News Logo
หน้าแรก
Fed ขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี แตะ 4% ยังส่งสัญญาณไปต่อ ฝืนแรงกดดันทรัมป์

Fed ขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี แตะ 4% ยังส่งสัญญาณไปต่อ ฝืนแรงกดดันทรัมป์

18 ก.ย. 2569 14:47
ผู้ชม 7 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

Federal Reserve ส่งสัญญาณอาจขึ้นดอกเบี้ยต่อ หลังเงินเฟ้อยังสูง ขณะที่เควิน วอร์ชย้ำความเป็นอิสระของธนาคารกลาง แม้โดนัลด์ ทรัมป์กดดันให้ลดดอกเบี้ยเหลือ 1% หรือต่ำกว่า

ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ยังเป็นประเด็นที่ตลาดการเงินจับตาต่อเนื่องหลังนักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่ Federal Reserve อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนตุลาคม ขณะที่ประมาณการล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐพบว่า กรรมการ 16 จาก 18 คนมองว่าดอกเบี้ยควรปรับขึ้นอีกอย่างน้อย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ภายในสิ้นปีนี้ หลังเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% และแรงกดดันจากราคาพลังงานยังไม่คลี่คลาย ตามรายงานของ Reuters เมื่อวันที่ 18 กันยายน

ทิศทางดังกล่าวมีขึ้นหลัง Federal Open Market Committee มีมติเป็นเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 เมื่อวันที่ 16 กันยายน ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ จากกรอบ 3.50-3.75% สู่ 3.75-4.00% นับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566 และเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกภายใต้การนำของ เควิน วอร์ช ประธาน Federal Reserve คนใหม่ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

Federal Reserve ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวแข็งแกร่ง ตลาดแรงงานมีเสถียรภาพ ขณะที่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง โดยแรงกดดันไม่ได้มาจากราคาพลังงานหรือสินค้านำเข้าเพียงอย่างเดียว แต่ขยายไปยังราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากขึ้น วอร์ชกล่าวหลังการประชุมว่า “ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนคือเงินเฟ้อยังสูงเกินไป และอยู่ในระดับสูงมานานเกินไป” พร้อมระบุว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะช่วยให้เงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมาย 2% ได้เร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งนี้สวนทางกับท่าทีของทรัมป์ที่เรียกร้องมาอย่างต่อเนื่องให้ Federal Reserve ลดดอกเบี้ย โดยหลังประกาศผลเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ควรอยู่ที่ 1% หรือต่ำกว่า เพราะสหรัฐฯ มีความน่าเชื่อถือด้านสินเชื่อสูงที่สุดในโลก พร้อมเรียกร้องให้ลดดอกเบี้ยลงโดยเร็ว

Reuters รายงานว่า ทรัมป์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวในเวลาต่อมาว่า ได้พูดคุยกับวอร์ชก่อนการลงมติ และกล่าวกับวอร์ชว่า “คุณอาจต้องลงคะแนนไปกับคณะกรรมการ เพราะมันไม่สำคัญอยู่แล้ว” ก่อนวิจารณ์กรรมการ Federal Reserve ว่ามีท่าทีแข็งกร้าวและมีแรงจูงใจทางการเมือง แต่ยังหลีกเลี่ยงการโจมตีวอร์ชโดยตรง และยืนยันว่าประธาน Federal Reserve ที่ทรัมป์เป็นผู้แต่งตั้งยังเป็น “คนดี”

เมื่อถูกถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างทำเนียบขาวกับธนาคารกลาง วอร์ชปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดการสนทนากับทรัมป์ พร้อมย้ำว่า “ส่วนหนึ่งของความเป็นอิสระของ Federal Reserve คือการอยู่ในขอบเขตหน้าที่ของเรา ความเป็นอิสระเป็นถนนสองทาง” โดยระบุว่า Federal Reserve จะไม่เข้าไปกำหนดนโยบายการค้าและนโยบายการคลังของรัฐบาล ขณะเดียวกันการกำหนดนโยบายการเงินเป็นหน้าที่ของธนาคารกลาง

แนวโน้มดอกเบี้ยหลังจากนี้ยังมีโอกาสขยับขึ้นต่อ โดยประมาณการที่ Federal Reserve เปิดเผยพร้อมผลการประชุมระบุว่า กรรมการ 16 จาก 18 คนคาดว่าจะต้องขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อยอีกหนึ่งครั้งภายในปี 2569 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยอาจขึ้นไปอยู่ที่ 4.00-4.25% ขณะที่เจ้าหน้าที่ปรับเพิ่มประมาณการเงินเฟ้อระยะสั้น และคาดว่าเงินเฟ้อจะยังไม่กลับเข้าสู่เป้าหมาย 2% จนถึงปี 2572

หลังตลาดปรับตัวผันผวนทันทีที่ Federal Reserve ประกาศมติ สถานการณ์ในวันที่ 17 กันยายนเริ่มคลายตัว โดย Reuters รายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 0.62% เอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 1.14% และแนสแด็กเพิ่มขึ้น 1.69% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 4.94% นักลงทุนยังคงประเมินว่าดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะต้องอยู่ในระดับสูงต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

ผลจากทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ยังส่งต่อมายังตลาดเอเชีย โดย Reuters รายงานเมื่อวันที่ 17 กันยายนว่า นักลงทุนเพิ่มสถานะที่คาดการณ์การอ่อนค่าของสกุลเงินหลายประเทศในเอเชีย รวมถึงเงินบาท ท่ามกลางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง เงินดอลลาร์ที่แข็งค่า และราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อประเทศผู้นำเข้าพลังงาน

อย่างไรก็ตาม Bank of Thailand ระบุเมื่อวันที่ 17 กันยายนว่า ไทยยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตาม Federal Reserve เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของไทยแตกต่างจากสหรัฐฯ โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายไทยปัจจุบันอยู่ที่ 1.00% และนโยบายการเงินยังอยู่ในระดับผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ ขณะที่การประชุมนโยบายการเงินของไทยครั้งต่อไปมีกำหนดในวันที่ 28 ตุลาคม 2569

จากนี้ตลาดจะจับตาข้อมูลเงินเฟ้อและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ก่อนการประชุม Federal Reserve ครั้งถัดไปในเดือนตุลาคม ท่ามกลางความแตกต่างระหว่างทิศทางของธนาคารกลางที่ยังเปิดทางให้ขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม กับความต้องการของทรัมป์ที่ยังเรียกร้องให้อัตราดอกเบี้ยลดลงอย่างมาก ขณะที่วอร์ชยังไม่ระบุล่วงหน้าว่า Federal Reserve จะตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยอย่างไรในการประชุมครั้งต่อไป

อ้างอิง:  

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.เกาหลีฯทลายเครือข่ายขนยาเสพติด ลอบนำเข้าจากไทย-เพื่อนบ้านรวม 144 ล.
ตร.เกาหลีฯทลายเครือข่ายขนยาเสพติด ลอบนำเข้าจากไทย-เพื่อนบ้านรวม 144 ล.