News Logo
หน้าแรก
วิกฤตน้ำมันแพงจากสงครามอิหร่านกระตุ้นยอดขายรถ EV ทั่วโลกฟื้นตัวแรง

วิกฤตน้ำมันแพงจากสงครามอิหร่านกระตุ้นยอดขายรถ EV ทั่วโลกฟื้นตัวแรง

21 พ.ค. 2569 14:20
ผู้ชม 13 คน

ความขัดแย้งตะวันออกกลางทำราคาน้ำมันทะยาน กระทบค่าครองชีพทั่วโลก จนผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มหันหา ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ เพื่อลดค่าใช้จ่ายระยะยาว ส่งผลยอดขาย EV เดือนมีนาคม 2569 ฟื้นตัวแรง หลายประเทศโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์

สำนักข่าว Next News รวบรวมข้อมูลจาก International Energy Agency (IEA) และสื่อเศรษฐกิจต่างประเทศหลายแห่ง พบว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงานโลก หลังการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบราว 20% ของโลก เผชิญข้อจำกัดและความเสี่ยงด้านความปลอดภัย จนดันราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลพุ่งสูงในหลายประเทศทั่วโลก ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มหันมาพิจารณา รถยนต์ไฟฟ้า (EV) มากขึ้น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว

รายงานของ Benchmark Mineral Intelligence ระบุว่า ยอดขาย EV ทั่วโลกในเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ 1.75 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 66% จากเดือนกุมภาพันธ์ และเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ภาพรวมไตรมาสแรกของปีจะยังชะลอตัวเล็กน้อย แต่การฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในเดือนมีนาคมสะท้อนผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรปมียอดขายรถใหม่สูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนมีนาคม ขณะที่ตลาดรถ EV มือสองขยายตัวรวดเร็ว หลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากวิกฤตตะวันออกกลาง โดยในสหราชอาณาจักร บริษัท เรโนลต์ ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส ระบุว่า จำนวนผู้สนใจสอบถามข้อมูลรถ EV เพิ่มขึ้นเกือบ 50% ภายในช่วงเวลาไม่นาน หลังต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

ด้านนิตยสาร Time วิเคราะห์ว่า ความขัดแย้งที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งเหนือ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลหลายครั้ง กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศในเอเชียที่พึ่งพาน้ำมันจากช่องแคบฮอร์มุซสูงถึง 80% ส่งผลให้ยอดขาย EV ในออสเตรเลียเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในบางเดือน ขณะที่เวียดนามและประเทศตลาดเกิดใหม่หลายแห่งเริ่มเห็นการเติบโตของตลาดรถไฟฟ้าอย่างชัดเจน

สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า ตั้งแต่ออสเตรเลียไปจนถึงเวียดนาม ความขัดแย้งอิหร่านกำลังผลักดันความต้องการ EV โดยตรง ขณะที่จีน แม้ยอดขายภายในประเทศช่วงไตรมาสแรกจะอ่อนตัว แต่การส่งออก EV ในเดือนมีนาคมกลับเพิ่มขึ้นถึง 82.6% เมื่อเทียบรายเดือน เพื่อรองรับความต้องการจากตลาดโลกที่ต้องการทางเลือกแทนรถใช้น้ำมัน

ในสหรัฐฯ แม้ตลาด EV ใหม่จะได้รับแรงกดดันจากนโยบายภาษีและมาตรการทางการค้าบางส่วน แต่ตลาดรถ EV มือสองกลับขยายตัวต่อเนื่อง โดยแพลตฟอร์มซื้อขายรถยนต์ออนไลน์หลายแห่งรายงานว่า ยอดขายเพิ่มขึ้นราว 12-17% เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับต้นทุนการใช้งานระยะยาวมากขึ้น ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง

International Energy Agency (IEA) เปิดเผยรายงาน Global EV Outlook 2026 เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ว่า ยอดขาย EV ทั่วโลกตลอดทั้งปีมีแนวโน้มแตะ 23 ล้านคัน หรือเกือบ 30% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากมากกว่า 20 ล้านคันในปี 2568 โดย IEA ระบุว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากวิกฤตตะวันออกกลางเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่รถไฟฟ้า ร่วมกับต้นทุนแบตเตอรี่ที่ลดลงและมาตรการสนับสนุนจากหลายประเทศ

ความตึงเครียดเริ่มต้นจากการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน จนส่งผลกระทบต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ นักวิเคราะห์จาก BloombergNEF และ Reuters มองว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของตลาดพลังงานโลก และทำให้ EV กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์ระยะสั้นอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ EV ยังแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค จีนซึ่งเป็นทั้งผู้ผลิตและตลาด EV ใหญ่ที่สุดของโลก ยังคงเผชิญแรงกดดันจากการลดเงินอุดหนุนภายในประเทศ ขณะที่สหรัฐฯ มีนโยบายบางด้านที่ไม่เอื้อต่อรถ EV ใหม่ แต่ภาพรวมตลาดโลกยังสะท้อนแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่เร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง

ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานระบุว่า ราคาน้ำมันที่สูงและความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มคำนวณต้นทุนการครอบครองรถยนต์ใหม่อย่างจริงจัง โดยรถ EV มีข้อได้เปรียบด้านค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงที่ต่ำกว่ารถเครื่องยนต์สันดาปภายในอย่างมาก

ในยุโรป ยอดขาย EV เดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นราว 27-51% ตามแต่ละรายงาน ขณะที่รถ EV จากจีนเริ่มครองส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น แม้จะเผชิญมาตรการภาษีนำเข้าจากหลายประเทศในยุโรปก็ตาม

การฟื้นตัวของยอดขาย EV หลังจากตลาดชะลอตัวในช่วงต้นปี ยังสะท้อนว่าผู้บริโภคมีความอ่อนไหวต่อราคาน้ำมันอย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศที่ประชาชนแบกรับภาระค่าเชื้อเพลิงโดยตรง

IEA ยังประเมินว่า การขยายตัวของ EV จะช่วยลดการใช้น้ำมันในภาคขนส่งได้หลายล้านบาร์เรลต่อวันในระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงสร้างตลาดพลังงานโลกในอนาคต

แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจคลี่คลายและราคาน้ำมันมีโอกาสลดลงในอนาคต แต่แรงกระตุ้นจากวิกฤตครั้งนี้ได้เร่งการยอมรับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าในหลายประเทศ โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ที่เริ่มมอง EV เป็นทางเลือกด้านต้นทุนและความมั่นคงทางพลังงานมากขึ้น

อ้างอิง: 

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ซัมซุงระส่ำ แรงงาน 4.8 หมื่นคนจ่อหยุดงานประท้วง 18 วัน กระทบชิป AI โลก
ซัมซุงระส่ำ แรงงาน 4.8 หมื่นคนจ่อหยุดงานประท้วง 18 วัน กระทบชิป AI โลก