News Logo
หน้าแรก
ญี่ปุ่นตั้งสภาข่าวกรองแห่งชาติ รวบอำนาจความมั่นคงครั้งใหญ่สุดรอบ 80 ปี

ญี่ปุ่นตั้งสภาข่าวกรองแห่งชาติ รวบอำนาจความมั่นคงครั้งใหญ่สุดรอบ 80 ปี

27 พ.ค. 2569 21:17
ผู้ชม 5 คน

รัฐบาลญี่ปุ่นผ่านกฎหมายปฏิรูปข่าวกรองครั้งประวัติศาสตร์ ตั้งหน่วยกลางขึ้นตรงนายกรัฐมนตรี รับมือภัยไซเบอร์และการแทรกแซงจากต่างชาติ ขณะฝ่ายค้านเตือนเสี่ยงเปิดทางรัฐเฝ้าระวังประชาชนเกินขอบเขต

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 รัฐสภาญี่ปุ่นมีมติผ่านกฎหมายจัดตั้ง สภาข่าวกรองแห่งชาติ (National Intelligence Council) ซึ่งถือเป็นการปฏิรูปโครงสร้างข่าวกรองครั้งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่ามกลางความตึงเครียดด้านความมั่นคงที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน พรรคฝ่ายค้านและกลุ่มสิทธิมนุษยชนออกมาเตือนถึงความเสี่ยงจากการใช้อำนาจรัฐเกินขอบเขต และการละเมิดความเป็นส่วนตัวของประชาชน

สำนักข่าว Mainichi Japan รายงานว่า กฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบในที่ประชุมสภาสูงของญี่ปุ่น ด้วยคะแนนเสียงข้างมาก โดยมี ซานาเอะ ทากาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เป็นผู้ผลักดันสำคัญของกฎหมายฉบับนี้

ด้านสำนักข่าว Kyodo News ระบุว่า กฎหมายฉบับใหม่มีเป้าหมายแก้ปัญหาความกระจัดกระจายของหน่วยข่าวกรองที่แยกกันทำงานตามกระทรวงต่างๆ ด้วยการรวมศูนย์การกำกับดูแลไว้ภายใต้นายกรัฐมนตรีโดยตรง เพื่อรับมือกับ สภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่ซับซ้อนที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

รายงานจาก Japan Times ระบุว่า สภาข่าวกรองแห่งชาติจะมีทากาอิจิเป็นประธาน พร้อมรัฐมนตรีสำคัญรวม 9 คน ได้แก่ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กลาโหม การคลัง และเศรษฐกิจ ทำหน้าที่กำหนดยุทธศาสตร์ข่าวกรองทั้งระยะกลางและระยะยาวของประเทศ

ขณะที่สำนักข่าว Xinhua รายงานว่า ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ ญี่ปุ่นจะจัดตั้ง สำนักข่าวกรองแห่งชาติ หรือ National Intelligence Bureau ขึ้นเป็นหน่วยเลขานุการหลัก โดยพัฒนาต่อยอดจากหน่วย Cabinet Intelligence and Research Office หรือ Naicho ที่มีอยู่เดิม และคาดว่าจะเริ่มปฏิบัติงานอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม 2569 ด้วยบุคลากรเริ่มต้นประมาณ 700 คน

ทากาอิจิกล่าวว่า การปฏิรูปครั้งนี้มีความจำเป็นต่อการรับมือภัยคุกคามจากต่างชาติ ทั้งการจารกรรมทางเศรษฐกิจ การโจมตีทางไซเบอร์ การก่อการร้าย และการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนที่มุ่งกระทบกระบวนการประชาธิปไตยของญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม พรรคฝ่ายค้านหลักอย่าง Constitutional Democratic Party of Japan หรือ CDPJ รวมถึงกลุ่มสิทธิมนุษยชน แสดงความกังวลว่ากฎหมายดังกล่าวยังขาดกลไกตรวจสอบจากรัฐสภาที่ชัดเจน และอาจเปิดช่องให้รัฐเฝ้าระวังประชาชนเกินความจำเป็น

รายงานของ MLex ระบุว่า พรรคฝ่ายค้านเตือนว่า คำนิยามของ กิจกรรมข้อมูลข่าวสารจากต่างชาติ ในกฎหมายยังมีความคลุมเครือ และอาจถูกตีความกว้างจนกระทบถึงพลเมืองญี่ปุ่นที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล

ตลอดช่วงการพิจารณากฎหมาย มีกลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาในกรุงโตเกียว เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกหรือแก้ไขกฎหมายดังกล่าว โดยระบุว่าอาจกลายเป็นเครื่องมือจำกัดเสรีภาพของประชาชนในอนาคต

Japan Times วิเคราะห์ว่า การผ่านกฎหมายครั้งนี้สะท้อนแนวทางการเมืองของรัฐบาลทากาอิจิ ซึ่งให้ความสำคัญกับนโยบายด้านความมั่นคงอย่างเข้มข้น และได้รับการสนับสนุนจากพรรค Liberal Democratic Party หรือ LDP รวมถึงพรรคพันธมิตรบางส่วน เช่น Japan Innovation Party

แม้รัฐบาลญี่ปุ่นจะยืนยันว่า การดำเนินงานด้านข่าวกรองจะมุ่งเน้นเฉพาะภัยคุกคามจากต่างชาติ และจะไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของประชาชนโดยไม่จำเป็น แต่ฝ่ายวิจารณ์มองว่า คำรับรองดังกล่าวยังไม่มีหลักประกันทางกฎหมายที่ชัดเจนเพียงพอ

นอกจากนี้ การจัดตั้งหน่วยข่าวกรองกลางยังถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนผลักดันกฎหมายต่อต้านการจารกรรม ที่รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมหารือเพิ่มเติมในช่วงปี 2569-2570

บรรยากาศการอภิปรายในรัฐสภาเป็นไปอย่างเข้มข้น โดยฝ่ายรัฐบาลย้ำถึงภัยคุกคามจากจีนและเกาหลีเหนือที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้มีมาตรการคุ้มครองสิทธิพลเมืองควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความมั่นคง

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังได้รับการจับตาจากต่างประเทศ โดยพันธมิตรอย่างสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียแสดงท่าทีสนับสนุน ขณะที่จีนวิจารณ์ว่า อาจนำไปสู่ความตึงเครียดในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น

ซานาเอะ ทากาอิจิ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเมื่อเดือนตุลาคม 2568 และผลักดันนโยบายด้านความมั่นคงเป็นวาระสำคัญของรัฐบาล โดยก่อนหน้านี้ ระบบข่าวกรองของญี่ปุ่นถูกวิจารณ์มาอย่างต่อเนื่องว่า ขาดการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ทำให้เกิดช่องว่างด้านข้อมูลข่าวกรอง โดยเฉพาะในยุคที่ภัยคุกคามมีความซับซ้อนทางเทคโนโลยีมากขึ้น

กฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจากสภาล่างตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 ก่อนผ่านการลงมติขั้นสุดท้ายในสภาสูงเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ส่งผลให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ทันที

นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า การจัดตั้งสภาข่าวกรองแห่งชาติเป็นก้าวสำคัญของญี่ปุ่นในการยกระดับศักยภาพด้านข่าวกรองให้ใกล้เคียงประเทศมหาอำนาจอื่น แต่ความสำเร็จในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะสามารถรักษาสมดุลระหว่างความมั่นคงแห่งชาติกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้มากเพียงใด

อ้างอิง:  

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เยอรมนีพัฒนา WiFi ระบุตัวคนแม่นยำเกือบ 100% แม้ไม่มีกล้อง
เยอรมนีพัฒนา WiFi ระบุตัวคนแม่นยำเกือบ 100% แม้ไม่มีกล้อง