รัฐบาลเวียดนามเตรียมจ่ายเงินสนับสนุนสูงสุด 6 ล้านดอง หลังอัตราการเกิดต่ำกว่าระดับทดแทนต่อเนื่อง หวั่นกระทบเศรษฐกิจ แรงงาน และสังคมสูงวัยในอนาคต
รัฐบาลเวียดนามเตรียมจ่ายเงินสนับสนุนขั้นต่ำ 2 ล้านดอง หรือราว 2,500 บาท ให้ผู้หญิงที่มีบุตรครบ 2 คนก่อนอายุ 35 ปี โดยจะเริ่มใช้มาตรการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เพื่อรับมือกับปัญหาอัตราการเกิดที่ลดลงต่อเนื่อง ซึ่งเริ่มส่งผลต่อโครงสร้างประชากรและเศรษฐกิจระยะยาวของประเทศ
หนังสือพิมพ์เวียดนาม VnExpress รายงานเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ว่า รัฐบาลเวียดนามได้ออกกฤษฎีกาเลขที่ 168/2026/NĐ-CP เพื่อกำหนดรายละเอียดการบังคับใช้กฎหมายประชากร โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญคือการให้เงินสนับสนุนแก่ผู้หญิงที่ช่วยเพิ่มอัตราการเกิดของประเทศ
ภายใต้มาตรการดังกล่าว ผู้หญิงที่เข้าเกณฑ์จะได้รับเงินสนับสนุนขั้นต่ำ 2 ล้านดองต่อกรณี และสามารถรับรวมสูงสุดได้ถึง 6 ล้านดอง หากมีคุณสมบัติตรงหลายเงื่อนไขพร้อมกัน เช่น เป็นผู้หญิงจากกลุ่มชาติพันธุ์ขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในจังหวัดที่มีอัตราการเกิดต่ำกว่าระดับทดแทนประชากร หรือมีบุตรครบ 2 คนก่อนอายุ 35 ปี
มาตรการนี้เกิดขึ้นหลังเวียดนามยกเลิกนโยบายจำกัดการมีบุตรไม่เกิน 2 คนในปี 2568 หลังอัตราการเกิดของประเทศลดลงต่ำกว่าระดับทดแทนประชากรมาเป็นเวลานาน โดยข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเวียดนามระบุว่า อัตราการเกิดเฉลี่ยอยู่ที่ 1.91 คนต่อผู้หญิงในปี 2567 และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 1.93 คนในปี 2568 ขณะที่ระดับทดแทนประชากรอยู่ที่ 2.1 คนต่อผู้หญิง
นครโฮจิมินห์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ ถือเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบชัดเจนที่สุด โดยมีอัตราการเกิดเพียง 1.39 คนต่อผู้หญิงในปี 2567 ส่งผลให้รัฐบาลกังวลต่อปัญหาขาดแคลนแรงงานและภาระด้านสวัสดิการสังคมในอนาคต
ก่อนหน้านี้หลายจังหวัดของเวียดนามเริ่มทดลองมาตรการจูงใจด้านการมีบุตรด้วยตนเองแล้ว โดยนครโฮจิมินห์เพิ่มเงินสนับสนุนเป็น 5 ล้านดองสำหรับผู้หญิงที่มีบุตรครบ 2 คนก่อนอายุ 35 ปี และมีผู้ได้รับสิทธิ์เกือบ 9,000 คน
นอกจากเงินสนับสนุนโดยตรงแล้ว กฎหมายประชากรฉบับใหม่ยังเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านครอบครัว เช่น ขยายวันลาคลอดสำหรับบุตรคนที่สองเป็น 7 เดือน เพิ่มวันลาสำหรับบิดาเป็น 10 วัน และให้ครอบครัวที่มีบุตรตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปได้รับสิทธิ์ก่อนในการเข้าถึงโครงการที่อยู่อาศัยของรัฐ
กฤษฎีกาฉบับใหม่นี้จะเริ่มบังคับใช้บางส่วนตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ส่วนมาตรการจ่ายเงินจูงใจหลักสำหรับผู้หญิงที่มีบุตร 2 คนก่อนอายุ 35 ปี จะเริ่มดำเนินการเต็มรูปแบบในปี 2570 โดยใช้งบประมาณจากรัฐบาลท้องถิ่น
ผู้เชี่ยวชาญด้านประชากรศาสตร์ระบุว่า ปัญหาอัตราการเกิดต่ำของเวียดนามเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งค่าครองชีพในเมืองใหญ่ที่สูงขึ้น ความกดดันด้านการทำงาน ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูและการศึกษาบุตร รวมถึงค่านิยมของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและการสร้างความมั่นคงมากกว่าการมีบุตรจำนวนมาก
รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าเพิ่มอัตราการเกิดเฉลี่ยปีละ 2% เพื่อกลับสู่ระดับทดแทนประชากรภายในปี 2573 พร้อมใช้คำรณรงค์ว่า “รักชาติคือการมีลูก 2 คน”
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าเงินสนับสนุน 2 ล้านดองอาจยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนการตัดสินใจของประชาชน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรสูงมาก
ปัญหาอัตราการเกิดต่ำกำลังกลายเป็นความท้าทายสำคัญของหลายประเทศในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน ซึ่งต่างออกมาตรการจูงใจให้ประชาชนมีบุตรเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้ยังค่อนข้างจำกัด
เวียดนามเคยใช้นโยบายควบคุมประชากรมาตั้งแต่ปี 2531 เพื่อลดอัตราการเกิดที่สูงในช่วงหลังสงคราม ปัจจุบันประเทศมีประชากรราว 100 ล้านคน แต่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว โดยสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ระบบแรงงาน และระบบประกันสังคมในช่วง 10-20 ปีข้างหน้า
อ้างอิง:
VnExpress: Vietnam offers $76 for women having two children before 35
Vietnam Law Magazine: Women having two children before 35 eligible for State support from 2027
Vietnam News: Younger mothers of two children eligible for State support from 2027
VnExpress: Vietnam to spend $68M a year paying women to have a second child
Vietnamnet: Vietnam introduces childbirth support policy from 2027




