ตร.เกาหลีใต้ทลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ จับผู้ต้องหา 30 คน ลักลอบนำ ยาบ้า-เมทแอมเฟตามีน จากประเทศไทย-เพื่อนบ้านเข้าสู่เกาหลี ยึดยาเสพติดมูลค่ากว่า 144 ล้าน พร้อมเงินสดอีกกว่า 6.5 แสนบาท
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 17 กันยายน สื่อเกาหลีใต้เปิดเผยว่า หน่วยสืบสวนคดีอาชญากรรมยาเสพติดของสำนักงานตำรวจนครบาลกรุงโซลได้ประกาศจับกุมผู้ค้าและผู้ซื้อยาเสพติดรวม 30 คน และสมาชิกแก๊งค้ายา 3 คน ซึ่งลักลอบนำยาเสพติดและกระจายจำหน่ายในเกาหลี โดยในจำนวนนี้มี 17 คนถูกควบคุมตัวและส่งดำเนินคดีแล้ว ซึ่งทั้งหมดพบว่ามีพฤติการณ์ลักลอบขนยาเสพติดเช่น "ยาบ้า" และเมทแอมเฟตามีน โดยนำเข้าจากประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ เจ้าหน้าที่ได้ยึดยาเสพติดมูลค่าประมาณ 6 พันล้านวอน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 144 ล้านบาท รวมถึงเมทแอมเฟตามีน 1.25 กิโลกรัม, เคตามีน 500 กรัม, ยาบ้า 2,000 เม็ด และอีโทมิเดต 500 มิลลิลิตร พร้อมทั้งยึดเงินที่ได้จากการก่ออาชญากรรมอีก 27.45 ล้านวอน หรือประมาณ 658,800 บาท
การสอบสวนพบว่าวิธีการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายยาเสพติดจากต่างประเทศมีความหลากหลายและซับซ้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ชายชาวเกาหลีใต้ในวัย 40 ปีได้รับคำสั่งจากผู้ค้ายาเสพติดในต่างประเทศที่พำนักอยู่ในกัมพูชา และได้จัดหาผู้ลักลอบขนส่งผ่านบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ (SNS) โดยยาเสพติด เช่น เมทแอมเฟตามีนและเคตามีน ถูกลักลอบนำเข้าเกาหลีผ่านสนามบินนานาชาติอินชอนจากกัมพูชา, ฟิลิปปินส์ และ ประเทศไทย ด้วยการซุกซ่อนในถุงเมล็ดทานตะวัน หรือติดเทปไว้ที่บริเวณขาหนีบ
นอกจากนี้ ยังพบกรณีที่นาย B วัย 30 ปี รวบรวมยาบ้า 2,000 เม็ด ที่ถูกลักลอบนำเข้าเกาหลีจาก ประเทศไทย ซุกซ่อนในกล่องขนม และจำหน่ายให้กับชาวไทยที่พำนักอยู่ในเกาหลี และนาย C นักลักลอบวัย 40 ปี ได้รับข้อเสนอจากผู้ค้ายาเสพติดในต่างประเทศที่พำนักอยู่ใน ประเทศไทย จึงได้ชักชวนรุ่นน้องบ้านเกิดให้มาเป็นผู้ขนส่ง โดยซุกซ่อนอีโทมิเดต 1,000 มิลลิลิตร ในภาชนะเครื่องสำอาง และลักลอบนำเข้าจาก ประเทศไทย ผ่านสนามบินนานาชาติอินชอน
เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าการจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ (NIS) และกรมศุลกากร โดยตำรวจได้จับกุมผู้กระทำผิดยาเสพติดอย่างต่อเนื่องหลังจากได้รับข้อมูลจาก NIS เกี่ยวกับการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายยาเสพติดจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงมีการแบ่งปันข้อมูลการลักลอบยาเสพติดกับหน่วยงานศุลกากรเพื่อตรวจจับยาเสพติดผ่านการตรวจสอบสัมภาระของผู้เดินทางเข้าประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการออกหมายแดงของอินเตอร์โพลเพื่อติดตามตัวหัวหน้าแก๊ง 3 คนที่อยู่ต่างประเทศ และกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนร่วมระหว่างประเทศเพื่อระบุตัวและจับกุมหัวหน้าแก๊งอีก 1 คน
จากข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแส ซึ่งเป็นเบาะแสสำคัญที่นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดยาเสพติดที่ลักลอบนำเข้าอีโทมิเดต ทำให้มีการมอบรางวัลให้กับผู้แจ้งเบาะแสเป็นจำนวนเงิน 10 ล้านวอน หรือประมาณ 240,000 บาท ภายใต้ระบบการชดเชยการดำเนินคดีพิเศษสำหรับอาชญากรรมยาเสพติดที่กระทำโดยองค์กรอาชญากรรม หรือกลุ่มที่มีการจัดตั้งเทียบเท่ากัน อาจมีการจ่ายรางวัลให้แก่ผู้แจ้งเบาะแสสูงสุดถึง 500 ล้านวอน หรือประมาณ 12 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า "ในอนาคต เราวางแผนที่จะเสริมสร้างการแบ่งปันข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น NIS และศุลกากร และส่งเสริมระบบการแจ้งเบาะแสอย่างจริงจัง เพื่อสกัดกั้นการไหลเข้าของยาเสพติดจากต่างประเทศสู่เกาหลี"




