News Logo
หน้าแรก
ถอดบทเรียน ‘คิวบา’ ผู้นำพูดมากกว่าทำ เผชิญวิกฤตพลังงานหนัก-เศรษฐกิจล่ม

ถอดบทเรียน ‘คิวบา’ ผู้นำพูดมากกว่าทำ เผชิญวิกฤตพลังงานหนัก-เศรษฐกิจล่ม

14 พ.ค. 2569 15:22
ผู้ชม 7 คน

ถอดบทเรียน 'คิวบา' เผชิญวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ ไฟดับต่อเนื่องทั่วประเทศ กระทบโรงพยาบาล เศรษฐกิจ และชีวิตประชาชน ขณะที่เสียงวิจารณ์ถาโถมรัฐบาล 'มิเกล ดิอัซ-กาเนล' ปฏิรูปช้า-พึ่งเวเนซุเอลาหนัก รับมือล้มเหลวจนประเทศเข้าสู่ภาวะถดถอยรุนแรง

คิวบา เผชิญวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ในปี 2569 หลังเกิดไฟดับทั่วประเทศอย่างน้อย 3 ครั้งภายในเดือนเดียว โดยเหตุการณ์รุนแรงที่สุดทำให้ประชากรเกือบ 11 ล้านคนต้องอยู่ท่ามกลางความมืดนานกว่า 29 ชั่วโมง ส่งผลกระทบหนักต่อระบบสาธารณสุข การขนส่งอาหาร และชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วเกาะ

CNN รายงานเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ว่า การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างหนักทำให้ขยะกองสะสมตามท้องถนนในกรุงฮาวานา โรงพยาบาลหลายแห่งต้องจำกัดการผ่าตัด ขณะที่ประชาชนจำนวนมากหันมาใช้ฟืนในการหุงต้มและต้มน้ำ นอกจากนี้ ไฟดับยังส่งผลต่อระบบสูบน้ำประปา จนนำไปสู่ปัญหาด้านสุขอนามัยในหลายพื้นที่

ด้าน The New York Times รายงานเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 โดยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของแพทย์อย่างน้อย 6 คนว่า มีผู้ป่วยเสียชีวิตในกรณีที่สามารถป้องกันได้ เนื่องจากไฟฟ้าดับระหว่างการรักษา เครื่องช่วยหายใจในห้อง ICU ทำงานได้ไม่ต่อเนื่อง ขณะที่โรงพยาบาลต้องคัดเลือกผู้ป่วยอย่างเข้มงวดมากขึ้น ยา วัคซีน และเลือดสำรองที่ต้องเก็บในระบบทำความเย็นก็เสี่ยงเสียหายจากการขาดไฟฟ้า

NBC News และ Reuters รายงานว่า โรงพยาบาลหลายแห่งจำเป็นต้องพึ่งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองที่ใช้น้ำมันดีเซลซึ่งกำลังขาดแคลนอย่างหนัก พยาบาลในห้องดูแลทารกแรกเกิดบางแห่งต้องใช้มือปั๊มเครื่องช่วยหายใจให้เด็กทารกด้วยตนเอง ขณะเดียวกัน การผ่าตัดสะสมค้างทั่วประเทศมีมากกว่า 96,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กกว่า 11,000 ราย และหญิงตั้งครรภ์ราว 32,000 คนอาจไม่ได้รับการอัลตราซาวด์ตามมาตรฐาน

The New York Times และวารสาร BMJ ระบุเพิ่มเติมว่า ระบบสาธารณสุขของคิวบา ซึ่งเคยได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในระบบที่ดีที่สุดของโลกกำลังพัฒนา กำลังเผชิญภาวะทรุดตัวอย่างรวดเร็ว แพทย์และพยาบาลจำนวนมากเผชิญภาวะหมดไฟจากการต้องใช้ชีวิตท่ามกลางไฟดับทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ขณะที่ระบบรถพยาบาลจำนวนมากไม่สามารถให้บริการได้เต็มที่เพราะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

วิกฤตครั้งนี้รุนแรงขึ้นหลังสหรัฐฯ ภายใต้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดำเนินปฏิบัติการในเวเนซุเอลาและโค่นอำนาจของ นิโคลัส มาดูโร เมื่อเดือนมกราคม 2569 ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันจากเวเนซุเอลา ซึ่งเคยเป็นแหล่งพลังงานหลักของคิวบา ถูกตัดขาดเกือบทั้งหมด Reuters รายงานเพิ่มเติมว่า สหรัฐฯ ยังขู่ใช้มาตรการภาษีกับประเทศที่ส่งน้ำมันให้คิวบา ทำให้การนำเข้าน้ำมันของคิวบาลดลงอย่างมาก

