News Logo
หน้าแรก
ทรัมป์เบรกคำสั่ง AI หวั่นกฎใหม่ทำสหรัฐฯ แพ้จีนในสงครามเทคโนโลยี

ทรัมป์เบรกคำสั่ง AI หวั่นกฎใหม่ทำสหรัฐฯ แพ้จีนในสงครามเทคโนโลยี

22 พ.ค. 2569 17:45
ผู้ชม 23 คน

'โดนัลด์ ทรัมป์' เลื่อนลงนามคำสั่งบริหารด้าน AI หลังไม่พอใจเนื้อหาบางส่วนและกังวลว่ากฎใหม่อาจทำให้บริษัทอเมริกันพัฒนาเทคโนโลยีช้าลง ขณะที่สหรัฐฯ และจีนกำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อชิงความเป็นผู้นำด้าน AI และความมั่นคงไซเบอร์ระดับโลก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจเลื่อนการลงนามในคำสั่งบริหาร (Executive Order) เรื่อง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนพิธีลงนามที่ทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 โดยระบุว่า ไม่พอใจเนื้อหาบางส่วน และเกรงว่าจะทำให้สหรัฐฯ เสียเปรียบในการแข่งขันกับจีน

สำนักข่าว Associated Press รายงานว่า ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวภายในห้องทำงานภายในทำเนียบขาว โดยกล่าวว่า “สหรัฐฯ นำหน้าจีนและนำหน้าทุกประเทศอยู่แล้ว และผมไม่ต้องการทำอะไรที่ขัดขวางความเป็นผู้นำนี้” การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังทำเนียบขาวส่งคำเชิญไปยังผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เพื่อเข้าร่วมพิธีลงนามไปแล้ว

รายงานจาก Politico ระบุว่า ร่างคำสั่งบริหารฉบับนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ มาตรการด้านความมั่นคงไซเบอร์ และ กรอบกำกับดูแลโมเดล AI ขั้นสูง

ในส่วนความมั่นคงไซเบอร์ ร่างคำสั่งมุ่งเสริมการป้องกันเครือข่ายของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยกำหนดให้กระทรวงกลาโหมมีเวลา 30 วันในการยกระดับความปลอดภัยของระบบโทรคมนาคมและระบบสารสนเทศสำคัญ

มาตรการดังกล่าวยังครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ เช่น โรงพยาบาล ธนาคาร และระบบสาธารณูปโภค โดยส่งเสริมการใช้ AI เพื่อตรวจจับและป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์

สำนักข่าว Axios รายงานเพิ่มเติมว่า ร่างคำสั่งยังมอบหมายให้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เป็นผู้นำจัดตั้งศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคามแบบสมัครใจ ภายใน 30 วัน เพื่อเปิดทางให้บริษัท AI และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญแบ่งปันข้อมูลช่องโหว่และความเสี่ยงร่วมกัน

หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องกับมาตรการนี้ ได้แก่ Office of the National Cyber Director (ONCD), National Security Agency (NSA) และ Cybersecurity and Infrastructure Security Agency (CISA)

นอกจากนี้ ร่างคำสั่งยังมีมาตรการเพิ่มการจ้างบุคลากรด้านเทคโนโลยีและความมั่นคงไซเบอร์ผ่าน Office of Personnel Management (OPM) เพื่อเสริมกำลังบุคลากรด้านเทคโนโลยีของรัฐบาลสหรัฐฯ

อีกส่วนหนึ่งของร่างคำสั่งเกี่ยวข้องกับโมเดล AI ขั้นสูง โดยกำหนดกรอบความร่วมมือแบบสมัครใจให้บริษัท AI รายใหญ่แจ้งรายละเอียดและแบ่งปันข้อมูลโมเดลล่วงหน้าอย่างน้อย 90 วันก่อนเปิดใช้งานสู่สาธารณะ เพื่อให้รัฐบาลประเมินความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติและภัยไซเบอร์

ภายในทำเนียบขาวมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับแนวทางดังกล่าว โดยเฉพาะจากกลุ่มที่ไม่ต้องการให้รัฐบาลเข้ามากำกับเทคโนโลยีมากเกินไป

การเลื่อนลงนามครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันด้าน AI ที่รุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และจีนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยจีนเร่งลงทุนโครงการพัฒนา AI ระดับชาติอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บริษัทอเมริกันอย่าง OpenAI Google และ Anthropic ยังคงเป็นผู้นำด้านโมเดล AI ขนาดใหญ่

การตัดสินใจของทรัมป์ได้รับเสียงตอบรับทั้งสนับสนุนและกังวลจากวงการเทคโนโลยี โดยบางฝ่ายมองว่าเป็นการหลีกเลี่ยงการกำกับดูแลที่อาจชะลอการพัฒนาเทคโนโลยี ขณะที่นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงเตือนว่า ความล่าช้าในการออกมาตรการอาจเพิ่มความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือ

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยยกเลิกคำสั่งบริหารด้าน AI ของรัฐบาล โจ ไบเดน หลังกลับเข้ารับตำแหน่ง โดยให้เหตุผลว่าต้องการลดข้อจำกัดเพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ

ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายมองว่า การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนว่า รัฐบาลทรัมป์ให้น้ำหนักกับความเร็วในการแข่งขันกับจีนมากกว่าการกำกับดูแลล่วงหน้าในช่วงเวลานี้ แม้ว่าร่างคำสั่งจะเป็นเพียงกรอบความร่วมมือแบบสมัครใจก็ตาม

อย่างไรก็ตาม จนถึงวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ทำเนียบขาวยังไม่ได้ประกาศกำหนดวันใหม่สำหรับการลงนามคำสั่งบริหารฉบับดังกล่าว

อ้างอิง: 

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มสิทธิฯ จี้ บ.พลังงานไซปรัสทบทวนสัญญา ปตท.เอื้อ ปย.ทัพเมียนมา
กลุ่มสิทธิฯ จี้ บ.พลังงานไซปรัสทบทวนสัญญา ปตท.เอื้อ ปย.ทัพเมียนมา