า มาตรการของญี่ปุ่นครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้าน แต่ยังเป็นการปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของตนเอง เนื่องจากญี่ปุ่นพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากอาเซียนอย่างมีนัยสำคัญ หากเกิดการสะดุดอาจกระทบต่อการผลิตภายในประเทศ

ขณะเดียวกัน รายงานจาก The New York Times ระบุว่า ญี่ปุ่นยังมีแผนต่อยอดความร่วมมือในระยะยาว โดยจะร่วมกับประเทศในภูมิภาคพัฒนาโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานและแร่ธาตุสำคัญให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ควบคู่กับการผลักดันเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนภายใต้กรอบ AZEC

ผู้นำประเทศในอาเซียนต่างให้การสนับสนุนข้อริเริ่มดังกล่าว โดยเห็นพ้องว่า ภูมิภาคเอเชียเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักจากความเสี่ยงด้านการขนส่งพลังงาน และจำเป็นต้องเร่งเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานร่วมกัน

สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายสำคัญของภูมิภาค การเข้าถึงแหล่งเงินทุนในกรอบนี้คาดว่าจะช่วยลดภาระต้นทุนพลังงาน และเพิ่มความสามารถในการบริหารสำรองน้ำมันในช่วงวิกฤต

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นยืนยันว่า โครงการดังกล่าวจะไม่กระทบต่อปริมาณสำรองน้ำมันภายในประเทศของญี่ปุ่น ซึ่งยังคงอยู่ในระดับเพียงพอต่อการบริโภค

อ้างอิง:

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จีน GDP ไตรมาสแรก 2569 โต 5% สวนกระแสวิกฤตพลังงาน-สงคราม
จีน GDP ไตรมาสแรก 2569 โต 5% สวนกระแสวิกฤตพลังงาน-สงคราม