Al Jazeera และ France 24 รายงานว่า ประธานาธิบดี มิเกล ดิอัซ-กาเนล ยืนยันเมื่อเดือนมีนาคม 2569 ว่าไม่มีน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าสู่ประเทศมานานกว่า 3 เดือน ส่งผลให้โรงไฟฟ้าที่พึ่งพาน้ำมันเกือบทั้งหมดของประเทศไม่สามารถเดินระบบได้ตามปกติ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้า Antonio Guiteras ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าหลักของประเทศและเผชิญปัญหาหม้อน้ำรั่ว รวมถึงเครื่องจักรขัดข้องบ่อยครั้ง เนื่องจากใช้งานมาตั้งแต่ยุคสหภาพโซเวียต

Bloomberg และ Electric Choice ระบุว่า การขาดแคลนไฟฟ้าของคิวบาในไตรมาสแรกของปี 2569 อยู่ในระดับ 1,500-1,990 เมกะวัตต์ ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าจริงอยู่ที่ราว 3,000 เมกะวัตต์ โครงข่ายไฟฟ้าที่เปราะบางยังทำให้เกิดปรากฏการณ์การล่มต่อเนื่องของระบบ เมื่อโรงไฟฟ้าหลักหยุดทำงาน

นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแรงกดดันภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนปัญหาการบริหารของรัฐบาล มิเกล ดิอัซ-กาเนล ที่สะสมมาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2561 และขึ้นเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ในเวลาต่อมา

หนึ่งในข้อวิจารณ์สำคัญคือ การปฏิรูปเศรษฐกิจที่ล่าช้าและขาดความเด็ดขาด แม้ดิอัซ-กาเนลจะประกาศการเปลี่ยนแปลงเร่งด่วนทางเศรษฐกิจหลายครั้ง รวมถึงในเดือนมีนาคม 2569 แต่หลายฝ่ายมองว่านโยบายยังคลุมเครือและไม่แตะโครงสร้างหลักของระบบเศรษฐกิจแบบรวมศูนย์ ทำให้ภาคการผลิตอาหาร พลังงาน และสินค้าอุปโภคบริโภคยังขาดประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

อีกประเด็นสำคัญคือ การบริหารจัดการด้านพลังงานที่ถูกมองว่าล้มเหลว แม้โรงไฟฟ้าหลายแห่งจะมีปัญหาสะสมมาตั้งแต่ก่อนยุคของดิอัซ-กาเนล แต่รัฐบาลถูกวิจารณ์ว่าไม่เร่งลงทุนซ่อมบำรุงหรือเตรียมแผนสำรองด้านพลังงานอย่างเพียงพอ ส่งผลให้เมื่อเกิดวิกฤตน้ำมันในปี 2569 ระบบไฟฟ้าของประเทศจึงล่มอย่างรวดเร็ว และหลายพื้นที่ต้องเผชิญไฟดับยาวนานวันละ 18-22 ชั่วโมง

นอกจากนี้ รัฐบาลของดิอัซ-กาเนลยังถูกวิจารณ์เรื่องการสื่อสารกับประชาชน โดยมักชี้ว่า สาเหตุหลักของวิกฤตมาจากมาตรการคว่ำบาตรและการปิดล้อมจากสหรัฐฯ ขณะที่ยอมรับข้อผิดพลาดภายในประเทศค่อนข้างจำกัด ทำให้ประชาชนจำนวนมากรู้สึกว่าผู้นำไม่เข้าใจความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจริง และยิ่งเพิ่มความไม่พอใจต่อรัฐบาล

อีกจุดอ่อนสำคัญคือ การพึ่งพาเวเนซุเอลาในฐานะแหล่งพลังงานหลักมาเป็นเวลานาน โดยขาดการกระจายความเสี่ยงหรือสร้างทางเลือกใหม่ เมื่อรัฐบาลของนิโคลัส มาดูโร ล่มสลายในปี 2569 คิวบาจึงเผชิญภาวะขาดน้ำมันอย่างฉับพลันโดยแทบไม่มีแผนรองรับ ขณะที่ดิอัซ-กาเนลยังคงเน้นวาทกรรมต่อต้านจักรวรรดินิยม และเรียกร้องให้ประชาชนอดทนร่วมกัน มากกว่าการเสนอแนวทางแก้ปัญหาเชิงปฏิบัติที่ชัดเจน

