News Logo
หน้าแรก
EU จ่อคุมเข้มแพลตฟอร์มเยาวชน ดันมาตรการจำกัดอายุใช้งานทั่วยุโรป

EU จ่อคุมเข้มแพลตฟอร์มเยาวชน ดันมาตรการจำกัดอายุใช้งานทั่วยุโรป

13 พ.ค. 2569 20:21
ผู้ชม 17 คน

ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปเตรียมพิจารณากฎหมายชะลอเด็กเข้าถึงโซเชียลมีเดีย หลังหลายประเทศยุโรปเร่งจำกัดอายุใช้งาน ท่ามกลางความกังวลเรื่องสุขภาพจิต พฤติกรรมเสพติด และอัลกอริทึมที่ผลักเนื้อหาอันตรายสู่เยาวชน

ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประกาศสนับสนุนมาตรการ “Social media delay” หรือ การชะลอการเข้าถึงโซเชียลมีเดียสำหรับเด็กและเยาวชน พร้อมส่งสัญญาณว่าอาจมีการเสนอร่างกฎหมายระดับสหภาพยุโรปภายในช่วงฤดูร้อนปี 2569 ท่ามกลางแรงกดดันจากหลายประเทศสมาชิกที่เริ่มผลักดันข้อจำกัดของตนเอง เพื่อรับมือปัญหาการเสพติด เนื้อหาอันตราย และผลกระทบต่อสุขภาพจิตเด็ก

สำนักข่าว BBC รายงานว่า ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมสุดยอดยุโรปว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์และเด็ก ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ว่า การถกเถียงเรื่องอายุขั้นต่ำสำหรับโซเชียลมีเดียไม่สามารถเพิกเฉยได้อีกต่อไป พร้อมเรียกร้องให้คืนวัยเด็กให้กับเด็กๆ

อีกทั้งยังระบุว่า คณะผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านความปลอดภัยของเด็กออนไลน์จะเสนอแนวทางภายในเดือนกรกฎาคมนี้ และเชื่อว่าควรพิจารณามาตรการชะลอการเข้าถึงโซเชียลมีเดีย ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อเสนอกฎหมายของ EU ภายในฤดูร้อนปีนี้ โดยไม่ได้ปิดทางต่อมาตรการห้ามใช้งานสำหรับเด็กอายุต่ำกว่าเกณฑ์ที่เหมาะสม

สำนักข่าว The Next Web และ Euractiv รายงานเพิ่มเติมว่า European Commission มีระบบยืนยันอายุผู้ใช้งาน (Age-verification app) ที่พร้อมใช้งานในทางเทคนิคแล้ว และต้องการให้ทั้ง 27 ประเทศสมาชิกใช้มาตรฐานเดียวกัน แทนการออกกฎหมายแยกกันในแต่ละประเทศ

ขณะเดียวกัน หลายประเทศในยุโรปกำลังเร่งเดินหน้ามาตรการควบคุมอย่างจริงจัง โดยฝรั่งเศสผ่านร่างกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้โซเชียลมีเดีย และคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ภายในเดือนกันยายนนี้ ส่วนสเปนมีแผนจำกัดอายุต่ำกว่า 16 ปี ขณะที่เยอรมนีกำลังพิจารณาห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี พร้อมข้อจำกัดเพิ่มเติมสำหรับผู้มีอายุต่ำกว่า 16 ปี

ด้านนอร์เวย์เตรียมเสนอร่างกฎหมายห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้งานภายในสิ้นปี 2569 ส่วนสหราชอาณาจักรกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะจนถึงวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เกี่ยวกับแนวทางห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย

BBC ระบุว่า ออสเตรเลียกลายเป็นประเทศแรกของโลกที่เริ่มบังคับใช้กฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดียตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา ขณะที่นิวซีแลนด์ มาเลเซีย และอินเดีย ก็เริ่มพิจารณามาตรการลักษณะเดียวกัน

ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปย้ำว่า การกำหนดอายุขั้นต่ำไม่ได้หมายความว่าจะปล่อยให้บริษัทเทคโนโลยีหลุดพ้นจากความรับผิดชอบ โดยกล่าวว่า “คำถามไม่ใช่ว่าเยาวชนควรเข้าถึงโซเชียลมีเดียหรือไม่ แต่คือโซเชียลมีเดียควรเข้าถึงเยาวชนหรือไม่”

ภายใต้กฎหมาย Digital Services Act (DSA) ที่มีผลบังคับใช้แล้ว European Commission กำลังตรวจสอบแพลตฟอร์มรายใหญ่อย่างเข้มงวด โดย BBC และ Reuters รายงานว่า เมื่อเดือนที่ผ่านมา Meta ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Instagram และ Facebook ถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎ เนื่องจากไม่สามารถป้องกันเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีจากการเข้าถึงแพลตฟอร์มได้ ขณะที่ TikTok ถูกขู่ปรับจากการออกแบบระบบที่เอื้อต่อพฤติกรรมเสพติด เช่น การเลื่อนดูเนื้อหาแบบไม่สิ้นสุด การเล่นวิดีโออัตโนมัติ และการแจ้งเตือนแบบพุช (Push notifications)

คณะผู้เชี่ยวชาญพิเศษที่ เออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2568 มีหน้าที่ศึกษาผลกระทบของโซเชียลมีเดีย และเสนอแนวทางเชิงนโยบาย โดยครอบคลุมทั้งด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพจิต ประสาทวิทยา สิทธิเด็ก และเทคโนโลยี

ข้อมูลจาก WHO Europe ระบุว่า ปัญหา “การใช้โซเชียลมีเดียอย่างเป็นปัญหา” ในกลุ่มวัยรุ่นเพิ่มขึ้นจาก 7% ในปี 2561 เป็น 11% ในปี 2565 โดยเด็กผู้หญิงมีแนวโน้มสูงกว่า ขณะที่เด็กมากกว่า 80% ในยุโรปใช้งานโซเชียลมีเดียทุกวัน และหลายคนใช้เวลามากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน

ด้านรายงานของ Joint Research Centre ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยของ European Commission ระบุว่า การใช้งานโซเชียลมีเดียเกิน 3 ชั่วโมงต่อวัน มีความสัมพันธ์กับอาการซึมเศร้าและวิตกกังวล โดยเฉพาะในเด็กผู้หญิง นอกจากนี้ยังพบปัญหาการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ การเข้าถึงเนื้อหาลามก และการโฆษณาแบบเจาะจงที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นพฤติกรรมเสพติด

ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากยังเตือนว่า อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มต่างๆ ถูกวิจารณ์ว่าเร่งส่งต่อเนื้อหาที่อาจเป็นอันตราย เช่น ภาพลามก ความรุนแรง หรือเนื้อหาที่ส่งเสริมพฤติกรรมทำร้ายตนเอง โดยเฉพาะในวัยที่สมองยังพัฒนาไม่สมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้มาตรการเหล่านี้ยังเผชิญความท้าทาย ทั้งเรื่องเทคโนโลยียืนยันอายุที่ต้องคำนึงถึงความเป็นส่วนตัว ความแตกต่างของสภาพครอบครัว และประสิทธิภาพจริงของมาตรการห้ามใช้งาน ดังที่เกิดขึ้นในออสเตรเลีย ซึ่งยังมีรายงานว่าเด็กบางส่วนสามารถหลีกเลี่ยงข้อจำกัดได้

ประธานคณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า ยุโรปต้องการแนวทางที่สมดุล โดยอาศัยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ก่อนออกกฎหมายที่ครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาค

อ้างอิง:

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฮุน มาเนต เสริมกำลัง 'กองทัพใหม่' กัมพูชา ขยายเกณฑ์ทหาร อ้างอธิปไตยถูกคุกคาม
ฮุน มาเนต เสริมกำลัง 'กองทัพใหม่' กัมพูชา ขยายเกณฑ์ทหาร อ้างอธิปไตยถูกคุกคาม