เอพีตีแผ่ ทหารไทยบุกที่ตั้งเครือข่ายฉ้อโกงของ ‘ลี ยงพัด’ ขนาดอุตสาหกรรม พบสถานที่ขนาดใหญ่ 197 เอเคอร์ 157 อาคาร เคยถูกกัมพูชาใช้เป็นฐานโจมตีไทยช่วงขัดแย้ง คาดมีคนทำงาน-อาศัยหลักหมื่น
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา สำนักข่าวเอพีได้เผยแพร่ปฏิบัติการณ์ของกองทัพไทย ซึ่งได้บุกเข้าไปยังศูนย์หลอกลวงทางออนไลน์ขนาด "อุตสาหกรรม" ที่ใหญ่โตอย่างไม่เคยมีมาก่อน บริเวณชายแดนกัมพูชา-ไทย ในเขตโอสมัช ของกัมพูชา ซึ่งการค้นพบครั้งนี้เผยให้เห็นถึงขนาดและระดับความซับซ้อนของขบวนการหลอกลวงที่กำลังแพร่ขยายไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
พื้นที่ดังกล่าว กองทัพไทยระบุว่ามีขนาดประมาณ 197 เอเคอร์ หรือเทียบเท่าสนามอเมริกันฟุตบอล 150 สนาม ถูกเรียกขานว่า "O’Smach Resort" หรือโอสมัชรีสอร์ท เดิมเป็นของนักการเมืองกัมพูชานายลี ยงพัด (Ly Yong Phat) ซึ่งถูกสหรัฐอเมริกา คว่ำบาตรในข้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่เดียวกันนี้ การเข้ายึดพื้นที่นี้เกิดขึ้นในเดือนธันวาคม 2568 ระหว่างความขัดแย้งบริเวณชายแดนกับกัมพูชา โดยฝ่ายไทยกล่าวว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการสำหรับการโจมตีเข้าไปยังดินแดนประเทศไทยระหว่างการสู้รบ
ภายใน "รีสอร์ท" แห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างกว่า 157 อาคาร ในจำนวนนี้ 29 อาคารเป็นที่ตั้งของบริษัทหลอกลวงและสำนักงาน ส่วนที่เหลือเป็นอาคารที่พักขนาดใหญ่และที่พักหรูหรา รวมถึงอพาร์ตเมนต์และวิลล่าสามชั้น เจ้าหน้าที่ทหารไทยประเมินว่ามีผู้อยู่อาศัยในคอมเพล็กซ์นี้ไม่ต่ำกว่า 10,000 คน นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารจีนหลากหลายประเภท ซึ่งบ่งบอกถึงวัฒนธรรมของผู้ที่อาศัยและทำงานที่นั่น





นิคมหลอกลวงฉ้อโกงเหล่านี้ผุดขึ้นมาทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่หลังจากการระบาดของโควิด-19 โดยมีเป้าหมายล่อลวงเหยื่อที่ไม่ระวัง จากทั่วโลกด้วยการหลอกลวงออนไลน์ที่ซับซ้อน ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติประเมินว่าเคยมีแรงงานทาสประมาณ 300,000 คนในภูมิภาคที่ถูกบังคับให้ทำงานที่นิคมฉ้อโกงแห่งนี้
กองทัพไทยได้นำสื่อมวลชนเข้าสำรวจอาคารสำนักงานสี่ชั้น ซึ่งคาดว่าเป็นที่ที่แรงงานที่ถูกบังคับ หลอกลวงชาวอเมริกัน ภายในอาคารยังพบขนมขบเคี้ยวจากผู้ที่เคยอยู่อาศัย รวมถึงบทสคริปต์และบันทึกเป็นภาษาจีนเกี่ยวกับการหลอกลวงในแต่ละด้าน นอกจากนี้ยังมีซิมการ์ดของอเมริกันกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะ
หนึ่งในสคริปต์ที่พบมีความยาวถึง 24 หน้า โดยสร้างเรื่องราวและบุคลิกของหญิงสาวชื่อว่ามิลาหรือ "Mila" อย่างละเอียด โดยระบุว่าเป็นผู้หญิงที่อ้างว้าง ซึ่งเธอสามารถทำเงินได้มากมายจากการซื้อขายทองคำ เรื่องราวของมิลาถูกแต่งขึ้นอย่างพิถีพิถัน รวมถึงการสูญเสียสามีจากโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว และความทรงจำในวัยเด็กที่ถูกกลั่นแกล้ง ก่อนจะถูกส่งไปอยู่กับลุงในแอฟริกาใต้ เพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ข้อมูลจากสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกาหรือ FBI ระบุว่าชาวอเมริกันสูญเงินเกือบ 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์จากการหลอกลวงในปี 2568 เพียงปีเดียว
ขณะที่ พล.อ.อ. ประภาส สอนไชยดี หนึ่งในผู้นำทหารไทย ซึ่งนำสื่อทัวร์ลงพื้นที่กล่าวว่า ขนาดของปัญหานี้เป็นเรื่องระดับโลกอย่างแท้จริง ทุกประเทศทั่วโลกต้องร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหานี้ เราไม่สามารถทำได้เพียงลำพังกับกัมพูชาและไทย