ผลกระทบจากวิกฤตดังกล่าวเริ่มลุกลามไปทั่วทุกภาคส่วน เศรษฐกิจคิวบาหดตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงโควิด-19 การผลิตอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคลดลงอย่างหนัก ขณะที่ประชาชนมากกว่า 10% อพยพออกนอกประเทศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เปโดร มอนเรอัล นักเศรษฐศาสตร์ชาวคิวบา เตือนว่า GDP ของประเทศในปี 2569 อาจหดตัวสูงถึง 15% ซึ่งรุนแรงกว่าที่ Economic Commission for Latin America and the Caribbean (ECLAC) คาดการณ์ไว้ที่ 6.5%

สถานการณ์ทางสังคมเริ่มตึงเครียดมากขึ้น Reuters รายงานว่า มีการประท้วงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ แม้การชุมนุมต่อต้านรัฐบาลจะเกิดขึ้นไม่บ่อยในคิวบา โดยประชาชนบางส่วนออกมาจุดไฟและเคาะหม้อประท้วงในกรุงฮาวานา ขณะที่บางพื้นที่มีรายงานการบุกเผาสำนักงานพรรคคอมมิวนิสต์

ด้าน มิเกล ดิอัซ-กาเนล ยอมรับว่า ชีวิตประจำวันของประชาชนกำลังอยู่ในสภาวะเจ็บปวดแต่ยืนยันว่าต้นตอสำคัญมาจากการปิดล้อมทางเศรษฐกิจและพลังงานของสหรัฐฯ พร้อมปฏิเสธกระแสเรียกร้องให้ลาออก โดยระบุว่า “การลาออกไม่มีอยู่ในพจนานุกรม” และยืนยันว่าจะไม่ยอมให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของคิวบา แม้ยังเปิดทางสำหรับการเจรจากับกรุงวอชิงตันในบางประเด็น

ฝั่งสหรัฐฯ มองว่าวิกฤตครั้งนี้สะท้อนความล้มเหลวของระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม โดยโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกล่าวว่า คิวบาอยู่ในสภาพย่ำแย่ และเสนอความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม แต่รัฐบาลคิวบาปฏิเสธเงื่อนไขบางประการที่สหรัฐฯ เสนอ

ท่ามกลางวิกฤต รัฐบาลคิวบาเร่งขยายการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ Yale Climate Connections ระบุว่า สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของคิวบาเพิ่มจาก 3.6% ในปี 2565 เป็นราว 10% ในปี 2569 และยังอยู่ระหว่างการขยายกำลังผลิตเพิ่มเติม โดยพลังงานโซลาร์กำลังกลายเป็นเส้นเลือดสำคัญของประเทศ แม้ยังไม่เพียงพอทดแทนระบบหลัก

อย่างไรก็ตาม โรงไฟฟ้าส่วนใหญ่ของคิวบายังคงล้าสมัยและขาดอะไหล่ซ่อมบำรุง ขณะที่การผลิตน้ำมันภายในประเทศสามารถรองรับได้เพียง 30-40% ของความต้องการทั้งหมด ทำให้ประเทศยังต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศอย่างหนัก

วิกฤตคิวบาในปี 2569 สะท้อนการปะทะกันระหว่างปัญหาโครงสร้างภายในที่สะสมมานานหลายทศวรรษ กับแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้นในช่วงเวลาที่ประเทศเปราะบางที่สุด โดยปัญหาการบริหารของมิเกล ดิอัซ-กาเนล ทั้งการปฏิรูปที่ล่าช้า การยึดติดกับระบบเดิม และการขาดการเตรียมพร้อมเชิงรุก ถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้วิกฤตลุกลามรุนแรงยิ่งขึ้น ขณะที่ผลกระทบต่อชีวิตประชาชน ระบบสาธารณสุข และเศรษฐกิจยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางสายตาของนานาชาติที่จับตาการเจรจาระหว่างคิวบากับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด

อ้างอิง:  

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

OpenAI ขาดทุน 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ เสี่ยงหมดเงินกลางปี 2570
OpenAI ขาดทุน 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ เสี่ยงหมดเงินกลางปี 2570