SpaceX เตรียมนำบริษัทเข้าตลาดหุ้น พร้อมเปิดแผนค่าตอบแทนมหาศาลของ อีลอน มัสก์ ที่จะได้หุ้นเพิ่มก็ต่อเมื่อบริษัทมีมูลค่าสูงถึง 7.5 ล้านล้านดอลลาร์ และสามารถสร้างอาณานิคมมนุษย์ถาวรบนดาวอังคารได้ถึง 1 ล้านคน สะท้อนเป้าหมายใหญ่ที่ต้องการเปลี่ยนมนุษย์ให้เป็น 'เผ่าพันธุ์หลายดาวเคราะห์'
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า อีลอน มัสก์ ได้รับแพ็กเกจค่าตอบแทนครั้งใหม่จาก SpaceX ที่ผูกโดยตรงกับเป้าหมายการสร้างอาณานิคมมนุษย์ถาวรบนดาวอังคาร โดยบริษัทกำหนดเงื่อนไขว่าต้องมีประชากรบนดาวอังคารอย่างน้อย 1 ล้านคน และบริษัทต้องมีมูลค่าตลาดแตะระดับ 7.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงจะปลดล็อกสิทธิรับหุ้นจำนวนมหาศาลให้กับมัสก์
รายงานระบุว่า คณะกรรมการบริษัทอนุมัติแผนดังกล่าวตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 โดยจะมอบหุ้นประเภท Class B สูงสุด 200 ล้านหุ้น ซึ่งเป็นหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงสูงกว่าหุ้นทั่วไป หาก SpaceX บรรลุทั้งสองเป้าหมายพร้อมกัน ทั้งมูลค่าบริษัทระดับ 7.5 ล้านล้านดอลลาร์ และการตั้งถิ่นฐานมนุษย์ถาวรบนดาวอังคาร นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนา ศูนย์ข้อมูลในอวกาศ ที่ต้องมีศักยภาพประมวลผลรวมสูงถึง 100 เทราวัตต์
ด้านนิตยสาร Fortune รายงานเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ว่า บอร์ด SpaceX ยังอนุมัติหุ้น Class B เพิ่มให้อีก 1 พันล้านหุ้น นอกเหนือจากหุ้นเดิมที่ อีลอน มัสก์ ถืออยู่ประมาณ 5 พันล้านหุ้น โดยมูลค่าประเมินของหุ้นใหม่อาจสูงกว่า 600,000 ล้านดอลลาร์ หากอ้างอิงจากมูลค่าบริษัทหลังเข้าตลาดหุ้น ขณะที่ อีลอน มัสก์ ยังคงรับเงินเดือนพื้นฐานเพียงปีละ 54,080 ดอลลาร์ และไม่มีโบนัสประจำมาตั้งแต่ปี 2562
SpaceX เตรียมนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ผ่านกระบวนการ IPO หรือการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เปิดให้นักลงทุนทั่วไปสามารถซื้อหุ้นบริษัทได้เป็นครั้งแรก โดยสำนักข่าว Reuters ระบุว่า SpaceX ตั้งเป้ามูลค่าบริษัทไว้ราว 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ แม้บางสำนักประเมินช่วงมูลค่าไว้ระหว่าง 1.5-2 ล้านล้านดอลลาร์ก็ตาม
การประเมินมูลค่าดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง SpaceX ควบรวมธุรกิจ xAI และ X เข้ากับบริษัทเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ทำให้มูลค่ารวมของกลุ่มธุรกิจเพิ่มเป็นประมาณ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ในเวลานั้น โดย SpaceX ถูกมองว่าเป็นแกนหลักของมูลค่าระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ส่วน xAI มีมูลค่าราว 250,000 ล้านดอลลาร์
ในเอกสารยื่น IPO บริษัทระบุวิสัยทัศน์ชัดเจนว่า “ตลอดประวัติศาสตร์ มนุษยชาติอาศัยอยู่บนดาวเคราะห์เพียงดวงเดียว ซึ่งเสี่ยงต่อภัยพิบัติระดับสูญพันธุ์” พร้อมเปรียบเทียบกับชะตากรรมของไดโนเสาร์ และย้ำว่า SpaceX ถูกสร้างขึ้นเพื่อเปลี่ยนให้มนุษย์กลายเป็นเผ่าพันธุ์หลายดาวเคราะห์ โดยทุกธุรกิจของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นโครงการยาน Starship ระบบอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink รวมถึงธุรกิจปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ ล้วนถูกวางให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคารในอนาคต
SpaceX ยังประเมินว่า ตลาดรวมที่บริษัทสามารถเข้าถึงได้ (Total Addressable Market) มีมูลค่าสูงถึง 28.5 ล้านล้านดอลลาร์ โดยธุรกิจปัญญาประดิษฐ์คิดเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดประมาณ 26.5 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ธุรกิจอวกาศและการสื่อสารรวมกันมีมูลค่าต่ำกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ บริษัทมีแผนเริ่มปล่อยดาวเทียมศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ขึ้นสู่อวกาศตั้งแต่ปี 2571 เพื่อรองรับการสื่อสารระหว่างโลกกับดาวอังคารที่มีความล่าช้าสูง
ผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2569 สะท้อนการลงทุนขนาดใหญ่ของบริษัท โดย SpaceX มีรายได้ 4,690 ล้านดอลลาร์ แต่ขาดทุนสุทธิ 4,300 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่เกิดจากธุรกิจ xAI ที่ขาดทุนจากการดำเนินงาน 2,500 ล้านดอลลาร์ และใช้เงินลงทุนด้านชิปประมวลผลสำหรับปัญญาประดิษฐ์สูงถึง 7,700 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink และธุรกิจปล่อยจรวดยังคงทำกำไรได้ Reuters ระบุว่า Starlink มีผู้ใช้งานประมาณ 10.3 ล้านรายทั่วโลก และสร้างกำไรจากการดำเนินงาน 1,188 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียว ขณะที่ตลอดปี 2568 Starlink ทำกำไรจากการดำเนินงานรวม 4,420 ล้านดอลลาร์ แต่รายได้ส่วนนี้กำลังถูกนำไปใช้สนับสนุนการขยายธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งใช้เงินลงทุนคิดเป็น 61% ของงบลงทุนรวมทั้งบริษัท
เอกสาร IPO ยังระบุว่า อีลอน มัสก์ จะยังคงควบคุมบริษัทผ่านหุ้นสิทธิออกเสียงพิเศษที่ให้อำนาจโหวตมากกว่าหุ้นทั่วไป 10 เท่า และมีเงื่อนไขจำกัดสิทธิผู้ถือหุ้นบางส่วน เช่น การกำหนดให้ข้อพิพาทต้องเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการแทนการฟ้องร้องในศาล
อีลอน มัสก์ ก่อตั้ง SpaceX เมื่อปี 2545 ด้วยเป้าหมายลดต้นทุนการเดินทางสู่อวกาศและทำให้มนุษย์สามารถอาศัยอยู่บนดาวเคราะห์หลายดวงได้ ปัจจุบันบริษัทประสบความสำเร็จกับจรวด Falcon 9 ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ รวมถึง Starlink ที่ขยายบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมไปทั่วโลก อีกทั้งยังมีสัญญากับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ มูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่โครงการ Starship กำลังถูกพัฒนาให้เป็นยานขนส่งขนาดใหญ่สำหรับภารกิจสู่ดาวอังคาร
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนยังตั้งคำถามต่อความเป็นไปได้ของเป้าหมายดังกล่าวว่า แผนการสร้างอาณานิคมบนดาวอังคารของมัสก์ยังขาดรายละเอียดเชิงปฏิบัติที่ชัดเจน ทั้งในด้านเทคโนโลยี ระบบสนับสนุนชีวิต และกรอบเวลาที่เป็นไปได้จริง
Reuters ประเมินว่า การ IPO ของ SpaceX อาจกลายเป็นหนึ่งในการเข้าตลาดหุ้นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และอาจระดมทุนได้มากกว่า 50,000-75,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมเปิดทางให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถือหุ้นบริษัทอวกาศเอกชนรายใหญ่ที่สุดของโลกได้เป็นครั้งแรก
อ้างอิง:




