รายงานหลุดจากสื่อต่างประเทศเผย ประธานาธิบดีอิหร่านได้เข้าพบ 'โมจตาบา คาเมเนอี' ผู้นำสูงสุดคนใหม่ หลังขู่ลาออกถึง 28 ครั้ง แต่การพบกันกลับเกิดขึ้นในรถมืดสนิทและคุยผ่านเสียงเท่านั้น ท่ามกลางกระแสข่าวลือหนักถึงการมีชีวิตอยู่ และชนวนความขัดแย้งในโครงสร้างอำนาจที่รุนแรงขึ้น
รายงานของ Iran International เปิดเผยรายละเอียดการพบกันระหว่าง ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน กับ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนที่สามของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 โดยแหล่งข่าวที่รับทราบรายละเอียดของเหตุการณ์ระบุว่า การพบกันไม่ได้เกิดขึ้นที่ที่พำนักประจำของผู้นำสูงสุดตามธรรมเนียม แต่เปเซชเคียนถูกพาไปยังสถานที่ลับแห่งหนึ่งในกรุงเตหะราน ก่อนถูกส่งขึ้นไปนั่งด้านหลังรถยนต์เชิงพาณิชย์ที่ติดฟิล์มทึบ ภายในรถถูกทำให้มืดสนิทจนผู้ที่อยู่ภายในไม่สามารถมองเห็นกันได้ ขณะที่บุคคลซึ่งได้รับการแนะนำว่าเป็นโมจตาบา คาเมเนอี นั่งรออยู่ในรถแล้ว
Iran International รายงานว่า การสนทนาเกิดขึ้นโดยอาศัยเพียงเสียงและใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ก่อนที่เปเซชเคียนจะถูกขอให้ออกจากรถ โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของฝ่ายผู้นำสูงสุดไม่อนุญาตให้ทั้งสองฝ่ายจับมือกัน
แหล่งข่าวในสำนักงานประธานาธิบดีระบุว่า เปเซชเคียนรู้สึกไม่พอใจต่อวิธีการปฏิบัติดังกล่าว และภายหลังตั้งคำถามว่าบุคคลที่สนทนาด้วยเป็นโมจตาบา คาเมเนอีจริงหรือไม่ เนื่องจากตลอดการพบกันได้ยินเพียงเสียงในความมืดและไม่สามารถยืนยันตัวตนด้วยสายตาได้ อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่ายังไม่ชัดเจนว่าคำถามดังกล่าวเกิดจากความโกรธหรือเป็นเพียงความสงสัย
ตามรายงานของ Iran International การพบกันครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเปเซชเคียนพยายามขอเข้าพบหลายครั้ง และถึงขั้นขู่ว่าจะลาออกหากยังไม่ได้รับการตอบสนอง ก่อนที่สำนักงานของโมจตาบา คาเมเนอีจะยินยอมให้พบภายใต้เงื่อนไขพิเศษและเปลี่ยนสถานที่จากที่พำนักของผู้นำสูงสุด รายงานดังกล่าวแตกต่างจากคำกล่าวของเปเซชเคียนในการพบตัวแทนสมาคมการค้าเมื่อกลางเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งระบุว่าได้ใช้เวลาหารือกับผู้นำสูงสุดคนใหม่เกือบสองชั่วโมงครึ่งในบรรยากาศที่เป็นมิตรและจริงใจ
ด้าน Times Now ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก Iran International รายงานว่า เปเซชเคียนได้ยื่นคำขอเข้าพบอีกครั้ง โดยต้องการให้เป็นการพบที่ที่พำนักของผู้นำสูงสุด แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการอนุมัติ รายงานเดียวกันระบุว่า นับตั้งแต่สมัชชาผู้เชี่ยวชาญมีมติเลือกโมจตาบา คาเมเนอีขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุด ยังไม่มีการเผยแพร่ภาพวิดีโอหรือเสียงบันทึกของผู้นำคนใหม่ต่อสาธารณะตลอดเกือบ 5 เดือนที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน Iran International รายงานว่า เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Hamshahri ซึ่งเป็นสื่อในเครือรัฐ ได้เผยแพร่วิดีโอสั้นอธิบายว่า หน่วยข่าวกรองต่างชาติอาจสามารถติดตามตำแหน่งของผู้นำสูงสุดได้จากเสียงบันทึก ผ่านการวิเคราะห์คลื่นเสียง ความถี่ของระบบไฟฟ้า เสียงแวดล้อม รวมถึงการประเมินสภาพร่างกายจากเสียงพูด ด้าน The Week ซึ่งสรุปข้อมูลจากรายงานเดียวกัน ระบุว่า วิธีการจัดการดังกล่าวทำให้เปเซชเคียนรู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับการให้เกียรติ
รายงานของ Iran International ยังระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าพบผู้นำสูงสุดไม่ตรงกัน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อับบาส อารักชี ให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 ว่า ยังไม่ได้พบโมจตาบา คาเมเนอีในช่วงเวลาดังกล่าว และมีเพียงบุคคลจำนวนจำกัดเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าพบ แต่วันถัดมา เปเซชเคียนกล่าวในสุนทรพจน์ว่า จำนวนการพบกับผู้นำสูงสุดเพิ่มขึ้น ขณะที่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เคยประเมินว่ามีโอกาส 90% ที่โมจตาบา คาเมเนอีเสียชีวิตแล้ว ส่วนนายกรัฐมนตรีอิสราเอลระบุว่ายังมีชีวิตอยู่
ความขัดแย้งระหว่างสำนักงานประธานาธิบดีกับสำนักงานผู้นำสูงสุดยังปรากฏในรายงานของ Iran International ซึ่งอ้างถึงคลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ โดย โมฮัมหมัด บาเกร์ คาร์ราซี ญาติทางการแต่งงานของตระกูลคาเมเนอี กล่าวว่า ผู้นำสูงสุดคนใหม่ได้ส่งคำเตือนอย่างเป็นทางการว่า หากเปเซชเคียนยื่นลาออกอีกครั้ง หลังจากเคยขู่หรือลองยื่นลาออกมาแล้ว 28 ครั้ง จะมีการยอมรับการลาออกดังกล่าว แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องยังระบุว่า เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2569 เปเซชเคียนเคยส่งหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการ โดยให้เหตุผลว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติเข้าควบคุมการบริหารประเทศอย่างสมบูรณ์
จนถึงขณะนี้ทั้งสำนักงานประธานาธิบดีและสำนักงานผู้นำสูงสุดยังไม่ได้ออกมาชี้แจงต่อข้อกล่าวอ้างในรายงานดังกล่าวโดยตรง ขณะที่ Iran International ระบุว่า ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับรายละเอียดของการพบกันครั้งนี้ รวมถึงข้อสงสัยว่าบุคคลที่เปเซชเคียนสนทนาด้วยภายในรถเป็นโมจตาบา คาเมเนอีจริงหรือไม่ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่โมจตาบา คาเมเนอียังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง
อ้างอิง:




