News Logo
หน้าแรก
สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ปลด 7,800 ตำแหน่งงาน รับมือ AI เปลี่ยนเกมธนาคารโลก

สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ปลด 7,800 ตำแหน่งงาน รับมือ AI เปลี่ยนเกมธนาคารโลก

19 พ.ค. 2569 14:59
ผู้ชม 9 คน

ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดประกาศลดพนักงานสายสนับสนุนกว่า 7,800 ตำแหน่งภายในปี 2573 หลังเร่งใช้ AI และระบบอัตโนมัติแทนงานซ้ำซาก หวังเพิ่มประสิทธิภาพและผลตอบแทนทางธุรกิจ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในยุคดิจิทัล

ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (Standard Chartered) ประกาศแผนลดตำแหน่งงานสายสนับสนุน หรือ Back-office กว่า 7,800 ตำแหน่งภายในปี 2573 คิดเป็นมากกว่า 15% ของบุคลากรกลุ่มดังกล่าว เพื่อเร่งนำปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติเข้ามาทดแทนงานซ้ำซาก เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และผลตอบแทนทางธุรกิจ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรมธนาคารโลก

รายงานของ BBC เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ระบุว่า สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ธนาคารสัญชาติอังกฤษซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงลอนดอน มีฐานธุรกิจหลักอยู่ในเอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่หลายประเทศทั่วโลก เตรียมปรับลดบทบาทงานในฝ่ายบริหารความเสี่ยง ฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล และหน่วยงานสนับสนุนองค์กรทั่วโลก เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ด้าน The Straits Times และ HCAMag รายงานว่า บิล วินเทอร์ส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคาร กล่าวในการประชุมนักลงทุนที่ฮ่องกงว่า สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดจะเร่งใช้ระบบอัตโนมัติ การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อปรับกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งด้านการให้บริการลูกค้า การตัดสินใจทางธุรกิจ และการดำเนินงานภายในองค์กร

ข้อมูลที่ธนาคารเปิดเผยระบุว่า AI จะถูกนำมาใช้ในหลายส่วน โดยเฉพาะงานที่เป็นขั้นตอนซ้ำซากในฝ่ายสนับสนุน เช่น การวิเคราะห์ความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ การคาดการณ์ปัจจัยเสี่ยงล่วงหน้า การตรวจสอบเอกสารและคัดกรองธุรกรรมอัตโนมัติ รวมถึงการเฝ้าระวังการละเมิดกฎระเบียบ ซึ่งธนาคารอ้างว่า การใช้ AI ช่วยลดการละเมิดด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบลงได้ราว 40% และทำให้กระบวนการจัดทำแบบจำลองความเสี่ยงรวดเร็วขึ้นถึง 4 เท่า

นอกจากนี้ ธนาคารยังพัฒนาเครื่องมือ SC GPT ซึ่งเป็น Generative AI ภายในองค์กร เปิดให้พนักงานกว่า 70,000 คน ใน 41 ประเทศใช้งาน เพื่อช่วยด้านการขาย การตลาด การพัฒนาซอฟต์แวร์ การจัดการความเสี่ยง และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวม

รายงานจาก Financial Times ระบุว่า แผนดังกล่าวมีเป้าหมายแทนที่ทุนมนุษย์มูลค่าต่ำด้วยการลงทุนด้านเทคโนโลยี โดยธนาคารคาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้ต่อพนักงานประมาณ 20% ภายในปี 2571 และสนับสนุนเป้าหมายผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้นที่จับต้องได้แตะระดับ 18% ภายในปี 2573

ณ สิ้นปี 2568 ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดมีพนักงานสายงานสนับสนุนภายในองค์กรประมาณ 52,271 คน จากพนักงานทั้งหมดประมาณ 80,000-85,000 คนทั่วโลก โดยศูนย์ปฏิบัติการหลักอยู่ในอินเดีย จีน มาเลเซีย โปแลนด์ และฮ่องกง ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้างครั้งนี้มากที่สุด

แม้ธนาคารจะยืนยันว่าไม่ใช่การปลดพนักงานครั้งใหญ่ในทันที แต่จะใช้วิธีลดบทบาทงานตามธรรมชาติ การไม่รับพนักงานทดแทน และการปรับทักษะบุคลากรบางส่วนไปสู่ธุรกิจที่กำลังเติบโต เช่น ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) แต่นักวิเคราะห์มองว่า พนักงานระดับกลางในสายงานสนับสนุนที่ทำงานเชิงขั้นตอนซ้ำๆ มีความเสี่ยงสูงที่จะถูก AI เข้ามาแทนที่ในระยะยาว

สำหรับประเทศไทยซึ่งสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดยังดำเนินธุรกิจด้านบริหารความมั่งคั่งและธนาคารลูกค้าองค์กร ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขชัดเจนว่าการปรับลดตำแหน่งงานครั้งนี้จะกระทบต่อพนักงานในประเทศมากน้อยเพียงใด แต่หลายฝ่ายมองว่าธนาคารอาจเร่งปรับกลยุทธ์สู่บริการดิจิทัลและการดูแลลูกค้ารายใหญ่มากขึ้น

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูธนาคารที่ บิล วินเทอร์ส ดำเนินมาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2558 หลังธนาคารเผชิญปัญหาหนี้เสีย กำไรลดลง และถูกจับตามองว่าอาจกลายเป็นเป้าหมายการเข้าซื้อกิจการ โดยได้ปรับโครงสร้างองค์กร ลดต้นทุน และหันไปเน้นตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลางมากขึ้น

อ้างอิง:  

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปูตินเยือนจีนทันทีหลังทรัมป์ ตอกย้ำพันธมิตรรัสเซีย-จีน 'หุ้นส่วนพิเศษ'
ปูตินเยือนจีนทันทีหลังทรัมป์ ตอกย้ำพันธมิตรรัสเซีย-จีน 'หุ้นส่วนพิเศษ'