สื่อสหรัฐฯ เผย 'ฮุน มาเนต' เลือก UNCLOS ยุติพิพาททับซ้อนทะเลไทย แทนศาล ยธ.ระหว่างประเทศ เป้าหมายแค่หวังรักษาอำนาจ-เลี่ยงปมพิาทเวียดนาม เหตุเพราะกระทบฐานอำนาจตระกูลฮุน
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา อ้างอิงข่าวจากสำนักข่าวเรดิโอฟรีเอเชียหรือ RFA ของสหรัฐอเมริกาว่า นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า การตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา พล.อ.ฮุน มาเนต ที่จะใช้กลไกประนีประนอมตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เพื่อแก้ไขข้อพิพาทพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนทางทะเลกับประเทศไทย แทนที่จะนำคดีขึ้นสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) หรือศาลระหว่างประเทศว่าด้วยกฎหมายทะเล (ITLOS) นั้น มีเป้าหมายหลักเพื่อรักษาอำนาจของตระกูล "ฮุน" และหลีกเลี่ยงความขัดแย้งกับเวียดนาม ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญ
นักวิเคราะห์ระบุว่า การเลือกใช้ UNCLOS ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ "ยาวนานและไม่ชัดเจนนัก" ซึ่งจะช่วยให้ พล.อ.ฮุน มาเนต สามารถรักษาอำนาจของตนไว้ได้ หากกัมพูชายื่นฟ้องต่อ ICJ หรือ ITLOS และชนะคดีในข้อพิพาทกับไทย ผลการตัดสินดังกล่าวอาจกลายเป็นบรรทัดฐานทางกฎหมายที่สามารถนำไปใช้กับทั้งประเทศไทยและเวียดนามได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของตระกูล "ฮุน"
นายเส็ง วันลี นักวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์และการเมือง ให้สัมภาษณ์กับ RFA ว่า การชนะคดีกับไทยโดยอ้างอิงหลักกฎหมายทะเล อาจสร้างความเสี่ยงทางการเมืองอย่างใหญ่หลวง เพราะการตีความกฎหมายทะเลเดียวกันนั้นอาจถูกนำไปใช้กับเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศที่ นายฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรี เคยทำข้อตกลงเขตแดนทางทะเลด้วยในอดีต ความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่าง "สองพี่น้อง" อย่างกัมพูชาและเวียดนามนี้ ถือเป็นความเสี่ยงทางการเมืองที่ตระกูล "ฮุน" ไม่กล้าเผชิญในเวลานี้
การตัดสินใจของ พล.ฮ.ฮุน มาเนต และประธานวุฒิสภา ฮุน เซน เกิดขึ้นภายหลังจากที่รัฐบาลไทยได้ประกาศยกเลิกบันทึกความเข้าใจปี 2001 (MoU) ที่เคยตกลงร่วมกันไปฝ่ายเดียว พื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนขนาด 26,000 ตารางกิโลเมตรนี้ อุดมไปด้วยแหล่งก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และยังรวมถึงครึ่งหนึ่งของเกาะกูด
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายกลับมองต่างออกไป นายอูม ซำ อัน อดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาลกัมพูชาอิสระด้านกิจการชายแดน ให้ความเห็นว่า การใช้ UNCLOS นั้น "เป็นเพียงแค่การเจรจาระหว่างสองฝ่าย" เนื่องจากกัมพูชาเป็นประเทศที่เล็กและอ่อนแอกว่าประเทศไทย การเจรจาทวิภาคีหรือการประนีประนอมแบบนี้จะทำให้กัมพูชาเสียเปรียบ
นายอูม ซำ อันยังแย้งว่า กัมพูชาควรยื่นฟ้องต่อ ICJ และ ITLOS เพื่อทวงคืนพื้นที่ 26,000 ตร.กม. และครึ่งหนึ่งของเกาะกูด
"ผมตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมา ฮุน เซน และ ฮุน มาเนต เคยประกาศว่าจะยื่นฟ้องต่อ ICJ มาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการประกาศในครั้งนี้อาจเป็นเพียงวาทศิลป์เท่านั้น" นายอูม ซำ อันกล่าว
เป็นที่น่าสังเกตว่า กลไกการประนีประนอมบังคับภายใต้ UNCLOS นั้น ไม่สามารถบังคับให้คู่กรณีต้องปฏิบัติตามคำตัดสินได้เหมือนกับคำพิพากษาของ ICJ หรือ ITLOS สิ่งนี้ตอกย้ำมุมมองที่ว่า การเลือกใช้ UNCLOS ของ พล.อ. ฮุน มาเนต นั้นเป็นการดำเนินกลยุทธ์ทางการเมืองที่มุ่งเป้าไปที่การประคองสถานการณ์ หลีกเลี่ยงความเสี่ยง และรักษาเสถียรภาพอำนาจในระยะยาว ท่ามกลางข้อพิพาททางทะเลที่ซับซ้อนในภูมิภาค
ที่มา https://www.rfa.org/khmer/society/2026/05/15/cambodia-thailand-border-conflict/




