News Logo
หน้าแรก
จีนสัญญาซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐฯ ปีละ 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์

จีนสัญญาซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐฯ ปีละ 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์

18 พ.ค. 2569 13:43
ผู้ชม 8 คน

จีนให้คำมั่นซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐฯ ปีละ 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ หลัง ‘โดนัลด์ ทรัมป์-สี จิ้นผิง’ พบกันที่ปักกิ่ง หวังลดแรงตึงเครียดสงครามการค้าและพยุงภาคเกษตรอเมริกันที่ได้รับผลกระทบหนักตลอดปีที่ผ่านมา

ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ระบุว่า จีนให้คำมั่นจะซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ อย่างน้อยปีละ 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างปี 2569-2571 ภายหลังการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความพยายามลดแรงตึงเครียดจากสงครามการค้ารอบใหม่ที่ปะทุขึ้นในปี 2568 และส่งผลกระทบหนักต่อภาคเกษตรของสหรัฐฯ

ตามเอกสารข้อเท็จจริงของทำเนียบขาวลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 จีนจะเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ ต่อเนื่องจากข้อตกลงซื้อถั่วเหลืองเมื่อเดือนตุลาคม 2568 โดยครอบคลุมสินค้าหลายประเภท ทั้งถั่วเหลือง ข้าวโพด เนื้อสัตว์ และผลิตผลทางการเกษตรอื่นๆ ขณะที่ฝ่ายจีนระบุผ่านกระทรวงพาณิชย์ว่า ทั้งสองประเทศเห็นพ้องลดภาษีนำเข้าสินค้าบางรายการ รวมถึงแก้ไขอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี พร้อมย้ำแนวทางความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ร่วมกัน และการเปิดตลาดระหว่างกัน แม้จีนจะไม่ได้ยืนยันตัวเลข 17,000 ล้านดอลลาร์โดยตรงก็ตาม

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า การค้าสินค้าเกษตรระหว่างสหรัฐฯ และจีนในปี 2568 ลดลงมากกว่า 65% เหลือเพียง 8,400 ล้านดอลลาร์ จากผลกระทบของมาตรการภาษีตอบโต้และข้อจำกัดทางการค้า ส่งผลให้เกษตรกรอเมริกัน โดยเฉพาะในรัฐแถบมิดเวสต์และตอนกลางของประเทศ เผชิญปัญหาราคาสินค้าตกต่ำ สินค้าค้างสต็อก และรายได้ลดลงอย่างหนัก หลายฟาร์มต้องปิดกิจการหรือเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นที่มีตลาดรองรับน้อยกว่า ทำให้คำมั่นซื้อสินค้าเกษตรครั้งใหม่นี้ถูกมองว่าเป็นแรงพยุงสำคัญต่อภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้ามาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งยังตั้งข้อสังเกตถึงความน่าเชื่อถือของข้อตกลงดังกล่าว โดยอ้างอิงประสบการณ์จากข้อตกลง Phase One Deal ในสมัยรัฐบาลทรัมป์รอบแรก ซึ่งจีนไม่สามารถนำเข้าสินค้าตามเป้าหมายที่ประกาศไว้ได้ครบทั้งหมด

นอกจากภาคเกษตรแล้ว ทำเนียบขาวยังเปิดเผยว่า จีนอนุมัติการซื้อเครื่องบินจาก Boeing จำนวน 200 ลำ ถือเป็นคำสั่งซื้อครั้งใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2560 โดยรัฐบาลสหรัฐฯ คาดว่าดีลดังกล่าวจะช่วยสร้างงานหลายหมื่นตำแหน่งในภาคการบินและการผลิตของประเทศ

ขณะเดียวกัน จีนยังตกลงแก้ไขปัญหาห่วงโซ่อุปทานของแร่หายากและแร่สำคัญ เช่น อิตเทรียม สแกนเดียม นีโอไดเมียม และอินเดียม รวมถึงผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

จีนครองกำลังการกลั่นแร่หายากมากกว่า 91% ของโลก และมาตรการควบคุมการส่งออกก่อนหน้านี้เคยส่งผลให้โรงงานอุตสาหกรรมในสหรัฐฯ และยุโรปเผชิญภาวะชะงักงัน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ และอุตสาหกรรมด้านความมั่นคง

ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องจัดตั้งคณะกรรมการ U.S.-China Board of Trade และ Board of Investment เพื่อดูแลการค้าสินค้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง และส่งเสริมการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งทำเนียบขาวระบุว่าเป็นกลไกสำคัญของข้อตกลงรอบนี้ นอกจากนี้ จีนยังกลับมาอนุมัติการนำเข้าเนื้อวัวจากโรงงานสหรัฐฯ มากกว่า 400 แห่ง รวมถึงกลับมาซื้อสัตว์ปีกจากรัฐที่ผ่านมาตรฐานของ USDA ด้านไข้หวัดนก

ก่อนการประชุมสุดยอดครั้งนี้ ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศอยู่ในภาวะตึงเครียดอย่างหนัก หลังสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีสินค้าจีนบางประเภทสูงถึง 145% ขณะที่จีนตอบโต้ด้วยการจำกัดการส่งออกแร่หายากและมาตรการภาษีตอบโต้ ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานโลกเผชิญความผันผวนอย่างต่อเนื่อง

แม้การประชุมครั้งนี้จะช่วยรักษาข้อตกลงพักรบทางการค้าซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 แต่ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีความคืบหน้าครั้งใหญ่ในประเด็นอ่อนไหว เช่น ไต้หวัน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือสถานการณ์อิหร่าน อย่างไรก็ตาม ทั้งสหรัฐฯ และจีนเห็นพ้องในบางประเด็นร่วมกัน เช่น การคัดค้านไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ การรักษาเสถียรภาพการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และเป้าหมายปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี

นักวิเคราะห์มองว่า ข้อตกลงต่างๆ ที่ประกาศออกมายังอยู่ในระดับคำมั่นทางการเมืองมากกว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง และยังต้องติดตามการดำเนินการในช่วงปลายปี 2569 เป็นต้นไป เนื่องจากปัจจัยด้านการเมืองภายในประเทศ ภาวะเศรษฐกิจ และการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองมหาอำนาจ อาจทำให้รายละเอียดของข้อตกลงเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต

ก่อนเกิดสงครามการค้ารอบล่าสุด จีนถือเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรอันดับหนึ่งของสหรัฐฯ โดยเฉพาะถั่วเหลืองที่จีนนำเข้าในปริมาณมหาศาลเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ การเยือนจีนครั้งนี้ของทรัมป์จึงถูกมองว่าเป็นความพยายามฟื้นความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ พร้อมเปิดทางผลประโยชน์ทางธุรกิจให้กับบริษัทอเมริกันรายใหญ่ที่ร่วมเดินทางไปด้วย โดยการประชุมสิ้นสุดลงพร้อมคำเชิญจากทรัมป์ให้สี จิ้นผิง เดินทางเยือนสหรัฐฯ ในช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายนปีนี้

อ้างอิง:  

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ปลด 7,800 ตำแหน่งงาน รับมือ AI เปลี่ยนเกมธนาคารโลก
สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ปลด 7,800 ตำแหน่งงาน รับมือ AI เปลี่ยนเกมธนาคารโลก